
เสื้อแดงเหนือแต่งดำประท้วงคำตัดสินยึดทรัพย์
"ถาวร เสนเนียม" ระบุคนเสื้อแดงเคลื่อนไหว หลังพิพากษาคดียึดทรัพย์ หาก"ทักษิณ"ยังอยู่ เป้าหมายหวังยึดอำนาจรัฐให้ได้ เพื่อออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้แก่ตัวเองและพวกพ้อง แดงเชียงใหม่-ลำปาง นัดแต่งดำไว้ทุกข์ท้วงคำตัดสิน ส่วนที่พัทยาออกมารวมตัวกันหน้าสถานีวิทยุ หลัง
(27ก.พ.) นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงปัญหากรณีที่อาจจะมีความรุนแรงหรือการชุมนุมประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดง หลังจากศาลพิพากษายึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า หากยังมีพ.ต.ท.ทักษิณอยู่ ความรุนแรง ความเคลื่อนไหวก็ยังคงเกิดขึ้น เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่ลดละที่จะดึงอำนาจทางการเมืองไปเป็นของตนเอง แต่เห็นว่าที่สุด พ.ต.ท.ทักษิณจะต้องถูกดำเนินคดีอีกอย่างน้อย 8 ข้อกล่าวหา เช่น คดีปล่อยกู้ให้แก่รัฐบาลพม่า คดีสัมปทาน คดีแจ้งทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ยังไม่รวมคดีเก่าที่ยังค้างอยู่อีกมาก ดังนั้นเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะต้องเคลื่อนไหวเพื่อยึดอำนาจรัฐให้ได้ เพื่อออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้แก่ตนเองและพวกพ้อง
นายถาวรกล่าวต่อว่า ตามที่ศาลฎีกาพิพากษาเมื่อวานนี้ (26 ก.พ.) พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่ยอมรับคำตัดสินของศาล อย่างเช่น หลังจากศาลตัดสินแล้ว ก็ออกมากล่าวว่า ดาบนั้นจะคืนสนอง เพราะยังมั่นใจว่า ไม่ผิด อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าประชาชนที่เป็นกลาง คงไม่เห็นด้วยกับการกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณ และเห็นว่าบ้านเมืองจากนี้ไปก็ยังไม่สงบ โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นจากแฟนคลับของพ.ต.ท.ทักษิณ จากนี้ไปกลุ่มสนับสนุนจะลดลงเรื่อยๆ
นอกจากนั้น เห็นว่าจากนี้ไปความพยายามที่จะก่อเหตุจะมีมากขึ้นแต่จะไม่รุนแรง เหตุผลที่เห็นว่าจะไม่รุนแรง เพราะรัฐบาลมีความพร้อมในการรับมือกับกลุ่มเสื้อแดงมาตลอด และใช้ความอดทน รู้ถึงวิธีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อรัฐบาลมีความพร้อมก็สามารถสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนได้ เหตุการณ์รุนแรงก็จะไม่บานปลายอย่างแน่นอน เมื่อจะมีการสร้างความรุนแรง ประชาชนก็ไม่ให้ความสำคัญและเข้าร่วมด้วย
นายถาวรยังกล่าวต่ออีกว่า นอกจากนั้นการที่กลุ่มคนเสื้อแดงออกมาอ้างว่า รัฐบาลนี้มีสองมาตรฐาน ตนยืนยันว่ารัฐบาลนี้มีมาตรฐานเดียว แต่คนที่แพ้คดีมักจะบอกว่าตนเองไม่ผิดเสมอ และจะโกหกต่อศาลเกือบทุกราย และการต่อสู้ก็ไม่ได้เป็นไปด้วยความอหิงสา ดังนั้น เห็นว่าบ้านเมืองนี้จะสงบได้ คือ พ.ต.ท.ทักษิณจะต้องติดคุก หรือ พ.ต.ท.ทักษิณจะต้องมีอันเป็นไป เป็นไปตามกฎของสัตว์โลก คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย หรือหากยาวนานไป กลุ่มเสื้อแดงเคลื่อนไหวนานๆ ประชาชนเบื่อหน่ายไม่เอาด้วย ที่สุดกลุ่มเสื้อแดงต้องสูญพันธุ์ไปโดยปริยาย ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลนี้จะต้อง อดกลั้น อดทน ให้มากที่สุด
ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 27 กุมภาพันธ์ กลุ่นคนเสื้อแดงประมาณ 30 คน พร้อมใจกันสวมเสื้อสีดำมารวมตัวกันที่หน้าโรงแรมวโรรส แกรนด์ พาเลซ นำทีมโดยนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้นำทีมดีเจวิทยุชุมชนคนเสื้อแดงมาเปิดเวทีสภากาแฟโจมตีผู้พิพากษาและเชิญชวนให้ประชาชนร่วมเดินทางไปชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯ โดยนัดหมายให้มารวมตัวกันในวันที่ 12 มีนาคม และไปชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 มีนาคม เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม เพราะเชื่อว่าไม่ควรยึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งนี้ กลุ่มเสื้อแดงในพื้นที่จะไม่ออกไปก่อเหตุความวุ่นวายหรือเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อตอบโต้คำพิพากษาของศาล แต่จะเปิดเวทีปราศรัยที่หน้าโรงแรมในเวลา 18.00 น.ไปจนถึงเวลา 24.00 น.
ส่วนที่ตลาดสดสันกำแพง กลุ่มแม่ค้าพ่อค้าในตลาดต่างสวมใส่เสื้อสีดำกันทั้งตลาดเช่นกัน โดยนางน้อย อุดมศรี แม่ค้ากล้วยทอด ในฐานะประธานกลุ่มแดงสันกำแพง กล่าวว่า เสียใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ยืนยันจะต่อสู้ต่อไปและจะเดินทางไปร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 14 มีนาคมนี้
ในส่วนของเครือญาติตระกูลลชินวัตรที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งอาศัยอยู่ที่ร้านชินวัตรพาณิชย์ ตั้งอยู่ห่างจากตลาดสดไม่เกิน 20 เมตร มีนางจันสม ชินวัตร ผู้เป็นป้าแท้ๆ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งอาศัยอยู่กับลูกหลาน ยังคงเปิดกิจการค้าผ้าไหมตามปกติ โดยทางญาติปฏิเสธที่จะตอบคำถามใดๆ ต่อสื่อมวลชน บอกเพียงว่าเรื่องการยึดทรัพย์นั้น ไม่อยากให้นางจันสมรับรู้ เกรงว่าจะไม่สบายใจ เนื่องจากขณะนี้อายุมากแล้วและป่วยเป็นโรคหัวใจ หากมีเรื่องไม่สบายใจอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้
พ.ต.ท.ดีชัย พาณิชย์ แกนนำกลุ่มแดงนครลำปาง เปิดเผยว่า หลังศาลพิพากษาคดียึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กลุ่มแดงนครลำปางทราบอยู่แล้วว่า คำตัดสินจะออกมาในลักษณะนี้ แต่ขอยืนยันว่า กลุ่มจะยังไม่เคลื่อนไหว ส่วนในวันนี้ (27 ก.พ) ได้แจ้งให้กลุ่มคนเสื้อแดงนครลำปาง แต่งชุดดำไว้ทุกข์ แสดงความเสียใจต่อคำพิพากษาของศาลที่ออกมาเช่นนี้ และจะรวมตัวเคลื่อนไหวเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมชุมนุมใหญ่ในวันที่ 12 มีนาคม คาดว่าจะมีผู้ไปร่วมไม่ต่ำกว่า 500 คน เพื่อเรียกร้องแสดงจุดยืนร่วมกับ นปช.ส่วนกลาง
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์การเมืองในพื้นที่สายล่อฟ้า เขต จ.นครราชสีมา หลังทราบคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ บรรดาเครือข่าย นปช.โคราช ยังคงกบดาน รอการส่งสัญญาณจากแกนนำ กทม. ที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปในการคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ในเรื่องสถานที่นัดหมาย และกิจกรรมที่จะดำเนินการ แต่จะมีการเรียกระดมอาสาสมัครการ์ดที่ใช้อดีตอาสาสมัครทหารพรานและบรรดาชายฉกรรจ์อย่างต่อเนื่อง
ร.อ.สุพจน์ เมืองครุฑ อดีตนายทหารม้ายานเกราะ และทหารพรานค่ายปักธงชัย ประธานการ์ด นปช.โคราช “นักรบทุ่งสัมฤทธิ์“ เปิดเผยว่า แม้จะทราบผลคำตัดสินของศาลฎีกา ซึ่งมีบางอย่างที่พวกเราไม่พอใจก็ตาม แต่พวกเราจะอยู่ในที่ตั้ง ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องออกมารวมกลุ่มที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งอาจะเป็นเครื่องมือให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีนำมาสร้างสถานการณ์ได้ แต่จะติดตามการเคลื่อนไหวที่มีหลายช่องทางตลอดเวลา ก่อนหน้านี้ได้นัดหมายรวมกลุ่มเคลื่อนมวลชนเข้า กทม.ในวันที่ 28 กุภาพันธ์นี้ แต่แกนนำทาง กทม.แจ้งระงับเนื่องจากความไม่พร้อมบางประการ
ร.อ.สุพจน์กล่าวต่อว่า ในส่วนความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย ในฐานะที่มีประสบการณ์เป็นครูฝึกอาสาสมัครทหารพรานค่ายปักธงชัย จะประสานงานไปยังแกนนำในแต่ละพื้นที่ เพื่อระดมชายฉกรรจ์ และอดีตอาสาสมัครทหารพราน ให้เข้ามารับการฝึกทบทวนในการทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้แก่กลุ่ม นปช.ในระหว่างการเคลื่อนไหวกิจกรรมการเมือง โดยเป็นหลักสูตร “นักรบทุ่งสัมฤทธิ์“ ที่เป็นการเตรียมพร้อมหากมีการร้องขอ
นอกจากนี้ยังได้ระดมรถส่วนบุคคลในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด เป็นยานพาหนะที่จะขนมวลชนคนเสื้อแดงเข้า กทม. ขณะนี้เราสามารถระดมรถปิกอัพได้มากกว่า 500 คัน ในเขต 2 อำเภอ คือ อ.ปักธงชัย และ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ที่เป็นการนัดหมายเบื้องต้นในวันที่ 12 มีนาคม โดยจะรวมพลกันที่ จ.นครราชสีมา ก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ มีประชาชนกว่า 100 คน เดินทางมาชุมนุมบริเวณด้านหน้าสถานีวิทยุกระจายเสียง คลื่นเอฟเอ็ม 89.00 เมกะเฮิรตซ์ หรือ “สถานีวิทยุเสียงประชาชนคนเสื้อแดงพัทยา” ภายในซอยโรงแรมเดย์ไนท์ หมู่ 10 ถนนพัทยาใต้ นอกจากนี้ยังนำรถออกประกาศให้กลุ่มคนเสื้อแดงออกมารวมตัวกันที่บริเวณดังกล่าว
นางจุรีพร สินธุไพร ประธานชมรมคนรักประชาธิปไตยเมืองพัทยา เปิดเผยว่า ช่วงเวลา 23.00 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ได้รับแจ้งจากบุคคลสำคัญของคนเสื้อแดงที่กรุงเทพฯ ว่า หลังจากองค์คณะผู้พิพากษาได้อ่านคำตัดสินคดียึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณแล้ว มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลได้สั่งการให้ทหารเรือจากฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี เข้าปิดสถานีวิทยุกระจายเสียงที่เป็นเครือข่ายของกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อทางกลุ่มตนทราบเรื่อง จึงได้ติดต่อให้สมาชิกคนเสื้อแดงออกมารวมตัวกัน เพื่อปกป้องไม่ให้ทหารมาทำอะไรได้
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าว่า ดีเจได้พูดคุยและชักชวนให้ประชาชนออกมาชุมนุม เพื่อต่อต้านไม่ให้ทหารเข้ามาปิดสถานีได้ นอกจากนี้ กลุ่มคนเสื้อแดงยังได้รับเอสเอ็มเอสจากสถานีวิทยุโทรทัศน์ดีสเตชั่นว่า สถานีวิทยุกระจายเสียงคนเสื้อแดงพัทยากำลังจะถูกทหารบุกยึดสถานี ขอให้คนเสื้อแดงพัทยาออกมาช่วยกันปกป้อง



