ข่าว

'เทือก'พบ'ป๊อก'ติดตามตัดสินคดียึดทรัพย์

'เทือก'พบ'ป๊อก'ติดตามตัดสินคดียึดทรัพย์

26 ก.พ. 2553

“สุเทพ”พบ“อนุพงษ์”เฝ้าติดตามตัดสินคดียึดทรัพย์ “ทักษิณ” 7.6 หมื่นล้านบาท บอกให้เตรียมกำลังให้พร้อมหากเกิดฉุกเฉิน ส่งสารวัตรทหาร ดูแล 5 จุดสำคัญ มหาดไทยเปิดวอร์รูมเกาะติดสถานการณ์ม็อบคดียึดทรัพย์

(26ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 12.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง เดินทางเข้าพบพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เพื่อเข้ามาร่วมรับประทานอาหารกลางวัน เพื่อติดตามสถานการณ์บ้านเมือง โดยการตัดสินคดียึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 7.6 หมื่นล้านบาทของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันนี้ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ โดยใช้เวลาประมาณ 1.30 น. ก่อนที่จะเดินทางออกไปยังทำเนียบรัฐบาล

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ ได้พูดคุยกับ พล.อ.อนุพงษ์ เพื่อให้ติดตามสถานการณ์การพิจารณาพิพากษาของศาลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะติดตามกลุ่มคนเสื้อแดงที่เดินทางมาเป็นกองเชียร์ในครั้งนี้ด้วย รวมถึงให้ติดตามหลังการอ่านคำพิพากษาภายใน 5 ชั่วโมง พร้อมให้เตรียมกำลังไว้หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคระกรรมการติตดามสถานการณ์ความมั่นคง หรือ คตม. ยังไม่มีความชัดเจนที่จะเรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องหรือไม่ เนื่องจากนายสุเทพ มีภารกิจต่อเนื่องในช่วงเย็นวันนี้ ขณะที่ผู้บัญชาการทหารบก ยังคงปฏิบัติงานภายในกองบัญชาการกองทัพบก และประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา

 ด้าน พล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกส่วนมีการประสานงาน และติดตามข้อมูลข่าวสาร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการดูแลความสงบเรียบร้อย ตามจุดสำคัญต่าง ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการประสานขอกำลังสารวัตรทหาร จำนวน 150- 200 นาย ร่วมดูแลพื้นที่สำคัญ 5 จุด คือ ศาลฎีกา สนามหลวง ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา บ้านพักรับรอง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ และสถานที่สำคัญโดยรอบถนนราชวิถี พร้อมทั้งเชื่อว่า ไม่น่ามีปัญหาความรุนแรงเกิดขึ้น และขณะนี้ยังคงต้องรอความชัดเจนว่า จะมีการสั่งการเพิ่มเติมในเรื่องใดหรือไม่ หลังเสร็จสิ้นการอ่านคำพิพากษาในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ในช่วงเย็นวันนี้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดศูนย์เฉพาะกิจ ติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของมวลชน โดยนายมานิตกล่าวว่า หลังมีการอ่านคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หากผลการตัดสินออกมาเป็นด้านลบกับกลุ่มต่อต้าน และมีการเคลื่อนไหวการชุมนุม หรือมีความวุ่นวาย มีผลกระทบต่อสถานที่ราชการ ตนจึงได้สั่งการให้มีศูนย์ติดตามสถานการณ์ ปรับระดับความปลอดภัย กำหนดระดับการเตือนภัย ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หากเกิดสถานการณ์

 โดยยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยมีความพร้อมพอในการดูแล ซึ่งพื้นที่หลักที่ต้องดูแลคือต่างจังหวัดที่ผู้ว่าฯจะเป็น ผอ.ศูนย์ หากเกิดเหตุอะไรให้รายงานต่อกระทรวงมหาดไทย ซึ่งการเฝ้าระวังนั้นเป้าแรกอยู่ที่ 38 จังหวัด ซึ่งเป็นเป้าที่ตั้งไว้เดิมและในแต่ละพื้นที่ มีความเข้มข้นของสถานการณ์ต่างกันที่สุดแล้ว อาจไม่ต้องเฝ้าระวังถึง 38 จังหวัด

 “ศูนย์จะต้องวิเคราะห์สถานการณ์เป็นชั่วโมง โดยศูนย์จะเปิดทำการจนถึงวันอาทิตย์ที่ 28 ก.พ.แต่หากเหตุการณ์ยังวุ่นวาย ก็จะเปิดไปต่อเนื่อง และศูนย์จะเปิดเพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 10 หรือ 11 มี.ค.นี้ ” ปลัดมหาดไทยกล่าว