ข่าว

‘บัญญัติ’ ชี้ รัฐบาลอยู่ข้ามปี 65 ลำบาก สารพัดปัญหารุมเร้า

‘บัญญัติ’ ชี้ รัฐบาลอยู่ข้ามปี 65 ลำบาก สารพัดปัญหารุมเร้า
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ประธานสภาที่ปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์ "บัญญัติ บรรทัดฐาน" ชี้ รัฐบาล อยู่ข้ามปี 65 ยาก สารพัดปัญหารุมเร้า สิงหาฯ เจอหนักปมนายกฯ 8 ปี พ่วงวิกฤตเศรษฐกิจ

2 ม.ค.65 "นายบัญญัติ บรรทัดฐาน" ส.ส.บัญชีรายชื่อและประธานสภาที่ปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปี 2565 ว่า จะเป็นปีของการเลือกตั้งเพราะเริ่มต้นเดือน ม.ค.ก็มีการเลือกตั้งซ่อมถึง3 ที่ทั้ง ชุมพร  สงขลาและ กทม.เขตหลักสี่ นอกจากนี้ ยังมีการเลือกตั้งท้องถิ่น เช่น การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และส.ก. รวมถึงเมืองพัทยาซึ่งคาดหมายว่าต้องเลือกตั้งในปี 65 รัฐบาลได้ขานรับแล้วว่าจะเป็นกลางปี แต่ไม่แน่อาจจะเป็นต้นปีก็ได้

 

"นายบัญญัติ" กล่าวว่า อย่างไรก็ตามภายใต้การเมืองที่ร้อนแรงแบบสุดๆ การเลือกตั้งทั่วไปก็อาจจะต้องเลือกตั้งในปี 65 ด้วยเหมือนกัน แม้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯไม่ได้อยากให้เป็นเช่นนั้น เพราะอย่างน้อยคงอยากอยู่เป็นประธานเอเปคหรืออยากจะอยู่ครบเทอมแต่พิจารณาภายใต้สถานการณ์การเมืองที่ร้อนสุดๆ ในปี 65 เห็นทีจะข้ามปี 65 ลำบาก

 

"นายบัญญัติ"กล่าวอีกว่า ที่จะมีผลทำให้การเมืองร้อนคือช่วงหลังปฏิเสธไม่ได้ว่าการเลือกตั้งออกนอกรูปนอกแบบกันมากขึ้น ใช้ทุน และอิทธิฤทธิ์มากขึ้น ที่ชัดที่สุดคือการเลือกนายกฯ อบจ. นายกเทศมนตรี และล่าสุดเลือกนายกฯ อบต. และสมาชิก อบต.ทั่วประเทศ ทำให้คนโจษขานกันมากว่าใช้เงินใช้ทองกันอย่างโจ๋งครึ่ม 

 

ตรงนี้น่าวิตกเพราะถ้าปล่อยให้กระบวนการการเลือกตั้งใช้อิทธิฤทธิ์อิทธิพลกันมาก และบังเอิญชาวบ้านก็ลำบากด้วยจะทำให้กลายเป็นเหยื่อของระบบอุปถัมภ์ การเลือกตั้งในวันข้างหน้าที่จะเกิดขึ้นอาจถูกเรียกขาน หรืออาจกลายเป็นประเด็นที่นำไปสู่การคัดค้านว่าเป็นการเลือกตั้งสกปรกก็เป็นไปได้

 

หากเป็นเช่นนั้นก็เหมือนประวัติศาสตร์การเมืองของเราย้อนถอยหลังไปปี 2500 การเลือกตั้งทั่วไปในรัฐบาลสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม มีการเดินขบวนของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนทำให้เกิดการยึดอำนาจ ดังนั้นวันนี้สิ่งที่จำเป็นจะต้องเรียกร้องคือ กกต.ต้องหันกลับมาดูความเป็นจริงในบ้านเมือง และทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเข้มแข็ง  นายบัญญัติกล่าว

"นายบัญญัติ" กล่าวต่อว่า การเมืองจะร้อนจากรัฐบาลด้วย โดยเฉพาะนายกฯ ซึ่งในสมัยเปิดประชุมสภาใหม่ ปี 65 คาดหมายได้ว่าการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยพรรคฝ่ายค้านจะต้องเริ่มขึ้น ความจริงการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จะเป็นเพียงเรื่องธรรมดา ๆ เพียงแต่เริ่มขึ้นในเวลาที่บ้านเมืองมีปัญหาค่อนข้างมาก ทั้งปัญหาโควิด-19 เศรษฐกิจ คนตกงาน ผู้ประกอบการ ขนาดเล็ก ขนาดย่อย มีปัญหามากมาย การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ในการนำรายได้เข้าประเทศก็หายจนหมด

 

ปัญหาเหล่านี้รัฐบาลจัดการได้เรียบร้อยมากน้อยเพียงใด หากรัฐบาลจัดการได้ไม่ดีเท่าที่ควร ประกอบกับการอยู่นานของนายกฯ ซึ่งต้องยอมรับว่าอยู่มานานมากแล้ว ถ้าเป็นนายกฯที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ 2 เทอมเข้าให้แล้ว ในทางการเมืองย่อมเข้าใจกันดีว่าผู้มีอำนาจบริหารบ้านเมืองที่อยู่นาน เป็นปัจจัยหนึ่งที่ยั่วยุให้เกิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างรุนแรงได้แน่นอน "นายบัญญัติ" กล่าว

 

นายบัญญัติกล่าวว่า สำหรับกระบวนการทางสภานอกเหนือจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะร้อนแรงมากแล้ว จะมีกระบวนการเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่นับเป็นความล้าหลังของรัฐธรรมนูญอยู่เป็นระยะ ๆ อาจมี ส.ส.เสนอเข้าชื่อกันเอง หรือการเข้าชื่อของประชาชนทั่วไป ซึ่งก็ทำกันอยู่แล้ว ก็น่าจะกระทำกันมากขึ้น รวมทั้งปัญหาของ ส.ว.ที่ถูกกล่าวหาว่าเกินอำนาจที่พึงมีของระบอบประชาธิปไตย ประเด็นเหล่านี้จะถูกหยิบยกขึ้นมาท้าทายความคิดของสมาชิกรัฐสภาอีกครั้ง


ประเด็นที่ใหญ่ที่ร้อนมากที่สุด อาจจะก่อให้เกิดความร้อนแรงทั้งในสภาและบนท้องถนน รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญงานจะเข้าด้วย คือการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของนายกรัฐมนตรีจะสิ้นสุดลงตรงไหน ที่เป็นเช่นนี้เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไปเขียนบัญญัติไว้ว่า นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีไม่ได้ จะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ก็ได้

 

นอกจากนี้ยังมีบทบัญญัติในบทเฉพาะกาลรับรองเอาไว้ว่าให้คณะรัฐมนตรี  ที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้เป็น ครม.ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งประเด็นนี้เคยมีนักวิชาการตีความไว้ด้วยว่า อย่างนี้ต้องนับตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2557 ว่าไม่ได้เป็นตามรัฐธรรมนูญนี้แต่เมื่อมีบทบัญญัติบอกว่าให้ถือเป็นการดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญนี้ อย่างนี้ก็น่าจะครบกำหนด 8 ปีในเดือนสิงหาคม ปี 2565

 

เพราะฉะนั้นเมื่อใกล้สิงหาคม ปี 2565 ผมมั่นใจว่าคงจะมีคนหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาถามหาความถูกต้องอีกครั้ง ตรงนี้จึงบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะงานเข้า เพราะหนีไม่พ้นที่จะต้องวินิจฉัยว่าตกลงนับหนึ่งเมื่อไหร่ นายบัญญัติกล่าว

 

ประธานสภาที่ปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น การที่คิดว่าจะอยู่ให้ครบเทอมครบวาระ ก็ไม่แน่ว่าจะพ้นปี 2565 ได้หรือไม่ ยิ่งประเด็นความขัดแย้งในแต่ละที่ การช่วงชิงความได้เปรียบเสียเปรียบในระหว่างกันเองที่มักจะปรากฏให้เห็นอยู่บ่อย ๆ จะเพิ่มความร้อนแรงได้เช่นกัน ถ้ารัฐบาลไม่สามารถลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโควิด-19 ให้ได้ด้วยที่ผ่านมาถือว่าดีพอสมควรจากความเข้มแข็งของบุคลากรสาธารณสุข แต่เมื่อมีเชื้อโอมิครอนเข้ามา ถ้าเอาไม่อยู่ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่มีอยู่แล้วจะแรงเข้าไปอีก คนตกงานมากกว่าเดิมคนลำบากมากขึ้น เหล่านี้จะมีส่วนเติมความเร่าร้อนให้การเมืองได้ทั้งหมด

 

logoline