ข่าว

เสื้อแดงขอนแก่นแห่ฟังตัดสินคดียึดทรัพย์

เสื้อแดงขอนแก่นแห่ฟังตัดสินคดียึดทรัพย์

26 ก.พ. 2553

แกนนำคนเสื้อแดงอีสาน และ ส.ส.เพื่อไทย ลุ้นฟังคำพิพากษาที่ขอนแก่น ท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุมกว่า 200 คน ตร.ภ.4 ระดมชุดปราบจลาจลพร้อมควบคุมสถานการณ์ 22 กองร้อย หวั่นมือที่สามป่วนเมืองทั่วภาคอีสานตอนบน

(26ก.พ.) ที่หน้าสถานีวิทยุชุมชนคนเสื้อแดงขอนแก่น ถ.ประชาสโมสร ตรงข้ามสถานีบริการน้ำมัน ปตท. เขตเทศบาลนครขอนแก่น แกนนำคนเสื้อแดง นปช.และ ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย ใน 19 จังหวัดภาคอีสาน อาทิ นายสมศักดิ์  เกียรติสุรนนท์,นายธนิก มาสีพิทักษ์,นายจตุพร  เจริญเชื้อ และนางมุกดา พงษ์สมบัติ มารวมตัวกันเพื่อฟังคำพิพากษาตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางกลุ่มคนเสื้อแดงที่มารอร่วมให้กำลังใจและฟังการตัดสินคดีดังกล่าวกว่า  200 คน

 ทั้งนี้แกนนำเสื้อแดงได้ทำการจัดการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีวิทยุชุมชน 10 สถานี เขต จ.ขอนแก่น,ชัยภูมิ,อุดรธานี,เลย,หนองคายและมหาสารคาม พร้อมทั้งการถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์และโปรเจคเตอร์เพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมรับฟังคำพิพากษาตัดสินคดีดังกล่าวพร้อมกันทั่วทั้งภาคอีสาน อีกทั้งเปิดเวทีปราศรัยบริเวณอาคารสถานีวิทยุคนเสื้อแดง ทำให้จราจรบริเวณถนนประชาสโมสร เทศบาลนครขอนแก่นติดขัดเป็นอย่างมาก

 นายธนิก มาสีพิทักษ์  ผู้อำนวยการสถานีวิทยุชุมชนคนเสื้อแดง กล่าวว่า  แม้ผลการพิพากษาคดีจะออกมาเป็นรูปแบบใด กลุ่มเสื้อแดงขอนแก่นและคนเสื้อแดงอีกหลายจังหวัดของภาคอีสานก็จะยังคงเคลื่อนไหว ตามเจตนารมณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับการเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพมหานคร ร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดต่างๆ

 การเปิดเวทีเพื่อให้คนเสื้อแดงมาร่วมรับฟังผลการพิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็เพื่อต้องการที่จะให้คนเสื้อแดงในภาคอีสานได้ร่วมกันไว้ และต่อสู้เคลื่อนไหวเรียกร้องเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ส่วนการชุมนุมเคลื่อนไหวหลังคำคัดสินต้องรอประ ชุมร่วมกับแกนนำว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

 พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร รอง ผบช.ภ.4  ในฐานะ โฆษกตำรวจภูธร 4 กล่าวว่า จากข้อมูลยังพบว่าความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงยังคงมีเฉพาะในระดับพื้นที่ ซึ่งยังไม่มีท่าทีที่จะรุนแรงหรือสถานการณ์ต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะการเข้าเจรจาร่วมระหว่างผู้บังคับบัญชาระดับสูงกับกลุ่มแกนนำ ทุกคนต่างต้องการที่จะใช้หลักสินติวิธีและชุมนุมอย่างสงบภายในที่ตั้ง แต่ถึงอย่างไรยังติดตามสถานการณ์ทางการข่าวอย่างใกล้ชิด

 ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการตามแผนกรกต 52  ให้กับตำรวจภูธรจังหวัดทั้ง  11 จังหวัดภาคอีสานตอนบน เตรียมกองร้อยชุดปราบจลาจลและควบคุมฝูงชนจังหวัดละ 2  กองร้อย รวม 22 กองร้อย ตามแผนสันติ 53 รวมไปถึงทีมเจรจาต่อรองในการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะจุดที่มีการชุมนุมของกลุ่มพลังมวลชนที่ต้องจัดสายตรวจและชุดสืบสวนหาข่าวเข้าไปประสานร่วมกับกลุ่มแกนนำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ยังคงไม่มีรายงานสถานการณ์ความรุนแรงหรือการกระทบกระทั่งของแต่ละพื้นที่แต่อย่างใด