ข่าว

พช.แถลงผลสำเร็จพัฒนาคุณภาพ "ผลิตภัณฑ์ OTOP" ตอบโจทย์ผู้บริโภค

พช.แถลงผลสำเร็จพัฒนาคุณภาพ "ผลิตภัณฑ์ OTOP" ตอบโจทย์ผู้บริโภค
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน แถลงผลสำเร็จพัฒนาคุณภาพ "ผลิตภัณฑ์ OTOP" กลุ่มปรับตัวสู่การพัฒนา(Quadrant D)ให้มีคุณภาพมาตรฐาน ตอบโจทย์ผู้บริโภค

นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ประธานแถลงข่าวประกาศผลสำเร็จการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพ  "ผลิตภัณฑ์ OTOP"กลุ่มปรับตัวสู่การพัฒนา(Quadrant D)ให้มีคุณภาพมาตรฐาน ประเภทอาหารและประเภทเครื่องดื่ม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ค้นหาแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ วิเคราะห์ศักยภาพและจุดอ่อนของผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์/ฉลากหรือช่องทางการจำหน่ายของผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายจำนวน 791 ผลิตภัณฑ์ โดยมีข้าราชการระดับสูงของกรมฯระดับรองอธิบดีฯผู้ตรวจราชการกรม ผู้อำนวยการกอง เลขานุการกรม พร้อมด้วยผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดร่วมงาน ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 เซ็นทรัลเฟสติวัล อิสต์วิลล์

พช.แถลงผลสำเร็จพัฒนาคุณภาพ "ผลิตภัณฑ์ OTOP" ตอบโจทย์ผู้บริโภค

นายสมคิด กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จำนวน 94,656 กลุ่ม/รายและมีผลิตภัณฑ์ OTOP  211,371 ผลิตภัณฑ์ ในจำนวนนี้แยกเป็นผลิตภัณฑ์ ในกลุ่มปรับตัวสู่การพัฒนา (Quadrant D) จำนวน 164,536 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งกลุ่มนี้มีข้อจำกัดเรื่องคุณภาพมาตรฐาน รูปแบบและบรรจุภัณฑ์ ยังไม่สวยงามโดดเด่น ไม่ตรงกับความต้องการของตลาด ผู้ผลิต ผู้ประกอบการยังขาดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการการพัฒนาผลิตภัณฑ์

พช.แถลงผลสำเร็จพัฒนาคุณภาพ "ผลิตภัณฑ์ OTOP" ตอบโจทย์ผู้บริโภค

ดังนั้นกรมฯ จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพ"ผลิตภัณฑ์ OTOP" กลุ่มปรับตัวสู่การพัฒนา (Quadrant D) ให้มีคุณภาพมาตรฐาน เพื่อพัฒนาทักษะผู้ผลิต ผู้ประกอบการให้มีความรู้ความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น พัฒนายกระดับคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพสูงขึ้น และเพิ่มช่องทางการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์

พช.แถลงผลสำเร็จพัฒนาคุณภาพ "ผลิตภัณฑ์ OTOP" ตอบโจทย์ผู้บริโภค

อธิบดี พช.กล่าวอีกว่า จากการดำเนินงานโครงการดังกล่าว จึงต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ดูทันสมัย สวยงาม และชวนซื้อ เหมาะแก่เป็นของฝากได้ทุกเทศกาล การยืดอายุการเก็บรักษา และความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน ทำให้ผู้ประกอบการได้เปลี่ยนรูปแบบการขายขึ้นสู่ platform on line อาทิ shopee , Lazada , page Facebook และ on line ในรูปแบบต่าง ๆ ที่ผู้ประกอบการมีความเหมาะและสอดคล้องกับผลิตภัณฑ์  

 

ซึ่งในช่องทางดำเนินงานโครงการ ฯ มีการทดสอบตลาด online จำนวน 15 วัน ซึ่งปรากฏว่าสินค้าที่เข้าร่วมโครงการสามารถขายได้ยอดจำหน่ายกว่า 500,000 บาท ส่วนสินค้าที่มียอดจำหน่ายสูง 5 ลำดับได้แก่ 1. ภาคอีสาน ข้าวฮาง ข้าวกล้อง จ.บุรีรัมย์  ยอดขาย 12,000 บาท 2. ภาคอีสาน  ตำรับย่า จ.นครราชสีมา ยอดขาย 10,000 บาท 3. ภาคเหนือ  กล้วยตาก จ.พิษณุโลก ยอดขาย 9,500 บาท 4. ภาคกลาง  ซันชายน์ กล้วยหอมทองตาก 100%  จ.เพชรบุรี ยอดขาย  8,500 บาท และ  5. ภาคใต้  น้ำพริกแม่หญิงเบญจา จ.กระบี่ ยอดขาย 8,000 บาท

 

และจากกิจกรรมทดสอบตลาด ผลิตภัณฑ์จากโครงการฯ ที่ได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพ ฯ จำนวน 791 ผลิตภัณฑ์ เพื่อเข้าสู่กิจกรรมทดสอบตลาดจำนวน 6 วันที่ผ่านมามียอดขายกว่า520,066 บาท สินค้าที่มียอดจำหน่ายสูง 5 ลำดับได้แก่ 1. ใจดีกรอบแก้ว (ถั่วขนมขบเคี้ยว) จ.นครปฐม ยอดขาย 68,200 บาท 2. ภูเก็จแก้ว(น้ำปลาหวาน) จ.ภูเก็ต ยอดขาย 54,050 บาท 3. ข้าวยำสมุนไพร (ขนมจีนปู) จ.สตูล ยอดขาย 34,500 บาท 4. ครัวอันดามัน อาหารปักษ์ใต้ จ.สตูล ยอดขาย 27,830 บาท และ 5. ร่วมใจพัฒนา (โรตี) จ.สตูล ยอดขาย 26,499 บาท

 

กรมการพัฒนาชุมชน จะต่อยอดโครงการโดยการส่งเสริมช่องทางการตลาดออนไลน์กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการเหล่านี้ รวมถึงการนำสินค้าไปจำหน่ายในห้าง Modern Trade และช่องทางการตลาดอื่นๆ โดยผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ จะดำเนินการพัฒนาให้เป็นสินค้า Premium เพื่อการส่งออกต่อไปจึงขอเชิญชวนทุกท่านช่วยอุดหนุนสินค้าจากผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP  นอกจากจะได้เลือกซื้อสินค้าที่ดีมีคุณภาพและมาตรฐานจากทั่วประเทศแล้ว ยังมีส่วนช่วยกระจายรายได้และลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนตามนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย  อธิบดี พช. กล่าว

logoline