ข่าว

ผู้กำกับหนุ่ย-ทนายอาร์ม"พรรคกล้า"ลั่นสู้ไม่ถอย สร้างสรรค์ไม่แบ่งแยก

ผู้กำกับหนุ่ย-ทนายอาร์ม"พรรคกล้า"ลั่นสู้ไม่ถอย สร้างสรรค์ไม่แบ่งแยก
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

โค้งสุดท้าย! ชุมพร-สงขลา กล้า จนถึงที่สุด ผู้กำกับหนุ่ย - ทนายอาร์ม ลั่น สู้ไม่ถอย ใช้ความสร้างสรรค์ ไม่แบ่งแยกคน เปลี่ยนการเมืองเก่า เป็นการเมืองคุณภาพ

 


โค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่  16 มกราคม 2565 ของสองจังหวัดภาคใต้ คือ ชุมพร และสงขลา แทนตำแหน่งที่ว่างลง พรรคกล้า ส่ง 2 ผู้สมัคร ได้แก่ พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ หรือ ผู้กำกับหนุ่ย ลงชิงชัยในสนามเลือกตั้ง จ.ชุมพร และนายพงศธร สุวรรณรักษา หรือ ทนายอาร์ม ลงชิงชัยในสนามเลือกตั้ง จ.สงขลา โดยผู้สมัครทั้งสองคนได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนมาตั้งแต่ตัดสินใจสวมเสื้อพรรคกล้า 


พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ หรือ ผู้กำกับหนุ่ย เคยเป็นนายตำรวจติดตาม นายกรณ์ จาติกวณิช สมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เห็นถึงความเป็นคนเก่ง คนดี มีฝีมือ ที่โชว์ต่างประเทศได้อย่างไม่อายใคร ผู้กำกับหนุ่ยเคยลั่นวาจาไว้ว่า เมื่อไหร่ที่คุณกรณ์ ออกมาตั้งพรรคใหม่ เขาจะลาออกมาช่วย ซึ่งวันนี้เขาได้ทำตามคำมั่นที่ให้ไว้แล้ว

 

พ.ต.อ.ทศพล เกิดและเติบโตที่จังหวัดชุมพร ลูกแม่ค้าในตลาด เด็กวัดบ้านนา เด็กวัดเขาถล่ม ศิษย์ศรียาภัย  เรียนปริญญาตรีมหาวิทยาลัยรามคำแหง สอบเข้ารับราชการตำรวจ ไต่เต้าตั้งแต่ชั้นประทวนจนถึงสัญญาบัตร ประวัติขาวสะอาด ไม่มีด่างพร้อยให้มัวหมองถึงครอบครัว เป็นคนติดพื้นที่ คลุกคลีกับชาวบ้าน พูดได้ว่าไม่มีพื้นที่ไหนที่ไม่รู้จัก ไม่มีซอกซอยไหนที่ไม่เคยเดิน ที่ตรงไหนดินปลูกอะไรถึงงาม ทะเลมุมไหนถ่ายรูปแล้วสวยเขารู้หมด  


การเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้ ผู้กำกับหนุ่ยจับได้เบอร์ 5 เขาเชื่อมั่นว่า  จะสามารถปักธงชัย ให้กับ พรรคกล้า อย่างแน่นอน เพราะกว่า 1 ปี ที่ผ่านมา แม้จะยังไม่มีปี่กลองเลือกตั้ง เขาก็ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโควิด แจกแมสก์ ร่วมสร้างโรงพยาบาลสนาม แจกอาหารการกินช่วงน้ำท่วม เรียกได้ว่าพื้นที่ไหนมีปัญหาจะต้องเห็นหน้า ผกก.หนุ่ย เสมอ
อัศวินชุมพร คืออีกหนึ่งฉายา ที่ถูกเรียกขาน คือคำยืนยันเป็นอย่างดี ว่า ผกก.หนุ่ยเป็นคนรักพื้นที่ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า ไม่มีใครเข้าใจความเหน็ดเหนื่อยของคนตัวเล็ก ๆ เท่าเขาอีกแล้ว จากเด็กบ้านนอกเติบโตจากตำรวจชั้นประทวนตัวเล็ก ๆ เลื่อนขั้นมาเรื่อยจนเป็นนายตำรวจ และด้วยความเป็นลูกแม่ค้าตัวเล็ก ๆ ในตลาด เขาจึงเชื่อว่าชุมพรดีกว่านี้ได้ ถ้ามีโอกาสที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ ทั้งเรื่องปากท้องที่ดีขึ้น เด็ก ๆ มีการศึกษาที่ดีขึ้น ทุกคนลืมตาอ้าปากได้  ที่สำคัญ อยากเห็นการเมืองที่ขาวสะอาดอย่างที่เขาเคยทำ สมัยรับราชการเป็นตำรวจ 

 

"ชุมพรคือบ้านของผม ผมรักบ้านหลังนี้ วันนี้บ้านหลังนี้เศรษฐกิจยังไม่เติบโต อย่างที่ควรจะเป็น กีปีกีปีผ่านไป ชุมพรเป็นได้แค่จังหวัดทางผ่าน  ทั้ง ๆ ที่เรามีของดีมากมาย ผลไม้อร่อยไม่แพ้ที่ไหนในโลก ความสมบูรณ์ของแหล่งท่องเที่ยวและการประมง แต่ทำไม ชาวสวน ชาวไร่ คนทำธุรกิจตัวเล็ก ๆ ถึงลืมตา อ้าปากไม่ได้สักที การเมืองแบบเดิม ๆ สืบทอดอำนาจ ควรจะหมดไปได้แล้ว ต้องใช้มืออาชีพเข้ามาบริหาร นอกจากนี้ ผมมั่นใจในทีมเศรษฐกิจของพรรคกล้า ถ้าผมได้รับเลือกตั้งเข้ามา เหล่าคนเก่งในพรรคกล้าจะเข้ามาช่วยพลิกชีวิตของพ่อแม่พี่น้องชาวชุมพรให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน พวกเขาจะมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น คนรุ่นใหม่จะมีโอกาสที่ดีในบ้านเกิด ไม่ต้องไปทำงานที่จังหวัดอื่น ทุกคนได้ใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่น้อยหน้าใครในประเทศ นอกจากนี้ผมยังมีความหวังจะได้เห็นการเมืองที่ขาวสะอาด และได้นักการเมืองที่มีความตั้งใจทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง การเมืองไม่ควรเป็นเรื่องของการสืบทอด ไม่ใช่มรดกที่จะมอบให้ใคร แต่การเมืองที่ดีคือต้องได้มืออาชีพ คนทำงานตัวจริงเข้ามา เพราะมันถึงเวลาแล้ว ที่ชุมพรต้องกล้าเปลี่ยน" ผู้กำกับหนุ่ย กล่าว 


ส่วนที่ จ.สงขลา พรรคกล้า ส่งนายพงศธร สุวรรณรักษา หรือทนายอาร์ม ซึ่งจับได้เบอร์ 4 ก็เป็นอีกคนที่ทำงานช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง โดยการเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้ ทนายอาร์มใช้ยุทธศาสตร์หนึ่งสมองสองมือถือไมค์ ทำทีละหนึ่งเดินทีละบ้านคุยทีละคน นำเสนอตัว หยุดการเมืองแสวงหาอำนาจ ต่อท่อธุรกิจ กินรวบจังหวัด โดยเสนอตัวท้าทายระบบเก่าๆ ปรับเปลี่ยนการทำงานแนวใหม่ เป็นนักการเมืองของประชาชนโดยแท้ จากประชาชนเพื่อประชาชน 


ทนายอาร์ม บอกว่า ที่ผ่านมาตนอยากได้ผู้แทนที่เป็นคนในพื้นที่ และต้องเป็นคนที่เข้าถึงง่ายแก้ไขปัญหารวดเร็ว และสิ่งนี้คือสิ่งที่ตั้งใจทำมาตลอด และตั้งแต่ที่ประกาศตัวลงระยะเวลากว่าหนึ่งปี ตนได้ช่วยเหลือแก้ไขปัญหา ทั้งแรงงาน ทั้งล่วงละเมิดเด็ก ปัญหาผู้มีอิทธิพลต่าง ๆ โดยที่ยังไม่มีตำแหน่ง และแม้ว่าตนจะไม่ใช่ลูกหลานนักการเมืองใหญ่ ไม่มีธุรกิจใหญ่โตหนุนหลัง แต่เชื่อว่าความรู้ความสามารถและความเสียสละที่พร้อมทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของตนมาโดยตลอดจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนให้เข้าไปทำงานเป็นผู้แทนของพวกเขาเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในพื้นที่


"ผมพร้อมสู้กับความไม่ยุติธรรม คนที่หากินบนความเดือดร้อนของประชาชน การเป็นผู้แทนต้องไม่ใช่แค่คะแนนนับในสภา ผู้แทนต้องสร้างการเปลี่ยนแปลง ผมเชื่อว่าคนสงขลา วันนี้ถึงจุดที่เขาอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง ที่ผ่านมาเขาเบื่อกับการเลือกตั้งที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการสืบทอดอำนาจ ดังนั้นนักการเมืองที่มาเพื่อลงมือทำ จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับพวกเขาได้ และผมจะไม่แบ่งแยกคนรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ แต่ผมจะทำเพื่อทุกคน 16 มกราคม โอกาสเป็นของชาว จ.สงขลา เลือกเบอร์ 4 พรรคกล้า เพื่อเปลี่ยนสงขลาไปด้วยกันนะครับ" ทนายพงศธร กล่าว  

 

อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นการเลือกตั้งสมัยแรก แต่ทนายอาร์ม กล่าวว่า จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง กระแสตอบรับดีมาก ทั้งจากการชื่นชอบหัวหน้าพรรค กรณ์ จาติกวณิช และทีมงานเศรษฐกิจ และแม้ตนจะเป็นทนายความ แต่ก็จะช่วยผลักดันสิ่งที่พรรคประกาศไว้ว่า จะสร้าง จ.สงขลา ให้เป็นเมืองเศรษฐกิจแบบไร้รอยต่อ ผลักดันสหกรณ์การยาง เพื่อราคายางจะไม่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ตลอดจนการขยายศักยภาพอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ยาง น้ำยาง การประมง การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่เข้มข้น รวมถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบริการต่าง ๆ ถ้าเรามองเห็นโอกาสเหล่านี้ และพัฒนาให้ถูกจุด จ.สงขลาจะเป็นกำลังสำคัญและคืนชีพเศรษฐกิจภาคใต้ตอนล่างได้ 

 

สำหรับพงศธร หรือทนายอาร์ม เกิดและเติบโตที่ อ.สะเดา จ.สงขลา พ่อเป็นนายตำรวจ แม่เป็นแม่ค้า จบกฎหมายประกอบอาชีพทนายทนายอาสาช่วยแรงงานในพื้นที่โรงงานเขต อ.สะเดา อ.คลองหอยโข่ง และ อ.หาดใหญ่ มาโดยตลอดจนได้รับการยอมรับว่าเป็นนักกฎหมายใจถึงพึ่งได้ ซึ่งในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ หัวหน้าพรรค กรณ์ จาติกวณิช และทีมงานพรรคกล้า ลงไปช่วยหาเสียงอย่างต่อเนื่อง เสียงตอบรับดีขึ้นตามลำดับ

logoline