ข่าว

"มาร์ค"ยันรัฐเร่งแก้ปมมาบตาพุดเพื่อทุกฝ่าย

"มาร์ค"ยันรัฐเร่งแก้ปมมาบตาพุดเพื่อทุกฝ่าย

27 ก.พ. 2553

นายก"อภิสิทธิ์" ยันรัฐบาลไม่ได้นิ่งเร่งแก้ปัญหามาบตาพุด ใครเดือดร้อนแจ้งมา วอนโรงงานเห็นหัวอกคนพื้นที่ ไม่อยากให้อุตสาหกรรมเป็น ปฏิปักษ์กับปชช.

(27ก.พ.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหามาบตาพุดที่อาจจะส่งผลกระทบด้านการลงทุนว่า รัฐบาลมีหน้าที่ในการทำความเข้าใจถึงระบบและในวันที่ 11 มีนาคมนี้ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง จะพาคณะเอกชนไทยและหน่วยงานที่สำคัญไปประ เทศญี่ปุ่นเพื่อทำความเข้าใจ

 เมื่อถามว่า ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน(กรอ.)ที่ผ่านมามีการรายงานว่าอาจจะมี NGO กลุ่มหนึ่ง ยื่นเรื่องขอให้ศาลระงับโครงการต่างๆในมาบตาพุด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นการพูดถึงกระแสความเคลื่อนไหว ส่วนจะมีการยื่นหรือไม่ยังไม่ทราบ และเป็นเรื่องของการใช้สิทธิ์ทางศาลและหากมีประเด็นก็ทำได้

 เมื่อถามว่านายกฯเคยกล่าวว่าเรื่องดังกล่าวจะจบลงภายใน 6 เดือนแต่จนบัดนี้ก็ยังไม่สามารถจบหรือ เดินหน้าการผลิตได้ลงได้ นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทางรัฐบาลออกระเบียบหมดแล้ว ทุกคนก็ทำตามระเบียบ แต่ไม่สามรรถไปบอกได้ว่าในแต่ละโครงการีจะสามารถผ่านผลการประเมิน ผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม

 “ หน้าที่ของเราไม่ใช่มาบอกว่า เราตั้งกระบวนการขึ้นมา เพียงเพื่อทำไปอย่างนั้น แล้ว 6 เดือน 9 เดือนจะต้องเสร็จ ก็อยู่ที่ความร่วมมือของทุกฝ่าย ซึ่งรวมทั้งความร่วมมือของภาคเอกชนและนักลงทุนเองด้วย ในการที่จะเตรียมความพร้อมเรื่องข้อมูลและไปร่วมเข้าสู่กระบวนการของการทำ EIA ,HIA การรับฟัง ความคิดเห็นชองประชาชน ซึ่งก็อำนวยความสะดวกให้เต็มที่ ส่วนเรื่องการร้องต่อศาลนั้นก็ทำเป็นระบบ ในการทำความเข้าใจชี้แจงมากยิ่งขึ้น และผมยังเชื่อว่า ส่วนใหญ่กรอบเวลาที่เดินไปนั้นสามารถบริหารจัดการได้ แต่จะไปคาดคั้นว่า ทุกโครงการต้องผ่านเท่านั้นเท่านี้เราตอบไม่ได้ เราต้องนึกถึงหัวอกคนที่มาบตาพุดเหมือนกัน เขาเองเขาก็มีความรู้สึกว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้น มันสะสม เขามีความรู้สึกว่าได้รับผลกระทบจริง และวันนี้ต้องมีมาตรฐานที่เข้มงวดขึ้นที่จะเยียวยา เราต้องดูเป้าหมายที่สมดุลด้วย อย่าไปวัดเพียงแค่ ว่าให้มันเสร็จ เราต้องสร้างความเชื่อมั่น และความไว้วางใจกับประชาชนในพื้นที่ด้วย ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่า ความตั้งใจของรัฐบาลในการที่จะแก้ปัญหาในกับเอกชนที่ดีในโครงการมาบตาพุด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่ารัฐบาลพุดชัดเจนตลอดเวลา ว่ารัฐบาลนี้ สนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศตนนึกไม่ออกว่าจะมีรัฐบาลไหนที่อยากจะไปขัดขวางการลงทุน เพราะการลงทุนเป็นการสร้างงานและส่งผลให้ตัวเลขเศรษฐกิจ ไปในทางที่ดี แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นปฏิเสธไม่ได้ว่า การลงทุนในมาบตาพุดที่เกิดขึ้นมาในอดีตส่งผลกระทบต่อประชาชน แล้วประชาชนเรียกร้องสิทธินั้นขึ้นมารัฐบาลต้องดูแล ตนคิดว่าเอกชนที่ดีก็คงเข้าใจ

 “ ที่รัฐบาลต้องตั้งกรรมการ 4 ฝ่าย ที่รัฐบาลต้องพยายามฟังความคิดเห็น เพราะว่ารัฐบาลไม่ประสงค์ จะเห็นอุตสาหกรรมกับประชาชนเป็น ปฏิปักษ์ต่อกัน ถึงเวลาแล้วที่จะต้องให้อุตสาหกรรมกับประชาชน เข้าใจกันมากข้าอาจจะต้องใช้เวลาบ้าง แม้จะต้องกระทบต่อตัวเลขเศรษฐกิจบ้าง ผมว่าถ้าทำแล้วสามารถสร้างความเข้ใจได้มันคุ้มค่า สำหรับอนาคตและไม่ใช่เฉพาะมาบตาพุด วันข้างหน้าถ้าพื้นที่ตรงนั้นเต็มแล้ว ก็จะต้อบงมองหาที่อื่นที่ไปทำอุตสาหกรรม และถ้าวันนี้ยังไม่สามรรถทำความเข้าใจกับคนที่มาบตาพุดได้ เราจะไปคาดหวังกับพื้นที่จะเข้าในอนาคตได้อย่างไร ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่าความพยายามของรัฐบาลที่จะช่วยเหลือโครงการนั้นตอนนี้เหลือเท่าไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตัวเลขจะสับสนตลอดเวลา แต่ที่ตรวจสอบจริงพบว่า มีหลายโครงการยังไม่เดินอะไรเลย ดังนั้นการจะมาอ้างว่าเสียหายคงไม่ใช่ โดยรวมมีโครงการ 2 กลุ่มที่คิดว่า จะต้องไปช่วยดู กลุ่มแรกที่ก่อสร้างเสร็จหรือเคยประกอบการไปแล้วมีประมาณ 8 โครงการ ตรงนี้ยังเป็นความเสียหายอยู่ และมีบางโครงการที่เข้าไปอยู่ในหลายกลุ่มทำให้ตัวเลขสับสน แต่คิดว่าจะต้องช่วยดูว่าจะเยียวยาอย่างไรกับกรณีของผู้ที่พร้อมประกอบการแต่ยังประกอบการไม่ได้ที่มีอยู่ประมาณ 8 โครงการ

 เมื่อถามว่า คนที่เสียหายและบางรายต้องพักชำระหนี้รัฐบาลจะช่วยเหลืออย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลติดตามตลอดในการประชุมกรอ.มีการพุดจากตัวแทนสมาคมธนาคารว่าที่ไหนมีปัญหาก็จะมีธนาคารอื่นพร้อมที่จะรับไปเป็นลูกค้า

 “ บางทีมีการพูดว่าเสียหายอย่างนั้น อย่างนี้แต่พอให้เอามาให้ดูก็ไม่มา อย่างโรงแยกก๊าซบางแห่งก่อนที่ผมจะเข้ามา ไม่ได้ไปลิงค์เรื่องมาบตาพุดเลย ทำไมตอนนั้น ก็ไม่เห็นต้องโวยวายกันขนาดนี้ ผมถึงได้เรียนว่า บางทีต้องฟังและต้องถามกลับไปเหมือนกันว่า ถ้าเสียหายจริงและมีเหตุ มีผล รัฐบาลพร้อมเยียวยาอยู่แล้ว เพราะเราต้องการช่วยให้การลงทุนและการประกอบธุรกิจราบรื่นที่สุด ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว