
ขู่เสื้อแดงทำผิดกม.-ละเมิดศาลจับทันที
นครบาล เตือน ผู้ชุมนุมอย่าทำผิดกฎหมาย-ละเมิดศาล"ผบก.น.1"สั่งจับกุมดำเนินคดีทุกราย ไม่ละเว้นขณะที่" ผบช.น." ตรวจความพร้อมปล่อยแถวกำลัง ตำรวจ คุมเข้มความปลอดภัย ศาลฎีกาและพื้นที่โดยรอบแต่เช้าตรู่
(25ก.พ.) พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ( ผบก.น.1 )มีคำสั่งกำชับมายังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกองกำกับการสืบสวนนครบาล 1 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนทุกท้องที่ในพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ที่รับผิดชอบการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน กรณีที่จะมีผู้ชุมนุมเพื่อรับฟังคำพิพากษาศาลฏีกา ตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร วันพรุ่งนี้ (26 ก.พ.) ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบศาลและกระทำความผิดกฎหมายลักษณะต่างๆไม่ว่า จะเป็นการตะโกนโห่ร้อง ขว้างปาสิ่งของ หรือละเมิดพื้นที่ที่เป็นเขตหวงห้าม ให้ทำการจับกุมดำเนินคดีทุกรายไป พร้อมกำชับให้ตรวจสอบการทำงานและความพร้อมของกล้องวงจรปิดทุกตัวที่อยู่ในศาลและโดยรอบบริเวณศาลฎีกาและที่มีการติดตั้งเพิ่มเติมในจุดต่างๆ ว่า สามารถใช้งานได้หรือไม่ และกำชับสั่งการไปยังตำรวจฝ่ายสืบสวนทั้งในและนอกเครื่องแบบที่สืบสวนหาข่าวและปะปนกับผู้ชุมนุมจับตาผู้ยั่วยุสั่งการและให้ทำการบันทึกภาพนิ่งไว้เป็นหลักฐานให้ชัดเจน
พร้อมให้ประชาสัมพันธ์ชี้แจงแจ้งเตือนไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมว่า อย่าได้ทำอะไรผิดกฎหมายเป็นอันขาด ไม่ว่าจะเป็นการขว้างปาสิ่งของ การ ก่อเหตุความรุนแรง จะมีภาพหลักฐานปรากฏอย่างชัดเจน และหากอยู่ในพื้นที่ศาลและบริเวณที่กำหนดไว้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนำตัวส่งศาลได้ทันที ซึ่งมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล มีอัตราโทษจำคุก 6 เดือนโดยไม่มีการละเว้นใดๆ
พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า การดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยศาลฎีกาและพื้นที่โดยรอบในวันพิพากษาพรุ่งนี้(26ก.พ.)นั้น ได้จัดเตรียมกำลังตำรวจปราบจลาจลไว้ 3 กองร้อย 450 นาย เข้าปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ช่วงเช้า โดย พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.เดินทางไปตรวจความพร้อมการปฏิบัติและปล่อยแถวเวลา 06.00 น. หากกำลังที่มีอยู่ไม่เพียงพอหรือมีเหตุการณ์ฉุกเฉินสามารถเรียกกำลังเสริมเข้ามาได้ภายใน 30 นาที มีเตรียมพร้อมไว้ 2 กองร้อย แต่หากไม่เพียงพอ ก็สามารถเรียกกำลังเสริมได้ภายในเวลา 1 ชม.ครึ่ง จำนวน 10 กองร้อย 1,500 นาย และมีกำลังตำรวจหญิงชุดปราบจลาจลอีก 16 กองร้อย 1900 นาย
นอกจากนี้ยังมีกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบประจำในศาลและบริเวณรอบศาลโดยรอบอีกจำนวนหนึ่ง พร้อมชุดสืบสวนเฝ้าระวังในจุดพื้นที่สูง พื้นที่จุดยิงวิถีโค้ง และวิถีตรง ซึ่งมีหลายจุดด้วยกันในรอบบริเวณนั้น ซึ่งทุกจุดมีการวางกำลังไว้หมดเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นทุกอย่างอยู่ในแผนรักษาความปลอดภัยของตำรวจนครบาลแล้ว เชื่อว่ากำลังที่มีอยู่จะสามารถดูแลความสงบเรียบร้อยไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงได้
"ก่อนถึงวันพิพากษาตัดสินคดี เรามีการจัดกำลังตำรวจทำหน้าที่ใน 3 ส่วน คือ ก่อนวันพิพากษา วันอ่านคำพิพากษา และ หลังจากตัดสินคดีเรียบร้อยแล้ว เกรงว่าหลังตัดสินแล้วจะมีบางกลุ่มหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแสดงความไม่พอใจสร้างสถานการณ์ จึงต้องมีการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกไว้ส่วนหนึ่ง นอกเหลือจากที่กล่าวมาข้างต้น โดยมีการสนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารด้วย ส่วนในวันตัดสินคดียึดทรัพย์นั้น อยากประชาชนสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนว่า หากไม่จำเป็นก็ให้ฟังรายงานข่าวอยู่ทางบ้านดีกว่า เพราะคาดว่าจะมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก ขณะที่ห้องพิจารณาคดีนั้น สามารถรองรับได้แค่ 200 ที่นั่งเท่านั้น และจะมีเจ้าหน้าที่คอยคัดกรองบุคคลก่อนเข้าไปฟังการพิจารณาได้ โดยผู้เข้าฟังต้องมีบัตรประชาชน นับเป็นมาตรการดูแลความปลอดภัยวิธีการหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีจัดเตรียมพนักงานสอบสวนจำนวน 20 นาย คอยรับเรื่องแจ้งความบริเวณศาลด้วยหากมีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นหรือพบสิ่งพิรุธต้องสงสัยสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา" ผบก.น.1 กล่าวในที่สุด



