ข่าว

กมธ.วุฒิฯเด้งรับคำพิพากษาล่า5หมื่นล."แม้ว"

กมธ.วุฒิฯเด้งรับคำพิพากษาล่า5หมื่นล."แม้ว"

27 ก.พ. 2553

“กมธ.วุฒิฯ” เด้งรับคำพิพากษา “ไล่ล่า 5 หมื่นล้าน” ทำชาติเสียหาย แถมบี้ใครเอี่ยวเอื้อประโยชน์หุ้นแม้ว “ผิดอาญา”

(27ก.พ.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา คณะกรรมาธิการ(กมธ.)การเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน วุฒิสภา กล่าวว่า กมธ.จะนำผลการพิพากษาคดียึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท เข้าสู่ที่ประชุมเพราะคำพิพากษาครั้งนี้ได้ชี้ชัดในหลายประเด็นโดยเฉพาะที่ระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ใช้อำนาจหน้าที่ทำให้รัฐเสียหายใน 5 กรณีกว่า 1 แสนล้านบาท ดังนั้นเงินที่ยึดไปได้ 4.6 หมื่นล้านบาท ยังเหลืออีก กว่า 5 หมื่นล้านบาท จะต้องตามมาคืนหลวงให้ได้ โดยหน่วยงานที่เป็นคู่สัญญาครั้งนั้นอย่างองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย หรือทีโอที นั้นศาลชี้ชัดว่าแก้สัญญาเอื้อเอไอเอส ก็ต้องไล่ดูว่าใครเป็นคนทำในสมัยไหน จะต้องถูกดำเนินคดีอาญามาตรา 157 ฐานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขณะเดียวกันสัญญาที่แก้แล้วยังใช้อยู่หรือไม่ ถ้ายังใช้อยู่แสดงว่าการเอื้อประโยชน์ก็ยังอยู่จะต้องระงับสัญญาโดยด่วน

 นายเรืองไกร กล่าวด้วยว่า กรณีที่ศาลมีคำพิพากษาว่ารัฐบาลยุคนั้นแก้สัญญาเอื้อประโยชน์เอไอเอสทำให้รัฐเสียหาย 6 หมื่นล้านบาทนั้นจะส่งผลกระทบถึงนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์อย่างกว้างขวางเพราะมูลค่า 6 หมื่นล้านบาทจะถูกบันทึกเป็นรายจ่ายของเอไอเอสทันทีที่เปิดตลาดในสัปดาห์หน้า ทำให้มูลค่าหุ้นมีปัญหา ซึ่งอาจจะกระทบไปถึงกองทุนต่างๆของรัฐที่ถืออยู่ด้วย

 “หลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้วก็ต้องไล่เบี้ยเอาเงิน 5 หมื่นล้านคืนคลังให้ได้ ใครที่ได้ประโยชน์ไปนอกจากพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องยึดให้หมด และต้องเอาผิดตามกฎหมายอาญาด้วย เหมือนกรณีที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ถ้ามีคำสั่งให้คืนแก่วัด คนที่ไปซื้อบ้าน สโมสรกอล์ฟคลับต่างๆก็ต้องคืนที่ดินให้หมดเพราะคำพิพากษาของศาลบอกว่าผิด”นายเรืองไกร กล่าว