ข่าว

แรงอาฆาตยังเหลือเฟือ

แรงอาฆาตยังเหลือเฟือ

28 ก.พ. 2553

การตัดสินคดียึดทรัพย์ของครอบครัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้สิ้นสุดลง เหลือแต่ปฏิกิริยาควันหลงต่างๆ และเป็นการเริ่มต้นของเกมการเมืองที่จะตามมา รวมทั้งความรุนแรงโดยกลุ่มผู้จงรักภักดีต่อคนหนีคุกรายนี้ โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายต่อบ้านเมือง

 เป็นไปตามคาด “ทักษิณ” ไม่ยอมรับคำตัดสิน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้อ้างว่าพร้อมจะน้อมรับ จะเป็นเพราะแผนการที่วางไว้ไม่เป็นไปตามที่หวัง หรืออะไรก็สุดแล้วแต่ “ทักษิณ” ยังได้แสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อกระบวนการตุลาการ และใครก็ตามที่ “ทักษิณ” เชื่อว่าอยู่เบื้องหลังการพิพากษา โดยไม่พิจารณาถ้อยคำสำนวนว่าตัวเองได้กระทำผิดตามนั้น หรือเถียงได้หรือไม่ว่าข้อกล่าวหา หลักฐานนั้นไม่เป็นความจริง สิ่งเดียวที่ทำได้คือการกล่าวคำสาบาน ซึ่งไร้ความหมาย และคำออดอ้อนต่อผู้ยังหลงเชื่อว่า “ทักษิณ” นั้นเป็นคนดี ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงประชาชนคนไทยทุกคน และอาจมีคนต่างชาติบางกลุ่มได้ตกเป็นเหยื่อของพฤติกรรมทุจริตของ “ทักษิณ” ต่างกรรม ต่างวาระ

 และนี่ก็เป็นเพียงการเริ่มต้นของคดีความต่อเนื่อง และบ่วงกรรมที่จะไล่บี้ “ทักษิณ” ต่อไป หลังจากบุญเก่าหมดสิ้นแล้ว อนาคตของสมาชิกครอบครัวที่ต้องเผชิญคือการต้องเสียทรัพย์เพิ่มจากเงินภาษี ค่าปรับ และโทษอาญา โดยเฉพาะอดีตภรรยา พี่เมียในกรณีเลี่ยงภาษี นับเป็นอนาคตที่ไม่สวยหรูสำหรับครอบครัวอภิมหาเศรษฐีซึ่งไม่รู้จักความพอเพียงในทรัพย์สิน

 ความเกรี้ยวกราดในอารมณ์ของ “ทักษิณ” แสดงได้เห็นว่าตัวเองต้องอยู่เหนือกฎหมาย ไม่ว่าอย่างไรก็ตามวิญญูชนและคนทั้งโลกได้รับรู้ธาตุแท้ว่า “ทักษิณ” และครอบครัวเป็นอย่างไร รวยมาอย่างไร มีหลักฐานพิสูจน์ให้เห็นความเป็นคนคด และโทษผู้อื่น โดยไม่ยอมรับว่าตัวเองกระทำผิด

 คำพูดจากสื่อทวิตเตอร์ทำให้เห็นความมืดบอด ทั้งๆ ที่ตุลาการได้ใช้เวลาอ่านคดีความหลายชั่วโมง “ทักษิณ” ย่อมรู้ดีแก่ใจ แต่ยังมีหน้ามาเถียงด้วยถ้อยคำเหล่านี้ ซึ่งรวมทั้งเวรกรรมสร้างให้ลูกต้องลำบาก กว่าจะกล่าวขอโทษก็สายเกินไปแล้ว

 “ทักษิณ” ว่าอย่างนี้ “หาว่าผมทำให้รัฐเสียหาย ก็ไม่รู้ว่าเสียหายตรงไหน และบริษัทได้ประโยชน์ตรงไหน" ต่อจากนั้น “ทักษิณ” โพสต์ข้อความปฏิเสธการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐว่า "คนจ่ายคงจ่ายเท่าเดิม เพียงรัฐแยกกระเป๋าเป็น 2 ใบ รวมแล้วก็ได้รับเท่าเดิม ผมคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าผมทำให้รัฐเสียหายตรงไหน ตั้งใจหาเรื่องกันจริงๆ"
 
             "แล้วนี่เอาเงินจากบัญชีลูกผมไปหมด โดยถือว่าเป็นส่วนราคาหุ้นที่เพิ่มตอนช่วงผมเป็นนายกฯ บอกว่าหุ้นเป็นของผม ไม่ใช่ของลูกและทำไมจะมาเรียกภาษีจากลูก ผมทำอะไรผิดร้ายแรงมากถึงขนาดยึดเงินครอบครัวที่บรรลุนิติภาวะ ที่กฎหมายถือเป็นคนละคนกันและไม่ใช่นักการเมืองถึง 4.6 หมื่นล้านบาทและจะตามภาษีอีก"

 คนไทยทั้งประเทศทั้งเสื้อเหลือง แดง และสีอื่นๆ ต่างรับรู้ มีแต่ “ทักษิณ” ยังไม่สำนึก พร้อมจะสร้างความวิบัติต่อไปให้แผ่นดิน โดยอาศัยเครือข่ายกลุ่มผู้ต้องการรับใช้แลกกับเงินค่าจ้าง ซึ่งมีน้อยลง เท่ากับว่าต่อให้พลังบาปบุญ กุศลแค่ไหน ก็เปลี่ยนความคิด “ทักษิณ” ไม่ได้ เว้นแต่ “ความเป็นไป” ภายใน 7 วันตามคำสาบานว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์เท่านั้น