
มาร์คชี้ปาบึ้มแบงก์5จุดไม่เหนือคาด
ระทึก! บึ้มกลางกรุง เป้าหมายป่วนธนาคารกรุงเทพ คนร้ายควบ จยย.ปาระเบิดเอ็ม 67 ใส่แบงก์สาขาสีลม ตู้โทร-แท็กซี่พัง มีผู้บาดเจ็บ 1 อีกจุดสาขาพระราม 2 ขว้างระเบิดลูกเกลี้ยงใส่ แต่ระเบิดไม่ทำงาน จุดที่ 3 หน้าแบงก์ธนชาต พุทธมณฑลสาย 4 ตรวจพบเป็นระเบิดปลอม กลางดึก
สถานการณ์บ้านเมืองหลังคำพิพากษายึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร้อนแรงขึ้นทันที เมื่อกลางดึกวันที่ 27 กุมภาพันธ์ หลังการตัดสินคดีเพียง 1 วัน ได้เกิดเหตุระเบิดถึง 2 จุดในกรุงเทพมหานคร และวางระเบิดปลอมอีก 1 จุด ในย่านพุทธมณฑลสาย 4 ซึ่งทั้ง 3 เหตุการณ์ล้วนก่อเหตุบริเวณหน้าธนาคารทั้งสิ้น
จุดแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ยานนาวา รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดบริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาสีลม ถนนสีลม 19 ตรงข้ามวัดแขก จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบพื้นถนนเป็นหลุม และสะเก็ดระเบิดทำให้กระจกหน้าธนาคารเป็นรู และร้าวหลายแห่ง นอกจากนี้สะเก็ดระเบิดยังไปถูกป้ายธนาคารเป็นรูเสียหาย ตู้โทรศัพท์สาธารณะใกล้เคียงได้รับความเสียหายเช่นกัน บริเวณฟุตบาทพบกระเดื่องระเบิดแบบขว้าง ในที่เกิดเหตุยังพบมีรถแท็กซี่ สีชมพู ทะเบียน ทพ 6673 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ มีนายนิทดร ผุยนาเพียง อายุ 55 ปี เป็นคนขับ
นายนิทดร กล่าวว่า หลังจากส่งลูกค้ากลับมาใช้เส้นถนนสีลม แต่รถเกิดเสีย จึงจอดซ่อม และเมื่อซ่อมเสร็จได้ยืนสูบบุหรี่อยู่นอกรถใกล้จุดเกิดเหตุ สังเกตเห็นคนร้ายเป็นชาย 2 คน ใส่ชุดสีดำ สวมหมวกนิรภัยปิดหน้า ส่วนคนซ้อนท้ายไม่ได้สวมหมวกนิรภัย หลังจากคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณหน้าธนาคารแล้ว คนร้ายนั่งซ้อนท้ายได้หยิบระเบิดออกมาขว้างใส่ ก่อนจะขี่รถหลบหนีไป รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ไม่ถูกสะเก็ดระเบิด
ต่อมา พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชช์ ผบก.น.6 พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด บก.ตปพ.บช.น. และเจ้าหน้าที่ทหาร เดินทางมาเก็บข้อมูลในที่เกิดเหตุ
พล.ต.ต.อนันต์ให้สัมภาษณ์เนชั่น แชนแนลว่า จากการตรวจสอบพบว่าแรงระเบิดทำให้พื้นถนนได้รับความเสียหายเป็นรอยสะเก็ดระเบิด ตู้โทรศัพท์กระจกแตก 1 ตู้ รถยนต์ยี่ห้อมาสด้า รถแท็กซี่ได้รับความเสียหายเล็กน้อย และมีคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเนื่องจากถูกสะเก็ดระเบิด 1 คน โดยนำส่งรักษาที่ รพ.เลิดสิน ส่วนคนก่อเหตุจากการสอบถามพยานทราบว่าผู้ต้องสงสัยเป็นชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์มา โดยคนซ้อนท้ายโยนระเบิดใส่ สักครู่ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น
ส่วนประเด็นการก่อเหตุขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนหาข้อมูล ซึ่งจะเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ยังไม่อาจระบุได้แน่ชัด ต้องรอรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ชัดก่อน อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.ได้สั่งการให้ทุก สน.เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราให้มากขึ้น และเหตุที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่ความหละหลวมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากเราทำงานกันอย่างเต็มที่
ด้าน พล.ต.ต.สุเมธ กล่าวว่า เหตุระเบิดที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาสีลม เบื้องต้นทราบว่าคนร้ายใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ แล้วขว้างระเบิดชนิดเอ็ม 67 เข้าใส่ ซึ่งกำลังตรวจสอบอยู่ว่ามีการเปลี่ยนกระเดื่องหรือไม่ ส่วนเหตุระเบิดจุดที่ 2 ที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนพระราม 2 นั้น พบว่าระเบิดไม่ทำงาน ขณะนี้ได้สั่งการให้ทุกท้องที่เฝ้าระวังสถานที่สำคัญทั้งของรัฐและเอกชนกว่า 100 จุด พร้อมตั้งด่านตรวจ ยืนยันว่าตำรวจและทหารทำงานกันอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากกรุงเทพฯ มีพื้นที่กว้าง อาจมีบางจุดที่ดูแลไม่ทั่วถึง แต่ก็เพิ่มมาตรการให้เข้มข้นขึ้นแล้ว
ด้าน ร.ต.ต.พมร ขว้างแป้น พนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายปาระเบิดเข้าใส่ธนาคารกรุงเทพ สาขาพระราม 2 ตั้งอยู่ปากซอยพระราม 2 ที่ 65 ถ.พระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด กองบัญชาการตำรวจนครบาล เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ในที่เกิดเหตุพบระเบิดขว้างสังหารชนิดเอ็ม 67 เป็นระเบิดลูกเกลี้ยง มีรัศมีทำลายล้างประมาณ 15 เมตร ตกอยู่บริเวณทางเข้าธนาคารกรุงเทพ มีการแกะสลักเรียบร้อยพร้อมทำงาน แต่มีผ้าเทปพันกระเดื่องไว้ เจ้าหน้าที่จึงนำยางรถยนต์มาครอบไว้ เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อประชาชนที่สัญจรไปมา ก่อนเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดจะเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียด และเก็บกู้วัตถุระเบิดไปตรวจสอบอีกครั้ง
นายสมชาย เตาหลินชาติ อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโชว์รูมรถอีซูซุ ที่ตั้งอยู่ใกล้ธนาคารกล่าวว่า ช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ขณะเข้าเวร และนั่งเล่นอยู่บริเวณสวนหย่อมโชว์รูมรถอีซูซุ ก็ได้ยินเสียงเหมือนสิ่งของตกหล่น เข้าไปตรวจสอบพบลูกระเบิดดังกล่าวจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบทันที ส่วนคนร้ายไม่พบว่าเป็นใคร
ร.ต.ต.พมร กล่าวว่า จากการสอบสวนพบว่าเป็นระเบิดลูกเกลี้ยง เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดนำไปตรวจสอบแล้ว จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของธนาคารกรุงเทพ และโชว์รูมอีซูซุ ไม่ปรากฏว่าจับภาพคนร้ายได้ อย่างไรก็ตาม ได้ประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีแล้ว ส่วนสาเหตุคาดว่าคนร้ายน่าจะต้องการสร้างสถานการณ์
ส่วนจุดที่ 3 มีผู้แจ้งว่าพบวัตถุต้องสงสัยหน้าธนาคารธนชาต สาขาพุทธมณฑลสาย 4 นั้น ตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดปลอมที่คนร้ายนำมาวาง ซึ่งเชื่อว่าเหตุที่เกิดขึ้นคนร้ายต้องการสร้างความวุ่นวาย โดยไม่ประสงค์ต่อชีวิต
ต่อมาเวลา 23.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ระเบิดตรวจสอบหลักฐานบริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพ ถนนสีลม พิสูจน์ทราบว่าระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นระเบิดชนิดเอ็ม 67 ซึ่งเป็นระเบิดชนิดขว้าง แต่กระเดื่องกลับพบว่าเป็นระเบิดชนิดขว้าง เค 81 ของประเทศเกาหลี ซึ่งสันนิษฐานว่าคนร้ายอาจมีการถอดเปลี่ยนสลักระเบิดเพื่อให้ยากต่อการตรวจสอบก็เป็นไปได้
เกิดเหตุระเบิดเป็นจุดที่ 4 เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท.สมคิด ผลาญชีวบูรณ์ พนักงานสอบสวน (สบ 3) สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาพระประแดง จึงรุดไปสอบสวน พร้อม พ.ต.อ.สมชัย อินตาพวง ผกก.สภ.พระประแดง ในที่เกิดเหตุพบกระจกประตูธนาคารกรุงเทพแตกละเอียด ฝ้าร่วงลงมากองบนพื้น กระจกตู้โทรศัพท์ 2 ตู้ ได้รับความเสียหายแตกละเอียดทั้งหมด
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า คนร้ายเป็นชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์แบบผู้หญิงมาด้านหน้าธนาคาร จากนั้นคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้โยนระเบิดเข้าไปแล้วก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น
และจุดที่ 5 เมื่อเวลา 23.30 น. พ.ต.อ.ศิริชัย คูประเสริฐวัฒนา ผกก.สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งเหตุคนร้ายขว้างระเบิดเข้าไปที่หน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนศรีนครินทร์ แต่ไม่ระเบิด จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบว่าเป็นระเบิดชนิดขว้าง สีเขียวขี้ม้าลูกกลม ชนิดเอ็ม 67 จึงประสานงานกับหน่วยเก็บกู้ให้เข้ามาตรวจสอบ ทั้งนี้ระเบิดลูกดังกล่าวมีรัศมีในการก่อความรุนแรง 20 เมตร
สอบสวนทราบว่า คนร้าย 2 คน ไม่ทราบถึงยานพาหนะที่แน่ชัด โดยคนร้ายรายที่ 2 ได้ขว้างระเบิดเข้าไป ซึ่งระเบิดตกห่างจากธนาคาร 10 เมตร จากนั้นได้หลบหนี มุ่งหน้าไปแยกศรีเทพา ทั้งนี้ บริเวณที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพแต่อย่างใด
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับธนาคารกรุงเทพนั้น เป็นเป้าหมายการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.ที่กล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการสนับสนุนเงินให้แก่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กระทั่งมีการนำม็อบไปชุมนุมที่หน้าธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ถนนสีลม เมื่อเร็วๆ นี้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้มีคนร้ายที่ไม่หวังดี ได้นำระเบิดไปขวางใส่ธนาคารกรุงเทพฯ ถึง 4 แห่ง โดยในจุด 2 จาก 4 จุดได้มีการระเบิดเกิดขึ้น ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายให้กับตัวอาคาร และตู้โทรศัพท์สาธารณะได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด เหตุการณ์เกิดขึ้นก็ไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมาย เพราะรัฐบาลได้มีความเชื่อและมีการวิเคาระห์สถาการณ์มาโดยตลอดว่าในช่วงระยะเวลาที่มีการพิจารณาของคดีความจะมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งจะเข้ามาฉกฉวยโอกาสสร้างความวุ่นวาย ซึ่งรัฐบาลได้พยายามอย่างเต็มที่ที่จะดูแลให้บ้านเมืองอยู่ในภาวะเรียบร้อย และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนขอขอบคุณไปยังประชาชนพลเมืองได้ช่วยแจ้งเหตุและขอขอบคุณไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้พยายามปฎิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และรวดเร็วที่ได้จัดชุดเก็บกู้ระเบิดเข้าไปควบคุม
"ผมขอย้ำว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่รัฐบาลได้ความสำคัญในการดูแลสถานการณ์ของบ้านเมืองให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย แต่อย่างเราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าการจะทำให้บ้านเมืองอยู่ในความเรียบร้อยในทุกๆจุดนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย เพราะอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับธนาคารกรุงเทพฯ นั้น ก้เป็นสาขาต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะให้เจ้าหน้าที่ของรัฐจะเข้าไปดูแลตรวจทุกจุดได้ อย่างไรก็ตามผมจะสั่งการให้มีการเพิ่มสายตรวจ และจุดตรวจต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้มากขึ้น ส่วนเรื่องกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสอบถามแล้ว ก็ทราบว่ากำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะไม่เพียงพอ ซึ่งตรงนี้ก็จะต้องขอความร่วมมือไปยังกำลังพลของทหารเข้ามาช่วยดูแลในฐานะเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ผมเองมีความเชื่อมั่นว่าสังคมส่วนใหญ่มีความต้องการเห็นบ้านเมืองของเรามีความสงบสุข และสามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้ ถ้าทุกฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเอง และร่วมกันสอดส่องดูแลบ้านเมืองจะสามารถผ่านช่วงเหตุกาณณ์ในช่วงนี้ไปได้ ดังนั้นในช่วงนี้ถ้าหากพี่น้องประชาชนต้องใช้เส้นทางต่างๆ แล้วอาจจะไม่ได้รับความสะดวกบ้าง ก็ต้องขอโทษ " นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับตนแล้วในช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นช่วงที่มีความท้าทายสำหรับสังคมไทย แต่ด้วยความเชื่อมั่นในประเทศไทย และเชื่อมั่นในตัวพี่น้องคนไทยส่วนใหญ่ที่รักความสงบ รักความสันติ และเคารพสถาบันหลักต่างๆ ของชาติ รวมถึงกระบวนการยุติธรรม และวิถีทางตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัติรย์ทรงเป็นองค์ประมุข และหากทุกคนมีความหนักแน่ ไม่ไปตกเหยื่อของคนที่ต้องการสร้างความวุ่นวาย สร้างสถานการณ์เพื่อนำไปสู่ความวุ่นวายทางการเมืองที่จะตามมา ซึ่งหากทุคนมีความหนักแน่น ตนเชื่อว่าสังคมไทยจะสามารถก้าวผ่านเหตุการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้งในช่วงนี้ไปได้ ส่วนเหตการณ์ที่เกิดขึ้นในเมื่อคืนที่ผ่านมา ตนขอยืนยันว่าจะต้องมีการดำเนินการหาผู้ก่อเหตุมาลงโทษให้ได้ เพราะในเบื้องต้นขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ภาพจากกล้องวงจรปิดมาแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ตนขอย้ำว่าเป็นเรื่องของคนกลุ่มเล็กๆ ที่จะต้องสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง
ดังนั้นพี่น้องประชาชนเราอย่าไปตกเป็นเหยื่อของคนกลุ่มดังกล่าวนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นฝีมือของคนกลุ่มเล็กที่มีเป้าหมายทางการเมือง ซึ่งตนเชื่อว่าไม่ได้ไปสอดคล้องคนที่จะมีการเคลื่อนไหวในการชุมนุม และคงจะไม่สอดคล้องกับคนทั่วไปที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย และตนไเด้ย้ำมาโดยตลอดว่าเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้นรัฐบาลไม่ได้เป็นคู่กรณีกับใคร และเหตุผลแต่อย่างใดที่รัฐบาลจะให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น เพราะจะทำให้เป็นปัญหาต่อการบริหารประเทศต้องยากลำบากมากขึ้น



