
สุทธิชัย หยุ่น-วันชัยชนะของความยุติธรรม
หนึ่งวันก่อนวันพิพากษาไม่ว่าใครจะแสดงความคิดเห็นปล่อยข่าวหรือคาดการณ์อย่างไร วันที่ 26 กุมภาพันธ์คือวันที่ความยุติธรรมจะเกิดขึ้น
ไม่ว่าองค์คณะผู้พิพากษา 9 ท่านจะตัดสินอย่างไร ประชาชนคนไทยก็จะเคารพยอมรับความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรม เพราะนั่นคือหลักการใหญ่ของความอยู่รอดของสังคม ปราศจากซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของระบบยุติธรรม สังคมย่อมอยู่ไม่ได้
ฉะนั้น ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ตามที่กำลังพยายามกดดันกระบวนการยุติธรรม ฝ่ายนั้นย่อมต้องการคำตัดสินออกมาเพื่อเอื้อต่อความรู้สึกผลประโยชน์ของตนเอง ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง
ฉะนั้นวันที่ 26 กุมภาพันธ์จึงเป็นวันแห่งความยุติธรรม ไม่ใช่วันโลกาวินาศหรือวันมิคสัญญี อย่างที่มีการปลุกมีการปั่นกระแสให้ประชาชนคนไทยทั่วไปมีความหวาดกลัวกัน
คนไทยทั้งประเทศจะต้องเฝ้าติดตามคำพิพากษาวันที่ 26 ด้วยความสงบนิ่ง ด้วยความคิดรอบคอบรอบด้าน ด้วยการมองว่าอะไรถูกอะไรผิด พฤติกรรมเช่นใดควรจะทำ พฤติกรรมเช่นใดไม่ควรจะทำ ในฐานะเป็นนักการเมืองที่อาสาเข้ามารับใช้ประชาชน
ประชาชนคนไทยไม่ควรจะติดตามข่าวสารวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ว่า ใครผิด ใครถูก แต่ต้องตัดสินด้วยว่า อะไรผิดอะไรถูก พฤติกรรมเช่นใดถูก พฤติกรรมเช่นใดผิด
เพราะการมุ่งดูแต่ตัวบุคคลหรือคิดว่าชะตากรรมของคนเพียงคนเดียว หรือครอบครัวเดียวมีผลสร้างความสนั่นหวั่นไหวให้แก่สังคมถึงขนาดนี้ ย่อมแปลว่าสังคมไทยไม่มีเสถียรภาพไม่มีความมั่นคงเพียงพอ ประเทศไทยโตพอที่จะรับคำพิพากษาไม่ว่าจะออกมาในรูปใดก็ตาม
ตราบเท่าที่คำพิพากษานั้นสะท้อนถึงความยุติธรรม ได้ฟังความทุกฝ่ายและตีความตามตัวบทกฎหมายและหลักการที่สำคัญที่สุดก็คือการประสาทความยุติธรรม อย่างที่เป็นสัจธรรมในแวดวงกระบวนการยุติธรรมทั่วโลกมาตลอดนั่นคือ "ความยุติธรรมต้องเกิดขึ้น ไม่ฟ้าจะถล่มดินจะทลาย หรือใครจะสร้างกระแสให้เกิดความวุ่นวายปั่นป่วนอย่างไรก็ตาม
ท้ายที่สุดประชาชนต้องการความยุติธรรมที่หนักแน่น เชื่อถือได้และเป็นเสาหลักของการอยู่ร่วมกันของสังคมไทย



