ข่าว

อภิสิทธิ์โอ่เศรษฐกิจประเทศฟื้นตัวแล้ว

อภิสิทธิ์โอ่เศรษฐกิจประเทศฟื้นตัวแล้ว

28 ก.พ. 2553

"นายกฯ"โอ่เศรษฐกิจประเทศฟื้นตัวแล้ว ยกตัวเลขทางเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายปี 52 ปรับดีขึ้น

 (28ก.พ.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ถึงกรณีตัวเลขทางเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปี 52  ว่า ในขณะนี้ตัวทางเศรษฐของประเทศกำลังมีการฟื้นตัวชัดเจน มีความก้าวหน้าหรือมีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะตัวเลขเศรษฐกิจที่รายงานออกมาเป็นทางการของไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว ที่ได้มีการยืนยันถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเจริญเติบโตหรือการขยายตัวที่เทียบปีต่อปี หรือไตรมาสต่อไตรมาส จนกระทั่งทำให้ตลอดทั้งปีที่แล้ว เศรษฐกิจนั้นหดตัวเพียงร้อยละ 2.3 ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์อย่างมาก เพราะว่าในการคาดการณ์ก่อนหน้านี้หลายสำนักนั้นจะมีตั้งแต่ติดลบ 3 ไปจนถึงติดลบ 9 แต่ในที่สุดแล้ว ความรวดเร็วของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้าย ก็ทำให้การติดลบทั้งปีนั้นต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ และทำให้ขณะนี้การปรับเป้าหมายหรือการคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ นั้น

สำหรับปีนี้เพิ่มขึ้นแน่นอน แต่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจก็ยังมีความเสี่ยงในเรื่องของราคาน้ำมัน ในเรื่องของปัญหาของเศรษฐกิจโลก และที่สำคัญ คือ ยังมีปมปัญหาที่รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ไข เช่น กรณีมาบตาพุด ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีข่าวดีว่าในโครงการที่มีการค้างคากันในเรื่องของการก่อสร้างนั้น ศาลปกครองนั้นได้มีคำวินิจฉัยอนุญาตให้มีการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องได้ นอกจากนั้นก็ยังมีเรื่องของความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ความไม่สงบหรือความวุ่นวายทางการเมือง เพราะฉะนั้นอย่างที่ตนได้ย้ำว่าถ้าพวกเราช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อที่จะทำให้ประคับประคองให้สถานการณ์นั้น เข้าสู่ภาวะความเป็นปกติ นั่นคือโอกาสของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศในเรื่องของการที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างเต็มที่ แล้วก็ขยายตัวได้เป็นไปตามเป้าหมายหรือแม้กระทั่งเกินเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้

 นายกน กล่าวต่อว่า จากการที่เศรษฐกิจได้ฟื้นตัวดีขึ้นมาในขณะนี้ รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องปรับนโยบายในบางเรื่อง เช่น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือมาตรการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ซึ่งไม่ใช่มาตรการถาวร รัฐบาลก็จะมีการทยอยยกเลิกไป สัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้มีการยกเลิกมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ยังไม่ใช่ยกเลิกเสียทีเดียว เพราะว่ามาตรการนี้จะบังคับใช้จนถึงปลายเดือนมีนาคม วันที่ 28 มีนาคม ซึ่งรัฐบาลได้เคยลดหย่อนในเรื่องของค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์ และในเรื่องของภาษีธุรกิจเฉพาะ รัฐบาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องต่ออายุมาตรการเหล่านี้ เพราะฉะนั้น อันนี้ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของนโยบายซึ่งรัฐบาลกำลังปรับเปลี่ยนเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นมา ที่รัฐบาลได้ตัดสินใจล่วงหน้านั้น ก็เพื่อประโยชน์ของภาคธุรกิจ และพี่น้องประชาชน หากประสงค์จะได้รับประโยชน์จากมาตรการเหล่านี้ คงจะต้องไปดำเนินการในเรื่องของธุรกรรมและการโอนอสังหาริมทรัพย์ก่อนวันที่ 28 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่มาตรการนี้จะหมดอายุ 

 นายกฯ ยังกล่าวมาตรการการให้ความช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตเศรษฐกิจ ว่า  มาตรการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ยังเป็นมาตรการที่รัฐบาลจะดำเนินการต่อไปเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี และเรื่องของค่าไฟ แต่มีหนึ่งมาตรการที่จะยกเลิกหลังรอบของมาตรการสิ้นสุดลงก็คือเรื่องของค่าน้ำฟรี เหตุผลที่ยกเลิกตรงนี้นั้นเพราะว่าในบรรดามาตรการที่ ช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยนั้น เป็นมาตรการซึ่งเข้าถึงพี่น้องประชาชนค่อนข้างจำกัด น้ำไม่เหมือนไฟ ในกรณีของค่าไฟนั้นพี่น้องประชาชนนั้นเกือบทั้งหมด จะซื้อไฟจากการไฟฟ้าฯ แต่ว่ามีพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ไม่ได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะคนยากคนจน คนที่อยู่ห่างไกล จากมาตรการค่าน้ำฟรี เพราะว่าไม่ได้ซื้อน้ำจากการประปานครหลวง หรือการประปาส่วนภูมิภาค

 นอกจากนั้นในขณะที่ไฟเรา สามารถที่จะจำกัดการช่วยเหลือคือว่า สำหรับคนที่ใช้ไฟน้อยจริง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนมีรายได้น้อยนั้น กรณีของน้ำ การกำหนดปริมาณที่จะช่วยเหลือนั้นไม่สามารถที่จะแยกแยะได้อย่างแท้จริง ระหว่างคนที่เป็นคนยากคนจนกับพี่น้องประชาชนที่มีฐานะ เพราะฉะนั้น รัฐบาลจึงได้ตัดสินใจในการที่จะยกเลิกคือไม่ต่ออายุมาตรการในเรื่องของค่าน้ำ นี่ก็เป็นเรื่องของนโยบายของเศรษฐกิจที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนอย่าง ต่อเนื่อง เพื่อสอดรับกับเรื่องของภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป