ข่าว

พระราชทานโล่สดุดี..ตำรวจกล้า

พระราชทานโล่สดุดี..ตำรวจกล้า

26 ก.พ. 2553

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แก่ข้าราชการตำรวจ พระราชทานพระราชานุญาตให้ครอบครัวข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ 26 ครอบครัว และข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 95 ราย

 เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทรับพระราชทานโล่ประดับพระนามาภิไธย มวก ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร เวลา 16.00 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 โดยเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ทรงเป็นประธานในพิธียกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสจากการปฏิบัติตามหน้าที่ แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 121 ราย

 พิธียกย่องเชิดชูเกียรติฯ เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2552 ครั้งนั้นได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ  ทรงเป็นประธานในพิธี ยังความปลาบปลื้มแก่ครอบครัวข้าราชการตำรวจที่ได้เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทรับพระราชทานโล่เกียรติคุณ 131 ราย

 สำหรับปี 2553 มีครอบครัวข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ 26 ครอบครัว และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่อีก 95 ราย เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทรับพระราชทานโล่เกียรติคุณ

 ทั้งนี้ พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้นำข่าวมหามงคลไปบอกกล่าวแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย และได้สะท้อนความรู้สึกของครอบครัวผู้สูญเสียให้แก่ "คม ชัด ลึก" ได้รับรู้ความรู้สึกไปพร้อมๆ กันว่า ความสูญเสียที่เกิดกับลูกชายลูกสาวไม่มีอะไรมาทดแทนได้ ไม่ว่าจะทำอะไร ไม่ว่าจะไปที่ไหน เห็นข่าวตำรวจปฏิบัติหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเห็นข่าวตำรวจทำงานปราบปรามยาเสพติดครั้งใดก็ให้นึกถึงลูก นึกเห็นแต่หน้าลูก เป็นความผูกพันและสายสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกที่ไม่มีอะไรมาทดแทนได้ แต่เมื่อได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เข้าเฝ้าฯ ก็นับเป็นสิ่งสูงสุดแก่ครอบครัว

 "ถึงแม้ลูกจะไม่ฟื้นคืนมา แต่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณสูงสุด อย่างไม่เคยคิดว่าจะได้เข้าเฝ้าฯ ได้รับโล่พระราชทานเกียรติคุณ ที่มีตราสัญลักษณ์ มวก ประจำพระองค์ ทุกคนแค่ได้ยินก็น้ำตาไหล เป็นความปลาบปลื้มปีติอย่างล้นพ้น ที่จะระลึกถึงภาพนี้ไปตราบนานเท่านาน" พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าว

 พร้อมกันนี้ โฆษก สตช.ยังฝากคำพูดจากครอบครัวผู้สูญเสียไปยังข้าราชการตำรวจทุกคนทั่วประเทศด้วยว่า อยากให้ตำรวจทุกคนระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยการเป็นตำรวจที่ดี เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่เสียสละ ซื่อสัตย์ สุจริต ทำงานด้วยความทุ่มเท เหมือนกับลูกของพวกเขา

 รายชื่อผู้ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปี 2552 จำนวน 26 ราย ที่ครอบครัวจะได้เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานโล่เกียรติคุณ ได้แก่ พ.ต.ท.ยุทธการ เปลี่ยนโพธิ์ รอง ผกก.ปป.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี, พ.ต.ต.บุญถึง บุญจอง สว.สส.สภ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ, ร.ต.อ.กร เดชธนสถิรนันท์ รอง สว.สป.ภ.จว.กาญจนบุรี, ร.ต.อ.อาทิตย์ บุบผา สว.สส.สน.หัวหมาก, ร.ต.ท.ปฏิญญา ศรีหาเวช รอง สว.ฝอ.ภ.จว.ชัยภูมิ, ร.ต.ท.เอก สุขิโต ผบ.มว.(สบ 1) กก.ตชด.44, ร.ต.ต.สุรชัย ชัยสงคราม ผบ.มว.(สบ 1) กก.1บก.สอ.บช.ตชด., ร.ต.ต.รุ่งอรุณ กลิ่นกลั่น ผบ.มว. (สบ 1) กก.1 บก.สอ.บช.ตชด.
 
 ด.ต.วิเชียร บุญเพชรศรี ผบ.หมู่ (ป.) สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี, ด.ต.วุฒิพงษ์ กลั้งกระโทก ผบ.หมู่ สน.ดุสิต, ด.ต.ถนัด คูหามุข ผบ.หมู่ (ป.) สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส, ด.ต.วศพล คำมี ผบ.หมู่ (ป.) สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี, ด.ต.สมเด็จ มะสิโกวา ผบ.หมู่ (ป.) สภ.เมืองฉะเชิงเทรา, ด.ต.วสันต์ สุขประสิทธิ์ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี, จ.ส.ต.รังสรรค์ กาหลง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.บันนังสตา จ.ยะลา, จ.ส.ต.มนต์ชัย บุญสะอาด ผบ.หมู่ (ป.) สภ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร, ส.ต.อ.สะอาด อุดมพงษ์ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ, ส.ต.อ.พิศาล ศิริอำมาตย์ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี

 ส.ต.อ.วินัย เหมมันต์ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี, ส.ต.ท.เลิศวิลัย ส่อยไชย ผบ.หมู่ (ป.) ภ.จว.ปัตตานี, ส.ต.ท.หญิง สุภาวดี ตั้งประสมสุข ครู(ปท 1) ร้อย ตชด.442 กก.ตชด.44, ส.ต.ท.วัชระพงศ์ อำภัยฤทธิ์ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส, ส.ต.ต.ภราดร รองสกุล ผบ.หมู่ (นปพ.) สภ.ปะแต จ.ยะลา, ส.ต.ต.เกรียงไกร พานแก้ว ผบ.หมู่ (นปพ.) สภ.บันนังสตา จ.ยะลา, ส.ต.ต.ชิษณุพงศ์ หลามจันทร์ทึก ผบ.หมู่ ร้อย 4 กก.2 บก.สอ.บช.ตชด. และ ส.ต.ต.อาลาวี มาเละ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

 "สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอีก 95 ราย ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการพักรักษาตัว บางส่วนต้องสูญเสียอวัยวะสำคัญ พิการและทุพพลภาพ แต่ทั้งหมดก็ตั้งใจที่จะกลับไปปฏิบัติงานในพื้นที่อีก ถือได้ว่าเป็นผู้ที่เสียสละและอุทิศให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะที่เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง" พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าว