ข่าว

"เฉลิมชัย" ยืนยันไม่เคยปิดบังปัญหาโรค ASF ส่วนเงินเยียวยาจ่ายเฉพาะรายย่อย

"เฉลิมชัย" ยืนยันไม่เคยปิดบังปัญหาโรค ASF ส่วนเงินเยียวยาจ่ายเฉพาะรายย่อย
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ยืนยัน ไม่เคยปกปิดเรื่องโรค ASF แต่ดำเนินมาตรการป้องกันอย่างดีตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ส่วนเงินเยียวยาเป็นการชดเชยตามมาตรการควบคุมไว้ก่อน ไม่ใช่จ่ายให้หมูที่ป่วยแล้ว

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณีกรมปศุสัตว์แถลงตรวจพบโรค ASF ในประเทศไทย ว่า ได้ดำเนินการตามกระบวนการ พร้อมแจ้ง OIE (องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ) แล้ว สำหรับมาตรการควบคุมโรคก็เป็นไปตามกฎหมาย คือตรวจเข้มพื้นที่ในรัศมี 5 กิโลเมตร รวมถึงการเคลื่อนย้ายต่าง ๆ

สำหรับเงินเยียวยา เป็นค่าเสียหายตั้งแต่ปี 2562 ที่ภาคเอกชนลงขันกัน กรณีมีความจำเป็นต้องทำลายหมูในกลุ่มเสี่ยงก่อให้เกิดโรค หากคาดว่าจะเกิดโรคก็ทำลายทิ้งก่อน แล้วจ่ายชดเชยประมาณ 70% ของราคา โดยจ่ายเฉพาะรายย่อยเท่านั้น และได้ดำเนินการต่อเนื่องมา

กระทั่งเอกชนบอกว่านี่คือมาตรการป้องกันการระบาดของโรค ขณะนี้เงินลงขันกว่าร้อยล้านนั้นหมดแล้ว จึงมีการประชุมคณะกรรมการและนำเสนอไปยังรัฐบาลว่า การควบคุมการระบาด การป้องกัน เป็นหน้าที่ของรัฐบาล นี่คือที่มาในการของบประมาณกลางเพื่อนำมาเยียวยา ไม่ใช่หมูตายหรือหมูเป็นโรคแล้วเยียวยา เป็นเพียงหมูที่มีความเสี่ยง สมมุติว่าเลี้ยงในพื้นที่เสี่ยงเกิดโรคก็จะทำลายก่อนเพื่อไม่ให้เป็นต้นตอของโรค เงินเยียวยามาจากตรงนี้ ไม่ใช่เยียวยาหมูที่เป็นโรค

นายเฉลิมชัย กล่าวต่อไปว่า งบประมาณกลางที่ ครม.อนุมัติกว่า 574 ล้านบาทนี้เป็นก้อนสุดท้าย เพื่อเยียวยาการทำลายหมูแสนกว่าตัว ส่วนที่ขอไปประมาณ 1,700 ล้านบาท เพราะยังมีมาตรการส่วนป้องกัน การทำงานของเจ้าหน้าที่ ยาฆ่าเชื้อ และขอเผื่อหากมีความจำเป็นต้องทำลายสุกร ซึ่งบอกล่วงหน้าไม่ได้ว่าจะทำตรงไหน แต่เมื่อสำนักงบประมาณพิจารณาว่าหลักเกณฑ์ของทางราชการ สามารถจ่ายได้เฉพาะส่วนที่ทำไปแล้ว กระทรวงฯ ก็ทำไปตามปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไร

สำหรับงบเพื่อใช้ป้องกันนั้นกรมปศุสัตว์มีอยู่แล้ว แต่เกรงไม่เพียงพอก็เสนอของบกลางไป อย่างกรณีเจ้าหน้าที่ตรวจตั้งแต่สนามบิน ทุกด่านที่เปิด ทุกเส้นทาง เพื่อป้องกันไม่ให้โรคนี้เข้ามาในประเทศไทย คณะกรรมการที่ดูแลเรื่องนี้มาจากทุกภาคส่วน ทุกกระทรวง และดูแลไปจนถึงเศษอาหารจากโรงแรม ร้านอาหาร บ้าน ก็ให้ตรวจสอบ เพราะหากมีเชื้อปนเปื้อนมาในเศษอาหารแล้วนำไปเลี้ยงหมู ก็ทำให้เกิดโรคได้ แต่ยืนยันว่าเชื้อนั้นไม่ติดคน มาตรการที่ทำลงลึกขนาดนี้ เป็นการป้องกัน ไม่ได้มีการปิดบัง เพราะไม่มีประโยชน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังกล่าวถึงการตรวจยืนยันโรค ASF ว่า การตรวจพบเชื้อก็ต้องเป็นการตรวจตามมาตรฐานการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับ ส่วนที่ไม่ชดเชยรายกลาง รายใหญ่ เพราะมีความพร้อมอยู่แล้ว มีอุปกรณ์ มีเครื่องมือมากกว่ารายย่อย จึงต้องดูแลรายย่อยมากกว่า

วันนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดปัญหา เราพยายามป้องกันเต็มที่ ประเทศจีนใช้เวลา 6 เดือน ฆ่าหมูหลายล้านตัว รอบบ้านเราเป็นมาสามสี่ปี เรามีมาตรการป้องกันดีเยี่ยม เมื่อปลายปี 2563 ตนเองก็ยังได้รับโล่ว่าป้องกันได้อย่างดี เราดำเนินมาตรการป้องกันมาอย่างต่อเนื่องและได้ผล จนระยะหลังมีคนเรียกร้องว่าเข้มงวดเกินไป

ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ทำแค่การควบคุม โรคนี้เกิดมาร้อยปีโดยไม่มีวัคซีน ก็ได้ทำ MOU ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อร่วมกันผลิตวัคซีน ซึ่งคืบหน้าไปมาก ถ้าทดลองสำเร็จอีก 2 ขั้นตอน ไทยจะเป็นประเทศแรกที่ผลิตวัคซีนได้ ยืนยันว่าไม่ได้ทิ้ง ไม่ได้ปกปิด พยายามป้องกันทุกอย่างจน OIE มีหนังสือชื่นชม สำหรับรายละเอียดทั้งหมดจะชี้แจงอีกครั้งว่าปี 2562 2563 2564 ทั้งปี ได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง รวมถึงกรณีภาคีคณบดีสัตวแพทย์ทำหนังสือมานั้น ตนเองเพิ่งเซ็นคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าทำไมกรมปศุสัตว์จึงไม่ได้รับหนังสือดังกล่าว

 

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด