
กระทู้ฟอก"แม้ว"ทำนายกฯชงคตน.สอบฆ่าตัดตอน
เฉลิมหวังฟอกทักษิณไร้มลทินฆ่าตัดตอน2,500 ศพเข้าทางนายกฯปัดฝุ่นคตน.สอบคดีต่อ หวังชงเรื่องส่ง"ทักษิณ"ขึ้นศาลระ หว่างประเทศ
(25ก.พ.) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยได้ตั้งกระทู้ถามสดถามนายกฯเรื่อง การฆ่าตัดตอนคดีค้ายาเสพติด การตั้งกองกำลังติดอาวุธภายในประเทศและการลักลอบขนเงินตราเข้ามาในราชอาณาจักรว่า ที่มีการกล่าวหาว่ารัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯฆ่าตัดตอนคดียาเสพติดไป 2,500 ศพ ในระยะเวลาผ่านมา 1 ปีเศษของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีการตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ และคดีนี้ไปถึงไหน ต้องยอมรับว่ารัฐบาลภายใต้การนำของพ.ต.ท.ทักษิณประสบผลสำเร็จในการจัดการกับยาเสพติดเขาทำเสร็จ จึงอยากถามว่า นับตั้งแต่นายกฯดำรงตำแหน่ง 1 ปีเศษมีใครขัดขวางห้ามท่านไม่ให้ดำเนินคดีเอาผิดพ.ต.ท.ทักษิณที่กรณีหลายคนกล่าวหาที่ว่าได้มีการฆ่าตัดตอน 2,500 ศพ รัฐบาลชุดนี้ได้ดำเนินการตรวจสอบมีความคืบหน้าไปถึงไหนมีการดำเนินการผู้ทำผิดหรือไม่ และผลการดำเนินคดีเป็นอย่างไร ตอนนี้นายกฯทำเรื่องนี้ไปถึงไหนแล้ว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ชี้แจงว่า เรื่องการดำเนินนโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญและจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ดูได้จากการดำเนินคดียาเสพติด และดำเนินการผู้ค้ารายใหญ่ โดยเราดำเนินการภายใต้หลักสิทธิมนุษยชน และไม่มีการฆ่าตัดตอน หากดูตัวเลขความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จไม่แตกต่าง แต่ในปี 2552 มีการจับผู้ค้ารายใหญ่ได้มาก แต่ผลการดำเนินการก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก อย่างไรก็ตามกระทรวงยุติธรรมก็ดำเนินการตรวจสอบเรื่องการฆ่าตัดตอน นอกจากนี้ในสมัยรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกฯก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ ศึกษา และวิเคราะห์ การกำหนดนโยบายปราบปรามยาเพสติดให้โทษและนำนโยบายไปปฏิบัติจนเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง และทรัพย์สินประชาชน(คตน.) เรื่องการฆ่าตัดตอน
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า กระทรวงยุติธรรมได้ติดตามเรื่องการฆ่าตัดตอนมาตลอด และได้ติดตามสืบสวยสอบสวนมีความคืบหน้า 8-9 คดี เช่น การฆ่าโดยลักษณะแขวนคอ นายเกียรติศักดิ์ ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งได้มีการอ้างว่าเป็นเรื่องยาเสพติด ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้อง 8 นาย ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินคดีศาล ส่วนคดีที่ 2 สามีภรรยาถูกฆ่าตายพร้อมถูกกล่าวหาว่ามีการค้ายาเสพติด จากการสอบสวนพบว่ามีการนำยาเสพติดไปใส่ในรถผู้ตาย คดีนี้อยู่ในป.ป.ช. ส่วนคดีนายสุรศักดิ์ ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติดและถูกฆาตกรรม จากการตรวจสอบพบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินคดี ส่วนคดีที่เหลืออยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน
ร.ต.อ.เฉลิมถามต่อว่า การฆาตกรรมโดยไม่ผ่านกระบวนการได้ดำเนินการไปถึงไหน การจะเล่นงานพ.ต.ท.ทักษิณ นายกฯต้องเอาเรื่องนี้มาสอบและเอาตัวพ.ต.ท.ทักษิณมาสอบให้ขึ้นศาลระหว่างประเทศแล้วรัฐบาลต้องบอกด้วยว่าถ้าตรวจสอบแล้วพบว่า 2,500 ศพไม่เกี่ยวกับยาเสพติดจะทำอย่างไร มากล่าวหารัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณแล้วรัฐบาลนี้ทำอะไรไปบ้าง นายกฯต้องเอาพ.ต.ท.ทักษิณเข้าคุกให้ได้ ไม่งั้นนายกฯก็ต้องขอโทษพ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ก็หุบปากเรื่องนี้
นายกฯกล่าวว่า รมว.ยุติธรรม ยืนยันให้เห็นว่ามีการฆ่าตัดตอนจริงๆในช่วงนั้น และรายงานคตน.ก็มีรายงานชัดเจน และตนก็อยากพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ แต่ตนเกรงว่าหยิบมาแล้วจะกลายเป็นการกลั่นแกล้ง แต่เมื่อร.ต.อ.เฉลิมหยิบเรื่องนี้มาพูดก็ดีแล้ว ตนจะได้ต่ออายุคตน. หลังจากที่รัฐบาลของท่านไม่ต่ออายุให้แล้วจะได้นำเรื่องนี้เข้าสู่ศาลระหว่างประเทศ
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า รัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีการฆ่าตัดตอนในสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ แต่เรื่องนี้รัฐบาลต้องทำให้ชัด ไม่ใช่มัวแต่ไล่ล่าพ.ต.ท.ทักษิณแต่เรื่องเมียเขาซื้อที่ดิน นอกจากนี้ที่นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ ที่บอกว่ามีการฝึกอาวุธในหลายจังหวัด และมีการส่งท่อน้ำเลี้ยงเข้ามายังกลุ่มเสื้อแดง โดยผ่านทางธนาคาร ซึ่งหากรัฐบาลพบหลักฐานก็ต้องดำเนินคดีทันที เพราะการพูดแบบนี้ทำให้เศรษฐกิจประเทศเสียหาย เพราะรัฐบาลออกมาปูดข่าวเอง ดังนั้นรัฐบาลต้องตรวจสอบว่าให้ข่าวแบบนี้ได้อย่างไร และควรไล่นายปณิธานออกเพราะทำให้นายกฯและรองนายกฯเสื่อมเสีย
นายกฯชี้แจงว่า ที่บอกว่าคตน.สรุปตามที่ท่านบอกนั้นไม่จริง และตนยืนยันว่าจะตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบแน่นอนเพื่อสาวไปถึงต้นเรื่อง ส่วนที่นายปณิธานบอกนั้น มีเหตุผลข้อมูลและไม่เคยบิดเบือน และนายปณิธานไม่เคยมีประวัติกุข่าว
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ชี้แจงว่า เรื่องกองกำลังติดอาวุธคนที่พูดคนแรกคือพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ที่บอกจะตั้งกองทัพประชาชนหลังจากกลับมาจากดูไบ แล้วสื่อก็มาถามตน ตนก็บอกว่าตั้งเมื่อไหร่จับแน่ เราจะไม่ยอมให้ตั้งกองทัพเถื่อนมาข่มขู่ประชาชน ส่วนที่นายปณิธานพูดก็พูดตามข่าวกรอง เพราะพล.ต.ขัตติยะ เคยฝึกกองทัพดำ และนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำกลุ่มคนรักอุดร ก็บอกเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมาว่าพล.ต.ขัตติยะได้ส่งกองทัพดำซึ่งเป็นทหารพรานมาดูแลกลุ่มคนรักอุดร ส่วนเงินที่โอนมาจากต่างประเทศตนมีข้อมูลแต่พูดในที่ประชุมสภาฯไม่ได้ เพราะเกี่ยวกับความมั่นคง และเมื่อผู้สื่อข่าวไปถามนายปณิธานก็บอกว่ากำลังตรวจสอบอยู่



