
การเมืองแบบเถื่อน
การเมืองแบบเถื่อน ไม่ได้หมายความถึงวิธี แนวทาง หรือนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ตามที่ได้รับการจดทะเบียนโดยคณะกรรรมการการเลือกตั้งไปแล้ว แต่การเมืองแบบเถื่อนที่ว่านี้มีวิธีการและรูปแบบต่างๆ
ผสมกันเพื่อล้มล้างฝ่ายตรงข้ามให้สำเร็จ โดยไม่คำนึงถึงกฎ กติกา ระเบียบปฏิบัติ ประเพณี หรือคุณธรรม ขอให้ได้ชัยชนะเท่านั้น มีทั้งความเถื่อน ถ่อย ใส่ร้ายป้ายสี โกหก โดยปราศจากความละอาย โดยนึกว่าประชาชนไร้ความคิด หลงเชื่อคำพูดในลักษณะของการโฆษณาชวนเชื่อ ดังนั้นเราจะเห็นรูปแบบการต่อสู้ทางการเมืองแบบเถื่อน ซึ่งน่าจะเรียกว่าเป็นการย้อนยุคสู่ความป่าเถื่อน เพราะมีทั้งการต่อสู้ในสภา การจัดกลุ่มกำลังกดดันเคลื่อนไหวนอกสภา การตั้งหน่วยกำลังพร้อมใช้ความรุนแรงและอาวุธ เพื่อสร้างความปั่นป่วนขึ้นในบ้านเมือง ทั้งการใช้ถ้อยคำข่มขู่คุกคาม ถึงขั้นประกาศว่าจะก่ออาชญากรรม เช่นการชี้ชวนให้ประชาชนเตรียมขวดเปล่าไปซื้อ น้ำมันเชื้อเพลิงเอาไว้เผาบ้าน เผาเมือง หรือการใช้มวลชนปิดกั้นประตูค่ายทหารเพื่อไม่ให้ออกมาปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนซึ่งบ้าคลั่งก่อการจลาจล
ลักษณะของการเมืองเถื่อนแบบนี้ถูกนำมาใช้เพื่อการต่อสู้ในการทวงทรัพย์สินและเลี่ยงโทษจำคุก รวมทั้งคดีอาญาอื่นๆ โดย พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว เนื่องจากเป็นผู้มีทรัพย์สินเงินทองมหาศาล รวมทั้งเครือข่ายกว้างขวาง สามารถใช้เงินหว่านซื้อ ว่าจ้างให้ผู้ต้องการเงินทำงานให้โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง หรือปฏิบัติให้เห็นว่าบ้านเมืองยังมีขื่อมีแป นอกจากนั้น การเมืองเถื่อนยังมีการประกาศว่าจะล้มล้างรัฐบาลอย่างเปิดเผย พร้อมตั้งรัฐใหม่ ประกาศตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ประกาศตั้งนายกรัฐมนตรีเงา ซึ่งสร้างบรรยากาศน่าสะพรึงกลัว ผสมกับความน่าขบขัน เพียงแต่ประชาชนไม่ได้รู้สึกว่าสนุกกับมหกรรมเช่นที่ว่านี้ แต่กลับสมเพชเวทนาต่อชะตากรรมของบ้านเมือง ซึ่งมีนักการเมืองซึ่งล้วนเป็นกลุ่มจ้องหาผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงความมั่นคงและความอยู่รอดของชาติ และความสงบสุขของประชาชน
รูปแบบของการเมืองแบบเถื่อนและถ่อยนั้นเห็นได้ว่ามีการปฏิบัติโดยทั่วไป แถลงข่าวให้ได้รับรู้ ปรับเปลี่ยน บิดเบือน ลดค่านิยมให้ตกต่ำ ทำให้การพัฒนาการเมืองแบบระบอบประชาธิปไตยเป็นไปได้ยาก เพราะการไม่คำนึงถึงกติกา การไม่เคารพกฎหมาย และท้าทายอำนาจรัฐ ปราศจากศีลธรรม จิตสำนึกของความถูกต้องดีงามประชาชนต้องใช้สติยั้งคิด ไม่หลงตกเป็นเหยื่อของกระแสของวิธีของการเมืองเถื่อน การชุมนุมโดยปราศจากเหตุผล และการพร้อมจะใช้ความรุนแรง ซึ่งรูปแบบที่ว่านี้อาจทำให้ประชาชนต้องปกป้องตัวเอง ด้านผลประโยชน์ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หากการเมืองเถื่อนนำไปสู่การใช้ความรุนแรงเพื่อการเอาชนะ ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการล่มจมของระบบกลไกกฎหมาย จนกลายเป็นสังคมวิปริตเพียงเพื่อการดิ้นรนของกลุ่มผู้ต้องการเงินของอาชญากรการเมืองผู้มั่งคั่งคนเดียวเท่านั้นน็น็น



