ข่าว

ผวา "บ้านเฮี้ยน" เจ้าแม่ตะเคียน นั่งร้องไห้ อยู่ที่ปลายเท้า ฟังแล้วขนลุก

ผวา "บ้านเฮี้ยน" เจ้าแม่ตะเคียน นั่งร้องไห้ อยู่ที่ปลายเท้า ฟังแล้วขนลุก
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ชาวบ้านผวา "บ้านเฮี้ยน" เจ้าแม่ตะเคียน เข้าฝั่นหลานเจ้าของบ้าน นั่งร้องไห้ ไม่พอใจจะขายบ้าน เมียถึงกับทรุด ล้มป่วยกระทันหัน หลังทำบนบานตั้งศาล หายเป็นปลิดทิ้ง

จากกรณีที่มีกระแสข่าวร่ำลือ เกี่ยวกับบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านโนนตะแบก  ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยมีชาวบ้านกล่าวขานกันว่า มี "บ้านเฮี้ยน" หลังหนึ่ง เจ้าของและลูกหลานอยู่กันไม่ได้ ซึ่งบ้านหลังนี้เจ้าของบ้านได้ปลูกเอาไว้ โดยเข้าอยู่ได้เพียง 3 วัน ตั้งแต่วันขึ้นบ้านใหม่ และเจ้าของต้องย้ายไปทำงานต่างจังหวัด จึงปล่อยให้ลูกหลานเข้ามาอาศัยอยู่ประมาณ 3-4 ปี 

 

ผวา "บ้านเฮี้ยน" เจ้าแม่ตะเคียน นั่งร้องไห้ อยู่ที่ปลายเท้า ฟังแล้วขนลุก

 

ต่อมาเจ้าของบ้าน ได้ตัดสินใจที่จะขายบ้าน ซึ่งหลังจากประกาศขาย เจ้าของบ้านเกิดล้มป่วยกระทันหัน เดินไม่ได้โดยไมทราบสาเหตุ และเมื่อไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล ก็ไม่พบสาเหตุ โดยทางเจ้าของบ้านได้ไปดูหมอทางไสยศาสตร์ ซึ่งได้บอกว่า บ้านหลังน่าจะมีสิ่งศักดิ์ที่อยู่ภายในบ้าน และอาจจะไม่พอใจ ที่ไม่บอกกล่าวที่จะขายบ้านก่อน โดยเชื่อว่า น่าจะมีแม่นางตะเคียนอยู่ตามที่ทางหมอไสยศาสตร์ (หมอผี) ได้ทักมา 


หลังจากนั้นเจ้าของบ้าน ได้กลับไปบ้าน พร้อมกับจุดธูปบอกกับแม่นางตะเคียน ว่าขอให้หายป่วย และจะทำบ้านให้อยู่ใหม่ หลังจากบนบานสารกล่าวไว้ ก็ได้หายป่วยตามคำขอ 
 

ขณะที่ นายสม (ยามสมมุติ) หลานชายที่เคยอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังนี้ ระบุว่า เมื่อทราบว่า จะมีการขายบ้าน เจ้าที่เจ้าทางได้มีการมาเข้าฝัน โดยปรากฏว่า พบบางสิ่งบางอย่าง มานั่งอยู่ที่ปลายเท้า เชื่อว่าน่าจะเป็นสิ่งศักดิ์ ที่สถิตอยู่ในบ้าน และในเมื่อวันที่ 5 ม.ค.64 เจ้าของบ้าน จึงได้ให้หมอไสยศาสตร์ มาทำพิธีตั้งศาล และอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายในบ้าน ให้มาอยู่ในศาลที่เจ้าของบ้านได้สร้างศาล ตามที่ได้พูดไว้ เพื่อให้อยู่ดูแลคุ้มครองปกป้องลูกหลานให้อยู่ในศาลหลังนี้ จะได้ไม่ต้องติดตามไม้ที่อาศัยอยู่ ซึ่งจะถูกขายไป


 

ผวา "บ้านเฮี้ยน" เจ้าแม่ตะเคียน นั่งร้องไห้ อยู่ที่ปลายเท้า ฟังแล้วขนลุก

กระทั่งวันที่ 6 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของนายนายสงกา ชมผาศาสตร์ และ นางจงกล ชมผาศาสตร์ และพบว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านชั้นเดียวยกสูง กึ่งไม้กึ่งปูน ภายในบ้านไม่มีคนอาศัยอยู่จึงทำให้มีฝุ่นเขลอะเหมือนบ้านร้าง บนบ้านพบว่าเสาไม้บริเวณมุมบ้านพบมีผ้า 3 สีผู้ไว้บริเวณต้นเสา และมีจานใส่ดอกไม้ธูเทียน วางอยู่โคนต้นเสา ที่หมอไสยศาสตร์บอกว่า มีนางตะเคียนสถิตอยู่ มีขวดน้ำเปล่าและขวดน้ำแดงวางอยู่พื้นหน้าต้นเสา และบริเวณใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้าน พบศาลตั้งอยู่ ภายในศาลพบมีหุ่นผู้หญิง 2 หุ่น ตั้งอยู่ข้างในศาล และมีการไหว้ด้วยดอกไม้น้ำแดงน้ำเปล่าที่หน้าศาล

 

จากการสอบถาม นายประมวล คำดี อายุ 62 ปี (พี่เขยเจ้าของบ้าน) กล่าวว่า คนที่เขามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ และย้ายออกไป ก็เพราะว่าเจ้าของบ้านเขาจะขาย ไม่ได้เกี่ยวว่าบ้านหลังนี้จะเฮี้ยน หรือมีผีอะไร  แต่ว่าภายในบ้าน อาจจะมีเสียง เป๊าะๆแป๊ะๆก๊อกๆแก๊กๆก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะว่าไม้อาจจะยืด หรือดีดตัวได้ เนื่องจากเป็นไปตามสภาพอากาศ  เพียงแต่ผู้ที่เคยอาศัยอยู่ เขาฝันเห็นคนแก่นั่งร้องไห้อยู่ปลายเท้าของเขา เพราะว่าเขาจะย้ายออกจากบ้านหลังนี้ เหมือนผีบ้านผีเรือน บอกว่าจะทิ้งเขาไป จะไม่อยู่กับเขาอะไรประมาณนี้ สิ่งที่ดูแลรักษาเขา ก็คงจะเกิดความน้อยใจ  ถ้าจะขายบ้านแล้ว จะไม่สร้างอะไรไว้ให้เขาอยู่หรอ คงจะน้อยใจประมาณนี้ 

 

ที่สร้างศาลให้ ก็เพราะว่าจะให้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในบ้านหลังนี้ ได้ย้ายลงมาอยู่ในศาลที่สร้างไว้ให้ เพื่อปกปักรักษาเจ้าของ ถ้าเป็นเจ้าแม่ตะเคียนจริง ก็ให้อยู่นี่ เวลาขายไม้ จะได้ไม่ต้องเร่ร่อนไปกับเขา ส่วนคนที่อยู่ที่นี่ ก็ไม่เคยเจอ มีแต่เเค่ในความฝัน ส่วนตัวเองเชื่อว่ามีผีบ้านผีเรือนอยู่แล้วตามคำกล่าวของคนโบราณ
 

 

จากการสอบถาม นายสมัย มัธยม กล่าวว่า ตนมาอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวนี้มา 4 ปีแล้ว ระหว่างที่อยู่นั้น ก็ไม่มีอะไร มีแต่ตอนที่ตนจะย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ ฝันว่าคนแก่เขามานั่งหันหลังร้องไห้อยู่ปลายเท้า และเขาก็ไม่ได้พูดอะไร ซึ่งขณะเกิดเหตุการณ์รู้สึกตื่นเต้นมาก "บ้านเฮี้ยน

 

ส่วนสาเหตุที่ตนนั้นย้ายออกไป ก็เพราะว่าน้าเขาจะขายบ้าน ตอนที่ตนจะย้ายออกจากบ้าน ได้ไปจุดธูปบอกว่า จะย้ายไปอยู่บ้านใหม่ คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าที่บ้านหรือเปล่า กลัวว่าตนจะย้ายหนีไป ด้วนความผูกพันธ์ เพราะตนก็อยู่บ้านหลังนั้นมาหลายปี

 

ขณะที่ นายสงกา ชมผาศาสตร์ อายุ 65 ปี (เจ้าของบ้าน) กล่าวว่า บ้านหลังนี้ตนไปซื้อไม้เก่ามาสร้างบ้าน หลังจากสร้างบ้านเสร็จแล้ว ตนก็ได้อยู่บ้านตามประเพณี 3 วัน หลังจากนั้น ตนและแฟนก็ไปทำงานต่างจังหวัด ส่วนบ้านหลังนี้มีหลานๆมาอยู่ ก่อนที่แฟนตนจะป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ และเมื่อไปพบแพทย์ ก็ไม่ทราบว่าเป็นอะไร ซึ่งสงสัยว่าอาจเป็นเพราะจะขายบ้านหลังนี้ก็เป็นได้ จึงทำให้แฟนตนล้มป่วยลง

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้ไปหาหมอไสยาศาสตร์ ให้ช่วยดู โดยมีการระบุว่า ที่บ้านมีสิ่งศักดิ์สิทธิ และตนทำไม่ถูกต้อง ดังนั้น จึงได้มาบนว่า จะทำที่อยู่ให้ใหม่ ถ้าแฟนตนหายป่วย หลังจากนั้นแฟนก็อาการดีขึ้น  จึงได้เชิญ หมอไสยาศาสตร์  มาทำศาลและทำพิธีอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลงมาอยู่ภายในศาล เพราะว่าตนจะขายบ้านหลังนี้ ส่วนตัวแล้ว ไม่คิดว่า เสาบ้านต้นนี้ จะเป็นไม้ตะเคียน แต่ตนก็ไม่ลบหลู่ ส่วนบ้านหลังนี้ยังไงตนก็จะขาย เพื่อจะทำบ้านใหม่ เพราะจะได้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น  "บ้านเฮี้ยน
 

 

 

logoline