
ลูกทรพีติดยาคลั่งฆ่า"พ่อ-แม่"บังเกิดเกล้า
ลูกทรพี ติดยาเสพติดก่อเหตุสลด เกิดอาการคลั่งฆ่าพ่อแม่บังเกิดเกล้าเสียชีวิตอนาถ อ้างทำไปเพื่อฆ่าผีปอบ
(27ก.ค.) เวลา 12.20 น. พ.ต.ท.สมเชิญ ทองใหญ่ พนักงานสอบ สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งจากแพทย์ รพ.ท่าศาลา ว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกทำร้ายร่างกาย ถูกนำตัวส่ง รพ.และเสียชีวิตในขณะที่กำลังนำส่งถึง 2 ราย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อดุลย์ ธนะชัยขันธ์ ผกก.,พ.ต.ท.ประเสริฐ นาคคง รอง ผกก.ป.,พ.ต.ท.ศิรพงษ์ โพธิ์พัฒน์ รอง ผกก.สส. เข้าทำการสอบสวนและชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนทันทีภายในตึกอุบัติเหตุพบผู้เสียชีวิตถึง 2 รายรายแรกคือ นางหับส่อ ยะโกบ อายุ 71 ปี สภาพศพถูกฟันด้วยของมีคมนับสิบแผลทั้งศีรษะและลำตัว อีกรายอยู่ในสภาพเดียวกันคือ นายแอ ยะโกบ อายุ 75 ปี สามีของนางหับส่อ
โดยทั้งสองรายอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 177/2 ม.11 ต.กลาย อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุนั้นคือ นายปรีชา ยะโกบ อายุ 28 ปี หลังจากก่อเหตุแล้วได้วิ่งเตลิดอยู่ในละแวกบ้าน แต่ชาวบ้านได้ช่วยกันจับตัวไว้ได้ โดยเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าคุมตัวนายปรีชา พบว่าผู้ต้องหาอยู่ในสภาพพูดจาไม่รู้เรื่อง อ้างเพียงว่าได้ฆ่าปอบไปแล้ว 2 ตัว และยังเพ้อเจ้ออย่างหนัก
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อบันทึกรายละเอียดแผนที่พบว่ามีรอยเลือดกระจัดกระจายหลายจุด และพบมีดพร้าเปื้อนเลือดคมกริบตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
เบื้องต้นญาติผู้ตายรายหนึ่งเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุนั้นผู้ตายทั้งสองรายได้เตรียมทำกับข้าว อยู่ที่โอ่งน้ำข้างบ้าน ในเวลานั้นนายปรีชา ได้ถือมีดพร้าตรงรี่เข้ามาก่อนฟันทั้งพ่อและแม่ของตัวเองหลายครั้งติดต่อกัน ทั้งสองรายพยายามวิ่งหนี แต่ล้มลงญาติที่เห็นพร้อมด้วยเพื่อนบ้านได้พยายามเข้าไปช่วยเหลือนำตัวส่ง รพ.ท่าศาลา แต่ก็เสียชีวิตในที่สุดทั้งคู่ ส่วนนายปรีชาได้ช่วยกันจับตัวส่งตำรวจได้ในเวลาต่อมา
พ.ต.อ.อดุลย์ ธนะชัยขันธ์ ผกก.สภ.ท่าศาลา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลประวัติของ นายปรีชาพบว่ามีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยเฉพาะการเสพในระดับรุนแรง ทั้งยาบ้า กัญชา มาระยะหลัง คือ น้ำต้มกระท่อม จนถึงขั้นเพี้ยน
โดย พ่อแม่ของนายปรีชา และญาติพยายามที่จะนำตัวไปรักษาอาการเพี้ยนจากยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่หายขาด มักคุ้มคลั่งเป็นระยะมาครั้งนี้รุนแรงถึงขั้นก่อเหตุมาตุฆาตปิตุฆาตพร้อมกันทั้งสองราย ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องน่าอนาถเป็นอย่างมากสำหรับความสูญเสียของครอบครัวนี้
ส่วนผู้ต้องหานั้นจะต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายกันต่อไป



