ข่าว

เสียงสะท้อนจากชาวบ้านรอบ"สุวรรณภูมิ" (ตอนที่ 5)

เสียงสะท้อนจากชาวบ้านรอบ"สุวรรณภูมิ" (ตอนที่ 5)

12 มี.ค. 2552

เสียงสะท้อนจากชาวบ้านรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ถึงผลกระทบที่ได้รับจากการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง ทีมงานคุณภาพชีวิต สำรวจชุมชนที่อยู่รายรอบสนามบินสุวรรณภูมิและได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง นั่นคือหมู่บ้านร่มสุขวิลเลจ 4 ถนนร่มเกล้า

      นายประจบ ม่วงอินทร์ สมาชิกหมู่บ้านร่มสุขวิลเลจ 4 ผู้ได้รับผลกระทบจากสนามบินสุวรรณภูมิ เปิดเผยต่อทีมงานคุณภาพชีวิตว่า หมู่บ้านนี้อยู่ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 5 กม. อยู่ในแนวเส้นเสียงเอ็นอีเอฟ มากกว่า 40 และเป็นแนวที่เครื่องบินบินผ่านหมู่บ้านก่อนขึ้น-ลงสนามบิน ซึ่งชุมชนที่อยู่ในเส้นเสียงเอ็นอีเอฟ มากกว่า 40 ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ และเงื่อนไขคือ ทอท.ต้องรับซื้อคืนเท่านั้น
      "ก่อนหน้าที่จะมีการสร้างสนามบิน กติกาสากลคือต้องไม่มีชุมชนอยู่รอบสนามบินหากมีต้องมีการโยกย้ายออกไปก่อนที่สนามบินจะเปิดทำการบิน 5 เดือน แต่ ทอท.ไม่ทำ ซึ่ง ทอท.เองก็ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาด แต่เมื่อปัญหาเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องใช้ความจริงใจในการแก้ปัญหา แต่ที่ผ่านมา ทอท.ไม่เคยทำอะไรที่เป็นการเยียวยาชาวบ้านอย่างเป็นรูปธรรม ดีแต่พูดและก็รับปากให้ผ่านไปวันๆ ทุกวันนี้ชาวบ้านยังไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือบรรเทาผลกระทบจากสนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งๆ ที่เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง
      ผลกระทบจากเสียงที่สูงกว่า 40 เอ็นอีเอฟ ทำให้ชาวบ้านเครียด เกิดอาการหูตึง มีเขม่า ฝุ่นละออง และคราบน้ำมันปนเปื้อนในแหล่งน้ำ เป็นโรคภูมิแพ้และโรคทางเดินหายใจ มีอาการเครียด ตกใจเสียงเครื่องบิน และมีผู้เสียชีวิตจากอาการช็อกเพราะตกใจเสียงเครื่องบิน 1 ราย ก่อนตายชายคนนี้บอกว่า รู้สึกไม่สบาย และมีอาการแน่นหน้าอกทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเครื่องบินที่มีเสียงดังมาก 
       หลังจากชาวบ้านรวมตัวเรียกร้องให้ ทอท.เข้ามาดูแลชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ โดยให้ ทอท.ซื้อคืน มีการเจรจากันหลายครั้ง มีการเข้ามาประเมินราคาถึง 3 รอบ แต่ตกลงราคากันไม่ได้เนื่องจาก ทอท. ให้บริษัทที่ปรึกษาเข้ามาประเมินราคาต่ำเกินไป ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถรับได้ ทอท.ทำได้เพียงรับเรื่อง และก็ปล่อยให้เงียบหายไป ไม่ดำเนินการอะไร สอบถามไปก็บอกว่าต้องผ่านมติบอร์ด และต้องนำเข้า ครม.เพื่อขออนุมัติงบประมาณ จึงจะดำเนินการจ่ายค่าชดเชยได้ สุดท้าย ทอท. รับปากว่าจะนำเรื่องเข้า ครม.วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ก็รอฟังข่าวกัน แต่แล้วก็เงียบเหมือนเดิม
        ตอนนี้ชาวบ้านเรียกว่าแทบจะไม่เหลือความหวังเลย ประชุมไม่รู้กี่สิบรอบ ได้แต่พูดกันไปพูดกันมา สุดท้ายก็เงียบหายเหมือนสายลม หลายคนทนไม่ไหวก็ย้ายออกไป ก็ย้ายออกไปหลายบ้านจนเกือบจะเป็นหมู่บ้านร้างแล้ว บางบ้านติดป้ายขายมีคนมาดูถึงขั้นวางเงินประกัน แต่พอเจอเสียงเครื่องบินก็ปฏิเสธไม่ซื้อ ยอมให้ยึดเงินประกันเลยก็มี" นายประจบกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด