ข่าว

"บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" จ่อเพิ่มเติมเงินให้อีก 15 ล้านคน เร่งคลอดเกณฑ์ใหม่

"บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" จ่อเพิ่มเติมเงินให้อีก 15 ล้านคน เร่งคลอดเกณฑ์ใหม่
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

อัปเดต "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" คลังพิจารณาให้เงินเพิ่มเติมอีก 16 ล้านคน ประชาชนอดใจรอเกณฑ์ ใหม่อีกนิดก่อนเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ ย้ำไม่กระทบสิทธิเดิมยังใช้บัตรต่อได้

อัปเดตความคืบหน้า "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ"  บัตรคนจน ล่าสุด หลังจากที่มีการดำเนินการให้เงินช่วยเหลือกับผู้มีรายได้น้อย กลุ่มเปราะบางต่อเนื่อง รวมทั้งความคืบหน้าในการเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ และการกำหนดเกณฑ์ใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนที่ได้รับความเดือดจริง ล่าสุด กระทรวงการคลัง เปิดเผยข้อมูล ว่า  กระทรวงการคลังเตรียมพิจารณาให้เงินเพิ่มเติมกับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประมาณ 14 ล้านคน และกลุ่มเปราะบางอีก 2 ล้านคน  ส่วนจะใช้งบประมาณดำเนินการเท่าไหร่ ต้องมีการพิจารณางบประมาณที่เหลืออยู่ขณะนี้  ด้านมาตรการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 จะเริ่มต้นในวันที่ 1 มี.ค. ถึง 30 เม.ย. 2565 

 

สำหรับการลงทะเบียนผู้รับ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" รอบใหม่ยังไม่ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรีต้องรอความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนก่อน แต่เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบกับสิทธิต่าง ๆ ที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับ และจะได้รับสิทธิต่อไปเช่นเดิม ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจนกว่าจะมีการลงทะเบียนรอบใหม่

 

 

 

อย่างไรก็ตามในปี 2565 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จะมีการพิจารณาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆสำหรับผู้ถือ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้ตรงจุดมากที่และประชาชนสามารถใช้บัตรประชาชนแทนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้  โดยเบื้องต้นได้กำหนดเกณฑ์ไว้ ดังนี้ 

 

  • สัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
  • รายได้ทั้งครอบครัว รวมแล้วไม่เกิน 200,000 บาท
  • ไม่มีหรือมีทรัพย์สินทางการเงิน รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท
  • ใช้บัตรประชาชนแทนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้
  • ลงทะเบียนที่จุดรับลงทะเบียนได้แม้ไม่มีโทรศัพท์มือถือ
  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการเก่า ต้องลงทะเบียนใหม่
  • หากถือครองกรรมสิทธิ์บ้านพร้อมที่ดินอยู่ จะต้องเป็นบ้านหรือทาวน์เฮาส์ พื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา ส่วนห้องชุดต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร ส่วนกรณีเป็นที่อยู่อาศัย และใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตรด้วยมีพื้นที่ได้ไม่เกิน 10 ไร่ หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ ไม่ใช่เพื่อการเกษตร มีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่
logoline