
เอกซเรย์จีที200'กลวง'ไร้วงจรอิเล็กทรอนิกส์
ดร.เจษฎา หรือมือปราบจีที 200 โพสต์ข้อความบนเว็บพันทิป แพร่ภาพเอกซเรย์เครื่องจีที 200 และการ์ด เผย กลวงทั้งเครื่องมือและการ์ด ไม่พบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ฟันธงเสาอากาศจีที200-อัลฟา6ชี้ตามจิตสำนึกเจ้าหน้าที่
ตามที่นายกรัฐมนตรีเห็นชอบให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เอกซเรย์เครื่องตรวจวัตถุระบิดจีที 200 แต่การปฏิบัติยังไม่เดินหน้าแต่อย่างใด เนื่องจากคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ขอเวลาศึกษาเงื่อนไขของบริษัทผู้จำหน่าย และอ้างว่าไม่มีหน่วยงานใดแจ้งส่งเครื่องมาให้เอกซเรย์
แต่เมื่อกลางดึกวันที่ 25 ก.พ.2553 ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความในชุมชนวิทยาศาสตร์หว้ากอ เว็บไซต์พันธุ์ทิพย์ดอทคอม พร้อมภาพเอ็กซเรย์เครื่องตรวจวัตถุระเบิด GT200 และการ์ด โดยระบุว่า ได้รับเครื่อง GT200 จากพลเอกปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ประธานองค์กรอุนาโลม ซึ่งได้รับสนับสนุนเครื่องมาจากทางภาคเอกชน
การเอกซเรย์ครั้งนี้ได้ดำเนินการด้วยเครื่องเอกซเรย์ภายในคลิกนิกเอกชนแห่งหนึ่ง พบว่าด้านในของเครื่องกลวงโดยตรง ตั้งแต่บริเวณฐานที่เป็นช่องใส่การ์ด ซึ่งสอดคล้องกับการสังเกตเครื่องด้วยตาเปล่า จะเห็นอยู่แล้วว่าบริเวณฐานเป็นช่องกลวง ไม่มีหน้าสัมผัสอิเล็กทรอนิกส์กับการ์ดแต่อย่างไร
ส่วนการ์ดเองเป็นเพียงแผ่นพลาสติก 2 แผ่น ทากาวยางประกบกันแบบง่ายๆ เมื่อแกะทั้ง 2 แผ่นออกจากกัน ไม่พบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ มีเพียงเศษกระดาษสีชมพูขนาดเล็กอยู่ภายใน ภาพจากเอกซเรย์ก็ยืนยันว่าไม่มีอะไรอยู่ในการ์ดเช่นกัน เมื่อเทียบกับภาพเอกซเรย์เครดิตการ์ดและบัตรประชาชน จะเห็นว่ามีตัวชิปติดอยู่ที่การ์ดทั้งสอง
ส่วนด้ามจับบริเวณกลางเครื่อง ซึ่งเคยสงสัยว่าอาจจะมีอะไรอยู่ด้านใน ภาพเอกซเรย์แสดงให้เห็นว่าว่างเปล่าเช่นกัน เช่นเดียวกับบริเวณด้านบนสุดที่ต่อกับเสาอากาศวิทยุของเครื่อง ไม่มีอะไรอยู่ด้านในเช่นกัน และไม่มีอะไรที่จะไปบังคับต่อเชื่อมกับเสาอากาศ ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าเสาอากาศมีเพียงน็อตขันติดกับแผ่นพลาสติกสีดำที่เสียบอยู่กับแกนลวด สามารถโยกขึ้นลง หมุนซ้ายขวา ได้โดยง่าย
ดร.ผศ.เจษฎา โพสต์สรุปฟันธงว่า เครื่อง GT200 ไม่อาจจะทำงานเองได้ครบ ตั้งแต่ไม่มีความเป็นไปได้ในเชิงทฤษฎีวิทยาศาสตร์ (เรื่องไฟฟ้าสถิต/แม่เหล็กผลัก-ดูด) ไม่มีความเป็นไปได้ในเชิงกลไก (จากภาพเอ็กซเรย์ด้านใน) และไม่มีความเป็นไปได้ในเชิงประสิทธิภาพ (ทดสอบแล้วชี้เป้าไม่ถูกต้องเกิน 13 จาก 20 ครั้งตามหลักสถิติ เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นการเดาสุ่มหรือไม่)
"และทั้งหมดนี้เป็นหลักฐานสนับสนุนสมมุติฐานว่า การที่เสาอากาศของเครื่องหมุนได้นั้น ไม่ได้เกิดจากหลักแม่เหล็กดูดผลักตามที่บริษัทกล่าวอ้าง แต่เป็นผลจากผู้ใช้เครื่องทำให้เสาอากาศหมุนเอง โดยอาจจะเป็นการตั้งใจเอียงเครื่องเพื่อชี้ หรือจะเป็นความบังเอิญในการเอียงเครื่องเล็กน้อยระหว่างที่เดิน ซึ่งแรงเฉื่อยจากร่างกายผู้ใช้ ได้ส่งถ่ายต่อไปยังเครื่อง ทำให้เสาอากาศหมุนได้เมื่อเอียงออกนอกจุดศูนย์ถ่วงที่เสถียรของเครื่องได้"
สรุปสุดท้ายว่า การที่เจ้าหน้าที่นำไปใช้แล้วหาวัตถุระเบิดได้นั้น น่าจะมาจากฝีมือและความสามารถส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ท่านนั้น ซึ่งได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีในการตรวจหาพิรุธของการซุกซ่อนวัตถุระเบิด ประกอบกับมีการข่าวที่ดีนำมาก่อน ทำให้เมื่อเดินผ่านบริเวณที่ต้องสงสัยหรือมีการข่าวนำมาก่อน สมาธิและความช่างสังเกตของเจ้าหน้าที่ ไปส่งผลให้จิตใต้สำนึกมีการสั่งการให้เครื่องเอียงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว และชี้เสาอากาศไปยังวัตถุต้องสงสัยได้ แม้ว่าจะซ่อนไว้ค่อนข้างดีก็ตาม
ด้วยเหตุนี้ จึงยังมีความเสี่ยงอยู่สูงมากๆ ที่จะนำเครื่อง GT200 และเครื่องที่มีลักษณะเดียวกัน เช่น อัลฟา6 ไปใช้ในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย กระบวนการยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เพราะมีโอกาสสูงที่จะเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ ทั้งโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม
เราเสนอว่า ควรไปเน้นที่การข่าวที่ดี การใช้สุนัขตำรวจสุนัขทหาร และการให้สวัสดิการที่เหมาะสมแก่เจ้าหน้าที่ จะดีกว่าหวังพึ่งพาหาเครื่องมือมาทดแทนเครื่อง GT200 มาก เพราะยังไม่มีแนวโน้มว่าจะสามารถสร้างเครื่องมือวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่ตรวจหาระเบิดในระยะไกลได้ในขณะนี้
รายงานข่าวเพิ่มเติมแจ้งว่า มีความคิดเห็นเพิ่มเติมในกระทู้ดังกล่าว เกี่ยวกับเครื่องจีที200ที่นำเข้าเครือ่งเอกซเรย์ โดยมีผู้ต้องข้อสังเกตว่า เครื่องที่เอกซเรย์นั้นเครื่องที่บริษัทใช้ประกอบการสาธิต ไม่น่าจะเป็นเครื่องที่ใช้จริงภาคสนาม เพราะไม่ปรากฏเลขทะเบียนที่ระบุเป็นสมบัติทางราชการ



