
อภิสิทธิ์เผยจัดงบ23,000ล้านบาทให้ท้องถิ่น
นายกฯเผยจัดงบประมาณ 23,000 ล้านบาท ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 26 ก.พ. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมวิชาการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย เรื่องอนาคตเทศบาล : อนาคตประเทศไทย ที่ห้องแกรนด์บอลลรูม เมืองทองธานี
นายอภิสิทธิ์กล่าวเปิดงานว่า ตนและรัฐบาลให้ความสนใจการกระจายอำนาจและพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาตลอด รัฐธรรมนูญ 2540 ขับเคลื่อนให้การพัฒนาท้องถิ่นเป็นไปอย่างรวดเร็วและนำไปสู่การจัดบริหารสาธารณะเพื่อดูแลประชาชน บทบาทของท้องถิ่นนั้นนำนโยบายที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและช่วยผลักดันนโยบายรัฐบาลอีกด้วย ฉะนั้นการเติบโตนี้มีความสำคัญที่ต้องดำเนินการต่อไป กฎหมายท้องถิ่นต่าง ๆ เช่นแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นนั้นถือว่าครบสิบปีแล้วและสมควรประเมินทั้งระบบ
ช่วงปีเศษที่ตนเข้ามาทำงานนั้น ทราบดีว่าท้องถิ่นและหน่วยงานอื่นๆเผชิญปัญหาด้านงบประมาณ เพราะวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่กระทบการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลสองแสนล้านบาท และส่งผลถึงการจัดสรรงบประมาณ ทำให้การบริหารงานที่ภารกิจเพิ่มชึ้น แต่งบประมาณลดลงนั้น มันมีความท้าทายแต่รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาโดยใช้งบประมาณโครงการไทยเข้มแข็ง 23,000 ล้านบาทไปช่วยเหลือและในงบประมาณปี 2554 มีข่าวดีว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวเพราะการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2553 รัฐบาลจะเก็บรายได้เกินเป้าเกือบสองแสนล้านบาท ทำให้ตนมั่นใจว่าจะเริ่มจัดสรรงบประมาณกลับสู่ภาวะปกติ หากเศรษฐกิจฟื้นตัวรัฐบาลต้องทบทวนแผนกู้เงินเพราะไม่ต้องการสร้างหนี้สิน
รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและทราบความเห็นที่แตกต่างที่จะยุบรวมกฎหมายท้องถิ่นรวมกันสองฉบับ คือกฎหมายการจัดเก็บรายได้ของท้องถิ่น แต่ตนเห็นว่าควรรักษาหลักการเดิมตามความเห็นของคณะกรรมการกระจายอำนาจฯที่ให้คงกฎหมายฉบับนี้ไว้ และหากมองไปข้างหน้าในความสำคัญของท้องถิ่นนั้น เทศบาลมีความสำคัญมากที่ดูแลพื้นที่การเจริญเติบโตที่ตอนนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะสภาพสังคมที่เศรษฐกิจเติบโตเร็วนั้น สังคมจะแปรสภาพมาเป็นสังคมเมือง เรื่องนี้จึงมีความท้าทายต่อผู้บริหารท้องถิ่น และการปรับปรุงท้องถิ่นนั้นต้องดำเนินการต่อเนื่อง และต้องมีกติกาให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารท้องถิ่นด้วย โดยท้องถิ่นต้องรายงานการดำเนินงานให้ประชาชนรับทราบโดยทั่วกัน เรื่องนี้มีความสำคัญเพราะท้องถิ่นจะดำเนินงานอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และรัฐบาลจะพิจารณาการแบ่งโอนภารกิจให้ท้องถิ่นที่น่าจะมีคำตแอบในสองเดือนนี้
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกฯได้ศึกษาการบริหารท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่ต้องเกิดขึ้นในอนาคตคือพรฎ.นครแม่สอด ที่เป็นท้องถิ่นพิเศษรูปแบบแรกที่จะจัดการปัญหาเศรษฐกิจชายแดน การให้อำนาจท้องถิ่นดูแลบางเรื่อง เช่นส่งเสริมการลงทุน แรงงานต่างด้าว ระบบขนส่งและศุลกากร รัฐบาลต้องการผลักดันการกระจายอำนาจและเห็นความสำคัญของท้องถิ่นโดยจะช่วยดูแลเรื่องต่าง ๆ ให้บทบาทที่ท้องถิ่นมีความสำคัญและเพิ่มพูนนั้น วันนี้ภาวะการเมืองที่มีความขัดแย้งสูงท้องถิ่นมีความสำคัญในการสนับสนุนและช่วยให้บ้านเมืองบริหารความขัดแย้งให้ผ่านพ้นไปให้ได้ ตนก็เหมือนทุกคนที่เป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้ง หากถามว่าเหนื่อยไหม หากใครไม่เหนื่อยก็ไม่ใช่นักการเมือง ตนไม่เคยคาดคั้นใครว่าต้องสนับสนุนและคิดเหมือนตน ของแบบนี้ต้องมีคนชอบและคนไม่ชอบ ความเห็นที่เหมือนและแตกต่างนั้นก็อยู่รวมกันได้ แต่ต้องปฏิบัติตามกติกาบ้านเมือง ความเห็นที่แตกต่างที่แสดงออกทางประชาธิปไตยแต่อยู่ภายใต้กฎหมายนั้นทำได้ แต่เพื่อให้ผ่านวิกฤตการเมืองที่เรื้อรังหลายปีนั้น ตนขอให้ทุกคนต้องช่วยและร่วมมือกันยกระดับสังคม ฉะนั้นหวังว่าความร่วมมือในรอบปีเศษนี้ต้องช่วยดูแลให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรักษาความปลอดภัยในการประชุมครั้งนี้ซึ่งตรงกับวันตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นไปอย่างเข้มงวดกว่าทุกครั้งที่นายกฯเดินทางมาปฏิบัติภารกิจที่เมืองทองธานี โดยวันนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจากกองบังคับการตำรวจภูธรจ.นนทบุรี 400 นาย เจ้าหน้าที่เทศบาล เทศบาลนครปากเกร็ด อพปร. จำนวน 60 นาย มารักษาความปลอดภัยพื้นที่โดยรอบ ส่วนภายในอาคารมีการติดตั้งเครื่องสแกนตรวจจับวัตถุระเบิด 2 เครื่องที่ประตูทางเข้า - ออก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น.นายอภิสิทธิ์เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อรับประทานอาหารเช้าและหารือกับคณะที่ปรึกษานายกฯด้วย ทั้งนี้มีรายงานว่าเมื่อคืนวันที่ 25 ก.พ. นายกฯตัดสินใจมอบให้พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯมาปฏิบัติหน้าที่แทน แต่พล.ต.สนั่นแจ้งนายกฯว่า ไม่ว่างทำให้นายกฯต้องเดินทางมาเอง



