ข่าว

พท.จี้'มาร์ค'เอาผิดซื้อ-เก้าอี้ในมท.

พท.จี้'มาร์ค'เอาผิดซื้อ-เก้าอี้ในมท.

25 ก.พ. 2553

“สุรพงษ์” จี้“นายกฯ”เอาผิดซื้อ-เก้าอี้ในมท. พร้อมท้าหากมีคนผิดจริงกล้าฟันทิ้งหรือไม่

(25ก.พ.) ที่อาคารรัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประ ชุม ที่ประชุมได้พิจารณากระทู้ถามสด เรื่อง การซื้อ - ขาย โยกย้ายตำแหน่งของข้าราชการ ถามนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถามโดยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย โดยนายสุรพงษ์ กล่าวว่า เวทีสัมมนาของวุฒิสภามีการเปิดเผยข้อมูลที่น่าอับอาย โดยมีการเปิดเผยถึงการซื้อตำแหน่งในกระทรวงมหาดไทยเป็นมูลค่ากว่า 3 - 4 ร้อยล้านบาท การโยกย้ายโอนถ่ายเงินงบประมาณโดยไปตัดงบประมาณในบางจังหวัด ไปไว้ในจังหวัดหนึ่งที่ขึ้นต้นด้วยตัว “บ” นอกจากนี้ยังมีเรื่องบัดสีบัดเถลิงคือการเรียกข้าราชการหญิงของกระทรวงมหาดไทยไปกอดปล้ำในที่ทำงาน ข่าวที่ออกมาทั้งหมดทำให้กระทรวงมหาดไทยสูญเสียชื่อเสียง

 นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ผู้ที่ติดตามข่าวและอยู่ในกระทรวงมหาดไทยทนพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้จึงส่งข้อมูลมาให้พรรคเพื่อไทย เรื่องนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เข้ามาตรวจสอบและได้ข้อมูลมากมาย เริ่มจากเรื่องการทุจริตในการสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอโดยการสอบครั้งล่าสุด ปรากฏว่ามีผู้สอบได้ที่เป็นข้าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ถึง 17 คน เรื่องอื้อฉาวซื้อขายตำแหน่งสอบเข้าเป็นนักเรียนนายอำเภอ ได้มีการกำหนดราคาระหว่าง 8 แสนบาทถึง 1 ล้านบาท จนผู้สอบรับกันไม่ไหวต้องไปร้องเรียน ป.ป.ช. เมื่อป.ป.ช.เข้าไปตรวจสอบพบว่ามีข้อสอบที่ตรวจและและยังไม่ได้ตรวจแต่มีการประกาศผลสอบไปแล้ว

 “ ป.ป.ช.ตรวจข้อสอบพบมีคำตอบที่ตอบเป็นข้อความเหมือนกัน จึงมีข้อสังเกตว่าการตอบข้อสอบอัตนัยที่ต่างคนต่างเตรียมตัวมาเหตุใด จึงเขียนข้อสอบออกมาเหมือนกัน ต่อมาป.ป.ช.ได้ให้ผู้สอบลองเขียนข้อความที่ตอบเหมือนกันและพบว่า พวกของใครที่สอบผ่าน ” นายสุรพงษ์ กล่ว

 นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการโยกย้ายข้าราชการมีการโยกย้ายที่ไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม ขัดต่อระเบียบกฎหมายมีด้วยกัน 4 ตัวอย่าง มีการแต่งตั้งจากรองอธิการบดีวิทยาลัยการปกครอง เป็นผู้อำนวยการสอน แล้วโอนไปเป็นผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง จากนั้นโอนไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ของสำนักงานปลัดกระทรวงภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน แต่งตั้งนายอำเภอดอยสะเกด ระดับ 8 ไปเป็นนายอำเภอท่ามะกา ระดับ 9 แล้วโอนไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ภายใน 2 สัปดาห์ แต่งตั้งหัวหน้าสำนักงานประสานนโยบายศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ระดับ 9 โดยตั้งจากนายอำเภอระดับ 9 และการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอระดับ 9 ไม่เป็นธรรม โดยมีการแต่งตั้งผู้มีอาวุโสน้อยเป็นนายอำเภอระดับ 8 เพียง 1 - 2 ปี ให้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอระดับ 9 ที่อาวุโสกว่านับสิบปี โดยมีนายอำเภอระดับ 9 ว่าอยู่ 46 ตำแหน่ง มีผู้สมัครเข้ารับการสรรหาทั้งหมด 431 คน ทั้งนี้มีผู้มีสิทธิที่ได้รับการแต่งตั้งต้องสรรหาจากผู้ดำรงตำแหน่งที่มีจำนวน 3 เท่าของจำนวนที่จะแต่งตั้งคือไม่เกินลำดับที่ 138 โดยผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งลำดับสุดท้ายเป็นนักเรียนนายอำเภอรุ่นที่ 51 ขณะที่นักเรียนรุ่นที่ 37 มีคนที่ไม่ได้เป็นนายอำเภอระดับ 9 อีก 16 คน จะเห็นว่ามีการแต่งตั้งข้ามหัวกัน

 นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า หลังจากมีข่าวเกิดขึ้นได้มีขบวนการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย กรณีหมิ่นประมาท โดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ฟ้องนายจาดุร อภิชาตบุตร ตนอยากรู้ว่าข้าราชการกระทรวงมหาดไทยจะปล่อยให้มีพฤติกรรมเช่นนี้ต่อไปหรือไม่ และอยากถามว่ารัฐมนตรีว่าการรกระทรวงมหาดไทยรู้พฤติกรรมหรือไม่ เมื่อหัวหน้าคณะทำงานของรัฐมนตรีถูกกล่าวหาเช่นนี้จะรู้สึกอย่างไร นายกรัฐมนตรีจะแสดงความรับผิดชอบ และปกป้องข้าราชการดีๆ ที่สุจริต อย่างไร โดยถ้ามีพยานหลักฐานชัดเจนว่า รมว.มหาดไทยและคณะที่ปรึกษามีพฤติกรรมเช่นนี้ท่านจะกล้าขับจากตำแหน่งหรือไม่

 นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า รมว.มหาดไทยไม่เคยแม้แต่คิดที่จะทำการการตามที่มีการกล่าวหา สำหรับการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นตำแหน่งสำคัญ การแต่งตั้งครั้งนี้มีตำแหน่งว่า 22 ตำแหน่งทั่วประเทศ ขณะที่มีผู้มีสิทธิได้ตำแหน่งอยู่จำนวนหนึ่ง การแต่งตั้งได้ยึดระเบียบวิธีปฏิบัติ โดยผู้ว่าราชการฯ ต้องเป็นรองผู้ว่าฯ อย่างน้อย 3 ปี กระบวนการคัดเลือกต้องมีกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติ วิสัยทัศน์ พิจารณาความรู้ความสามารถและการทำงาน การคัดสรรเป็นไปตามระเบียบทุกประการ การกล่าวหาว่าผู้จะเป็นผู้ว่าต้องหาเงิน 20 - 30 ล้านบาทมาจ่ายเป็นการกล่าวหา เห็นได้จากผู้ได้รับตำแหน่งผู้ว่าฯ 2 คน ไม่ได้นิ่งนอนใจ และออกมาแถลงข่าวชี้แจงว่าไม่มีการซื้อตำแหน่ง

 นายบุญจง กล่าวต่ออีกว่า ส่วนประเด็นการแต่งตั้งนายอำเภอมีวิธีการคัดเลือกและระเบียบกฎหมายรองรับ ไม่มีทางที่คนเพิ่งจบโรงเรียนนายอำเภอรุ่นสุดท้ายจะได้เป็นนายอำเภอระดับ 9 การแต่งตั้งต้องทำตามลำดับรุ่นไม่มีทางข้ามรุ่นได้ ส่วนที่บางคนอาวุโสมาก แต่ไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นระดับ 9 ต้องเรียนว่าหลักเกณฑ์การแต่งตั้งมีระเบียบรองรับ โดยมีเกณฑ์พิจารณาให้ดูถึงศักยภาพและคุณสมบัติความเป็นผู้นำ การมีวิสัยทัศน์ผู้นำมาเป็นองค์ประกอบพิจารณา โดยระเบียบให้ยึดเรื่องศักยภาพเป็นหลักก่อนจะคำนึงถึงอาวุโส ส่วนการสอบโรงเรียนนายอำเภอที่กล่าวถึงอยู่ระหว่างการสอบสวนของป.ป.ช. กระทรวงได้แต่งตั้งคณะกรรมการโดยมีนายศักดิ์ เตชาชาญ ข้าราชการเกษียณอายุเป็นประธานกรรมการ มีรองปลัดกระทรวงและตัวแทนอัยการสูงสุดทำหน้าที่ตรวจสอบ สำหรับข้อกล่าวหาประธานคณะทำงานรมว.มหาดไทยเมื่อมีข้อกล่าวหา ประธานคณะทำงานฯ ต้องใช้สิทธิทางกฎหมายในการฟ้องร้องใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นที่พึ่ง

 นายสุรพงษ์ ถามต่อว่า ตอนนี้ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ถ้าให้ดีต้องจบ“เน” และถ้าให้ดีต้องจบมหาวิทยาลัย “สยาม” คำกล่าวล้อเล่นนี้ เป็นต้นตอของการคอรัปชั่น ลุกลามไปถึงการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ที่เป็นต้นตอของการเกิดการทุจริต และการเรียกร้องผลประโยชน์ วันนี้การแต่งตั้งผู้ว่าฯ หลายจังหวัดมีการเรียกค่าคอมมิชชั่นในโครงการต่างๆ ทั้งโครงการไทยเข้มแข็ง ,งบผู้ว่าซีอีโอ ,งบก่อสร้างที่ผ่านอำเภอจังหวัด ,โควตาสลากกินแบ่งที่ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ตนจึงอยากถามว่า นายกรัฐมนตรีเอาผิดกับนักการเมืองและตำรวจที่เข้าไปยุ่งกับการโยกย้ายอย่างไร และจะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด

 ต่อมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีปัญหาการโยกย้าย ซื้อขายตำแหน่ง และการกระทำที่ไม่เป็นธรรมตนได้รับการร้องเรียนเข้ามา โดยหากพบว่ามีพฤติกรรมชัดเจนจะมีการดำเนินการต่อ สำหรับกรณีการโยกย้ายตำรวจได้สั่งการให้ทำการตรวจสอบในระดับภาคโดยให้รายงานกลับมายังสำนักงานตำรวจแหงชาติ (สตช.) โดยหากพบว่ามีการกระทำผิด หรือเกี่ยวข้องกับบุคคลระดับสูงได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว โดยคณะกรรมการจะดูแลตรวจสอบกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ภาค 2 ภาค 3 ภาค 4 และภาค 6 โดยมีรายงานเบื้องต้นแล้วว่าในภาค 2 ว่า ไม่มีนักการเมืองเกี่ยวข้อง แต่มีข้อเสนอให้ปรับปรุงแก้ไขคำสั่งและตั้งคณะกรรมการสอบเรียกรับผลประโยชน์ โดยวันนี้จะหารือกับรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่าจะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากสตช.เองก็ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นมาอีกชุด

 นายกฯ กล่าวต่อว่า ขอย้ำว่าไม่ว่าเรื่องใดรัฐบาลไม่ได้ปล่อยผ่านไป ที่พาดพิงเรื่องอื่นได้มีการดำเนินการตรวจสอบทุกเรื่องที่เป็นปัญหา โดยรัฐบาลจะดำเนินการตามบทสรุปที่คณะกรรมการ ซึ่งดำเนินการตรวจสอบโดยอิสระได้รายงานมา ทั้งนี้ไมว่าจะเป็นหน่วยงานใดก็จะดำเนินการไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากถามกระทู้จนเกินเวลานายสุรพงษ์ยังพยายามอภิปรายต่อโดยกล่าวว่า ที่บอกว่าได้ส่งผลสอบไปให้ป.ป.ช.ตรวจสอบตนมองว่ามีหลายเรื่องที่ป.ป.ช.ดองเรื่องไว้ รวมถึงกรณีวอลเปเปอร์ของนายกรัฐมนตรีที่เซ็นชื่อหลังนามบัตร วันนี้ยังมีข่าวทั้งสตช.และกระทรวงมหาดไทยมีปัญหาการโยกย้ายแต่งตั้งถือว่าเป็นปัญหามาก ทั้งสองหน่วยงานมีข้าราชการทั่วประเทศ ความเสื่อมเสียนี้ได้สร้างความอัปยศให้เกิดขึ้นในสังคม