
'นาม'ชี้หลังตัดสินคดียึดพรัพย์ไทยสงบยาก
"นาม บอก หลังศาลฎีกา ตัดสินยึดพรัพย์ บ้านเมืองหาความสงบยาก บอก คตส.ทำดีที่สุดแล้ว เตรียมประหารืออดีต คตส. 1 มี.ค.นี้ เผย ถูกขู่ฆ่า พร้อม สวดส่ง
(26ก.พ.) นายนาม ยิ้มแย้ม อดีตประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กล่าวหลังร่วมการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ ว่า ต้องรอว่าศาลจะพิพากษาอย่างไร เมื่อผลออกมาก็คงหาความสงบได้ยาก แต่ถือว่า คตส.ได้ทำงานมาเต็มที่แล้ว ทำงานได้น่าพอใจ เพราะคดีสามารถขึ้นสู่การพิจารณาศาลและนำไปสู่การพิพากษา โดยวันที่จันทร์ที่ 1 มี.ค.นี้ อดีตคณะกรรมการคตส.จะมีการนัดหารือกันเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีต่าง ๆ กับนายกล้านรงค์ จันทิก อดีต คตส.ที่เป็นกรรมการ ป.ป.ช. ในคดีที่คตส.โอนต่อให้ ป.ป.ช.และยังจะมีการหารือถึงผลแห่งคีดยึดทรัพย์ด้วย
ซึ่งเชื่อว่าหลังตัดสินคดียึดทรัพย์อดีตนายกฯออกมาแล้วก็จะมีคดีอาญาตามมาอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคดีเอ็กซิมแบงค์ หรือ คดีหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ทั้งนี้ทรัพย์สินของอดีตนายกฯที่ คตส.อายัดไว้นั้น ยังขาดอีกประมาณ 9,000 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังสามารถไปติดตามเอากับทรัพย์สินอื่นได้
นายนาม ยังกล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ก่อนที่ศาลจะมีการอ่านคำพิพากษานั้น โดยส่วนตัวได้มีคนโทรศัพท์มาข่มขู่ บางรายขู่ว่ายังไม่ตายหรือ ยัง มีชีวิตอยู่อีกหรือ บางรายก็เปิดเสียงสวนกุศลาธรรมา แต่หลังจากรู้ว่าเป็นการโทรมาข่มขู่รบกวนก็ปิดโทรศัพท์ ไม่อยากฟัง และไม่อยากรับรู้ เพราะถือว่างานของ คตส.จบแล้ว และก็ไม่ได้ร้องขอเจ้าหน้าที่ให้มารักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม แต่เป็นหน้าที่ของผู้รับผิดชอบ คตส.ไม่เคยเรียกร้อง และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีอะไร มีแต่การข่มขู่
เมื่อถามว่า ทางแกนนำนปช.ยังคงกล่าวหาและจะติดตามตรวจสอบว่า คตส.ให้นอมินีคอยรับส่วนแบ่งสินบนนำจับ 25 % นายนาม กล่าวยืนยันว่า ไม่มีใครได้รับสินบนในคดีนี้ แม้แต่คตส.เอง เพราะไม่มีใครมาแจ้งเบาะแส ทรัพย์ทั้งหมดต้องตกเป็นของแผ่นดิน โดยเป็นหน้าที่ของอัยการที่จะต้องดำเนินการ
เมื่อถามย้ำว่า แต่ถ้าได้ท่านจะไม่รับใช่หรือไม่ นายนาม หัวเราะพร้อมกล่าวเพียงว่า อย่าไปพูดถึงตรงนั้นเลย เพราะในระเบียบ คตส.ไม่มีสิทธิได้



