ข่าว

“สุวัจน์" ลั่นชาติพัฒนาคัมแบ็ค ขอยึดโคราชคืน ตั้งเป้าได้ ส.ส. เลขสองหลัก

“สุวัจน์" ลั่นชาติพัฒนาคัมแบ็ค ขอยึดโคราชคืน ตั้งเป้าได้ ส.ส. เลขสองหลัก
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

“สุวัจน์” ลั่นชาติพัฒนาคัมแบ็ค ขอยึดโคราชบ้านเกิดคืน ตั้งเป้าได้ ส.ส. เลขสองหลัก เชื่อประชาชนตัดสินใจเลือกจากนโยบาย ชี้บัตรสองใบทำให้มีโอกาสมากขึ้นเพราะได้คนที่ประชาชนต้องการอย่างแท้จริง

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมของพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้าว่า พรรคได้เตรียมการเลือกตั้งครั้งหน้าไว้แล้ว เพราะถือว่าเข้าสู่ปีที่4 ซึ่งจะเห็นว่าทุกพรรคการเมืองเริ่มมีบรรยากาศ  เตรียมการเลือกตั้ง ทุกคนต้องมีความพร้อม ซึ่งในส่วนของพรรคชาติพัฒนาได้มีการประชุมใหญ่และแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายพรรคการเมือง โดยได้เริ่มเตรียมจัดทำนโยบายต่าง ๆ แล้ว ถือว่ารองรับปีที่ 4 ซึ่งยังไม่ทราบว่าการเลือกตั้ง จะมีขึ้นเมื่อไหร่ แต่ตอนนี้ก็มีเลือกตั้งซ่อมเกิดขึ้นในบางพื้นที่ ทั้ง ชุมพร สงขลา กทม.เขต 9 หลักสี่ ส่วนการเลือกตั้งใหญ่จะเกิดขึ้นเมื่อไรยังไม่ทราบ ซึ่งเราก็มีความพร้อมเพราะการเมืองบางทีอะไรก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เราเตรียมความพร้อมไว้ก่อนถือว่าไม่ประมาท 

เมื่อถามว่า หลายพรรคการเมืองพุ่งเป้าปักหลัก จ.นครราชสีมา โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยจะทำให้เจริญเหมือน จ.บุรีรัมย์ นายสุวัจน์ กล่าวว่าก็คงต้องเป็นอย่างนั้น ที่ทุกพรรคการเมืองจะให้ความสำคัญกับจังหวัดที่มีฐานการเมือง ซึ่ง จ.นครราชสีมา มีจำนวน ส.ส.รองจาก กทม. รวมทั้งสมัยหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงเขตการเลือกตั้ง ทำให้มีส.ส.มากขึ้น ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไข จึงมีความเป็นไปได้ที่ จ.นครราชสีมา จะเพิ่มจำนวน ส.ส. ขึ้นมาอีก จึงเป็นพื้นที่หมายปองของทุกพรรคการเมือง ซึ่งในส่วนของพรรคชาติพัฒนาได้เตรียมความพร้อม เพราะเราต้องการให้พรรคชาติพัฒนากลับมา จึงต้องรักษาฐานเสียงเอาไว้ จ.นครราชสีมาถือเป็นบ้านเกิดของพรรคชาติพัฒนา และเป็นพรรคที่มีผลงานในอดีต ดังนั้นเราจึงคิดว่าต้องทำงานการเมืองให้มีฐานที่มั่นคงขึ้น จากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ซึ่งการเลือกตั้งครั้งหน้าใน จ.นครราชสีมาพรรคจะมีความพร้อมมากที่สุด 

เมื่อถามย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งที่แล้วไม่เป็นไปตามเป้าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะปรับแผนอย่างไร นายสุวัจน์ กล่าวว่าต้องมีการเตรียมการ โดยเฉพาะเรื่องนโยบายและตัวผู้สมัครที่ต้องนำผู้สมัครเก่ากลับมา 

 

เมื่อถามอีกว่า บัตรเลือกตั้งครั้งหน้าที่ใช้บัตรเลือกตั้งสองใบจะเป็นผลดีกับพรรคหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า เราก็เหมือนนักกีฬา เมื่อมีกติกาก็ต้องปรับตัว ยืนยันว่าเรามีความพร้อมไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งแบบไหน ซึ่งการเลือกตั้งบัตรสองใบเหมือนย้อนกลับไปในอดีต ที่เคยผ่านมาแล้ว และประสบความสำเร็จ ได้ที่นั่งมากพอสมควร แต่การเลือกตั้งบัตรสองใบยุทธศาสตร์จะต่างจากบัตรใบเดียว ดังนั้นการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ไม่ได้คำนวนจากความนิยมของพรรคโดยตรง แต่มาจากคะแนนของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทำให้คะแนนของพรรคเล็กบางพรรคหายไปเฉยๆ แต่การแก้ไขเป็นบัตรสองใบทำให้เกิดความสำคัญ กับตัว ส.ส.และพรรค ทำให้พรรคต้องตั้งใจส่งคนที่ดีที่สุด รวมถึงเรื่องนโยบายต้องสำคัญที่สุด และพรรคการเมืองจะเสนอใครเป็นนายกรัฐมนตรี 

 

ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ย้ำว่าสถานการณ์วันนี้เรื่องโควิด-19 เป็นปัญหาที่รัฐบาลปัจจุบันกำลังแก้ไขอยู่ แต่เหตุการณ์หลังโควิดเราจะฟื้นฟูประเทศกันอย่างไร จะสร้างแพลตฟอร์มใหม่ในระบบเศรษฐกิจอย่างไร เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และให้ประชาชนเห็นว่าหากมีการเลือกตั้ง หลังสถานการณ์โควิดเศรษฐกิจจะมีทิศทางอย่างไร ดังนั้น จึงคิดว่านโยบายด้านเศรษฐกิจหลังโควิด สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นส่งที่พรรคการเมืองทุกพรรคต้องเตรียนมความพร้อม 

 

“พรรคชาติพัฒนากำลังจัดทำแผน เพื่อเป็นนโยบายให้ประชาชนเห็นว่า ถ้ามีการเลือกตั้ง ประเทศชาติควรจะมีทิศทางเศรษฐกิจอย่างไร โดยผู้ที่จะมาทำนโยบายให้สำเร็จคือ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรค ซึ่งนโยบายและแคนดิเดตจะเป็นปัจจัยเป็นตัวตัดสินเรื่องจำนวนปาร์ตี้ลิสต์ของการเลือกตั้งในระบบบัตรสองใบ” นายสุวัจน์ ระบุ

 

ส่วนพรรคชาติพัฒนาคาดว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้จะคัมแบ็ค (กลับมา) ได้ ส.ส.เพิ่มหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า ที่ จ.นครราชสีมาต้องมากกว่าเดิม  โดยภาพรวมอยากให้เป็นพรรคการเมืองที่ได้ ส.ส.เลขสองหลัก ส่วนตัวบุคคลที่จะเป็นแคดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคยังไม่ได้พิจารณา เป็นเพียงการพูดคุยกันเท่านั้น 

 

เมื่อถามว่า นายสุวัจน์จะเป็นคนชูธงของพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของบ้านเมือง ขณะนี้ตนเองเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคก็พยายามให้คำแนะนำกับผู้บริหารพรรค ส่วนอนาคตทางการเมืองจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ ตนเองอยู่ที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น ก็ทำงานการเมืองมานาน มีตำแหน่งหรือไม่มีตำแหน่งก็พร้อมจะช่วยเหลือประเทศชาติอยู่แล้ว การตัดสินใจต้องเป็นไปตามสถานการณ์
 

logoline