
แก๊งค้ามนุษย์'หักหลัง'ฆ่า7ศพพม่าทิ้งอันดามัน
ยังเป็นเรื่องสะเทือนขวัญและเป็นที่กล่าวถึงในความโหดเหี้ยม คดีจ่อหัวยิงชาวพม่า 4 ศพ มัดติดก้อนหินทิ้งทะเลอันดามัน หน้าเกาะช้าง จ.ระนอง กระทั่งมีเรืออวนลากมาพบเห็นแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ งมศพรอญาติคนตายมาติดต่อ และสอบสวนหาปมฆาตกรรมครั้งนี้ ทว่าในข้อเท็จจริงแล
"7 ศพ ไม่ใช่ 4 ศพ" พ.ท.เซหล่วย ประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นพม่า-ไทย ด้าน จ.เกาะสอง และผู้บังคับการกองกำลังทหารพม่าประจำ จ.เกาะสอง ดูแลงานความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า ด้าน จ.เกาะสอง-ระนอง กล่าวยืนยันกับ "คม ชัด ลึก" ระหว่างเดินทางมาร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-พม่า (ทีบีซี) ที่ จ.ระนอง
พ.ท.เซหล่วย ให้ข้อมูลว่า หลังจากทางการไทยพบศพชาวพม่า 4 ศพ หน้าเกาะช้าง ทางฝ่ายพม่าก็พบศพชาวพม่าอีก 3 ศพในน่านน้ำของพม่า รวมถึงผู้รอดชีวิตอีก 2 คน ที่สามารถหนีรอดจากเหตุสยองขวัญ แล้วหนีกลับไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านเกิดบนเกาะสิงโต จากการสอบสวนทราบว่าชาวพม่าทั้ง 9 คน เป็นชาวเกาะปะเลาโตโต้ (เกาะสิงโต) ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ใน จ.เกาะสอง ประเทศพม่า ห่างจาก จ.ระนอง ไปประมาณ 7 ไมล์ทะเล นั่งเรือไปนานประมาณ 1 ชั่วโมง
ผลการสอบสวนของทางการพม่ายังทราบด้วยว่า ผู้เสียชีวิตทั้งเจ็ดและผู้รอดชีวิตอีกสองคน ทำธุรกิจซื้อขายปลาบังหน้า แต่เบื้องหลังคือการนำพาแรงงานผิดกฎหมายลักลอบเข้ามายังฝั่งไทย โดยคืนเกิดเหตุทั้ง 9 คน นำแรงงานผิดกฎหมายจาก จ.เกาะสอง ลักลอบเข้าประเทศไทย โดยส่งให้นายหน้าคนหนึ่งใน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีการนัดหมายส่งมอบแรงงานกันกลางทะเลอันดามัน มีแรงงานต่างด้าวชาวพม่าทั้งหมด 80 คน โดยสารมากับเรือ 3 ลำ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุปรากฏว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งคนไทยและพม่าลอยลำรอรับอยู่กลางทะเลอยู่แล้ว
เมื่อทั้ง 9 คนขึ้นไปเจรจากับคู่ค้า ปรากฏว่าเกิดการโต้เถียงกันขึ้นในรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนแรงงานที่ไม่ตรงเหมือนอย่างที่ตกลงกันไว้ รวมถึงมีปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ จนถึงขั้นลงมือทำร้ายโดยใช้อาวุธปืนและของมีคม ส่งผลให้มีชาวพม่าเสียชีวิต 7 คน อีก 2 คนเล็ดลอดหลบหนีออกมาได้ ส่วนแรงงานต่างด้าวทั้ง 80 คนที่มาด้วยถูกนำเข้าฝั่งไทย โดยผลการสืบสวนสอบสวนเชื่อว่าทั้งหมดถูกกระจายไปอยู่ตามแหล่งค้าแรงงานเป้าหมายหมดแล้ว
...คดีสะเทือนขวัญนี้ถูกเปิดเผยขึ้นตอน 6 โมงเช้า วันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดย "ฤกษ์อรุณ จันทรบูร" ไต้ก๋งเรือโชคปิยะวิทย์ นำเรืออวนลากออกจับปลาบริเวณหน้าเกาะช้าง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งของระนอง ห่างจากเกาะประมาณ 1.5 ไมล์ทะเล สังเกตเห็นคล้ายกับมีคนลอยคออยู่กลางทะเล จึงนำเรือเข้าเทียบก็พบว่าเป็นศพลอยคว่ำหน้าอยู่ จึงสั่งให้ลูกเรือนำเชือกไปคล้องตัวศพมัดติดกับเรือ แล้ววิทยุแจ้งมูลนิธิระนองสงเคราะห์ และ สภ.ปากน้ำ ตามมาเก็บศพขึ้นจากทะเล
เบื้องต้นพบว่านอกจากศพแรกที่ลอยคว่ำหน้าอยู่แล้ว ยังมีอีก 3 ศพถูกมัดรวมกันอยู่ด้านล่างติดกับก้อนหินขนาดใหญ่ที่ใช้ถ่วงเอาไว้ รวม 4 ศพ เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน แพทย์ชันสูตรพบบาดแผลถูกทำร้ายที่ลำตัวและศีรษะ สภาพศพเริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง วันรุ่งขึ้นมีหญิงพม่าวัย 20 ปี เดินทางมาติดต่อขอดูศพและยืนยันทั้งหมดเป็นชาวพม่า โดยหนึ่งในนั้นเป็นสามีของเธอเอง มีภูมิลำเนาอยู่บนเกาะปะเลาโตโต้ จ.เกาะสอง
ทั้งนี้หญิงคนดังกล่าวให้ข้อมูลตำรวจว่า เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 ทั้ง 4 คนร่วมกันลงทุนเช่าเรือประมงออกไปซื้อปลาในเขตน่านน้ำของพม่าตามปกติ โดย 2 วันหลังจากนั้นก็จะกลับเข้าฝั่งครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้หายออกไปนานผิดปกติ กระทั่งวันที่ 21 กุมภาพันธ์ เพื่อนสามีไปบอกว่าเห็นข่าวในทีวีไทยรายงานว่า พบศพชาวพม่าถูกฆ่าทิ้งน้ำจึงเดินทางมาติดต่อขอดูศพที่ รพ.ระนอง
ถัดจากนั้นก็มีหญิงพม่าอีก 3 คน ทยอยเดินทางมาขอดูศพและยืนยันว่าเป็นสามีของเธอ พร้อมกับขอนำศพกลับไปจัดการตามประเพณี อย่างไรก็ดี จากการสอบสวนปากคำทั้งหมดให้การคล้ายคลึงกับหญิงสาวคนแรก และไม่ทราบสาเหตุการฆาตกรรมมาจากเรื่องใด นอกจากตั้งข้อสันนิษฐานเพียงว่า อาจจะโดนปล้นฆ่าหรือเกิดความขัดแย้งในธุรกิจบางอย่าง
เมื่อข้อมูลเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า มีผู้ถูกฆาตกรรมในคดีนี้มากถึง 7 ศพ แม้จะเป็นชาวพม่า แต่เหตุเกิดในน่านน้ำของไทยและมีคนไทยนายหน้าค้ามนุษย์เข้ามามีส่วนร่วมด้วย ตำรวจก็ต้องติดตามคลี่คลายคดีให้ได้ หรืออย่างน้อยก็ป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก เพราะนอกจากจะเป็นการท้าทายกฎหมายอย่างร้ายกาจแล้ว การค้ามนุษย์ยังถือเป็นอาชญากรรมระดับชาติที่จะไม่ให้ความสำคัญไม่ได้
บุญเลื่อน พรมประทาน



