
กรุ่นกลิ่นอายแห่งยุคสมัย "รัตนโกสินทร์"
และแล้วโสตประสาทของความอยากรู้อยากเห็นก็ถูกสะกิดให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง เมื่อรู้มาว่าย่านถนนราชดำเนินกลาง มีแหล่งการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ที่รวบรวมประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมแห่งยุครัตนโกสินทร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทยเอาไว้ ภายใต้ชื่อ "นิทรรศน์รัตนโกสิ
นิทรรศน์รัตนโกสินทร์แห่งนี้ ถูกแปรสภาพจากห้องแถว 3 ชั้นที่หมดสัญญาเช่าบนพื้นที่ของ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้อันทรงคุณค่า จากการปรับปรุงอาคารแรกซึ่งอยู่ใกล้กับลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ที่เป็นเสมือนจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่เขตพระราชธานีในอดีต นี่เองจึงทำให้ ประตูสู่กรุงรัตนโกสินทร์ ถูกเปิดออก แต่ด้วยกาลเวลาที่ผันแปรยุคสมัยแห่งรัตนโกสินทร์จึงถูกแปรเปลี่ยน กลิ่นอายแห่งอดีตภพเริ่มจางหาย สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จึงปลุกปั้นให้อาคารหลังเก่าแห่งนี้กลายเป็นแหล่งรวบรวมเกียรติยศแห่งแผ่นดินสยาม ตลอดยุครัตนโกสินทร์ผ่านสื่อผสมเสมือนจริง โดยมุ่งหวังที่จะให้ถนนสายนี้กลายเป็นถนนประวัติศาสตร์ จากโลหะปราสาทวัดราชนัดดารามวรวิหารจนถึงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
อ.เผ่าทอง ทองเจือ ผู้นำชมเล่าว่า พื้นที่ชั้นล่างของอาคารแห่งนี้ถูกทลายกำแพงจนเชื่อมต่อกันเป็นโถงกิจกรรมอเนกประสงค์ ที่พร้อมจะจัดกิจกรรมสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าชมตลอดทั้งปี ความน่าสนใจของอาคารหลังนี้เริ่มต้นที่ชั้น 2 กับ ห้องรัตนโกสินทร์เรืองโรจน์ ที่จะพาทุกคนย้อนกลับไปเมื่อแรกเริ่มการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ที่ยิ่งใหญ่ทัดเทียมกรุงศรีอยุธยา ด้วยพระอัจฉริยภาพใน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งบรมราชจักรี ด้วยสื่อผสม 4 มิติที่ครบอรรถรสทั้งภาพ เสียง กลิ่น และสัมผัส
หน้าห้องนี้ตัวเลขดิจิทัลถูกตั้งเวลาเอาไว้ที่ 17 นาที และเริ่มนับถอยหลังเมื่อประตูถูกปิดลง บอกให้รู้ว่า 17 นาทีนี้แหละที่เราจะนั่งไทม์แมชชีนกลับไปในอดีต ความงดงามของภาพในอดีตถูกฉายผ่านจอขนาดใหญ่เบื้องหน้าจนไม่ทันรู้ตัวว่า ห้องนี้คือลิฟต์ขนาดใหญ่ที่กำลังเคลื่อนขึ้นไปสู่ชั้น 3 เพื่อเข้าสู่ ห้องเกียรติยศแผ่นดินสยาม ประตูห้องถูกเปิดออกอีกครั้ง แบบจำลองพระบรมมหาราชวังที่แสดงให้เห็นถึงเขตพระราชฐานชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นใน อันสมบูรณ์แบบ ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้ารอต้อนรับผู้มาเยือน พร้อมๆ กับภาพยนตร์ที่แสดงให้เห็นถึงความวิจิตรอลังการของพระบรมมหาราชวัง ที่ถูกสร้างขึ้นตามคติความเชื่อในความเป็นสมมติเทพของพระมหากษัตริย์ สะท้อนผ่านงานด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมอย่างสวยสด และห้องนี้เองที่จะได้รับรู้ถึงตำนานการเดินทางประดิษฐานของพระแก้วมรกตในรูปแบบของแอนิเมชั่น แถมยังได้เห็นการเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกตทั้ง 3 ฤดูในคราเดียวซะด้วย
ประตูสนามราชกิจสีแดงบานใหญ่รออยู่เบื้องหน้า พร้อมเปิดให้ทุกคนเดินเท้าเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นใน ที่ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้สงวนไว้สำหรับผู้หญิงเท่านั้น วินาทีที่ก้าวผ่านธรณีประตูกลิ่นน้ำปรุงหอมๆ แบบโบราณของสาวชาววังก็ลอยมาเตะจมูก รายล้อมไปด้วยวิถีชีวิตของสาวชาววังไม่ว่าจะเป็นการปักผ้า การแกะสลักอาหาร การประดิษฐ์ดอกไม้ หรือแม้แต่การซุ่มซ้อมร่ายรำของนางในอันแสนอ่อนช้อย
ร่ำลาสาวชาววังเพื่อเข้าสู่ ห้องเรืองนามมหรสพศิลป์ ห้องทรงกลมที่ใช้เทคโนโลยีมุมมองแบบ 360 องศา ประหนึ่งนั่งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศมหรสพสมโภชเมื่อ 200 ปีก่อน ความสนุกเห็นจะอยู่ที่ภาษาท่าทางการแสดงโขนในอารมณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการเขิน อาย ดีใจ เสียใจ หรือโกรธ ผ่านการดึงการ์ดเพื่อให้ตัวละครอย่าง พระ นาง ยักษ์ และลิง แสดงท่าทางสื่อถึงอารมณ์เหล่านั้นแทนการพูด แต่ถ้าใครอยากจะทดลองเชิดหุ่นกระบอกด้วยตัวเองก็สามารถทำได้ในห้องนี้เช่นกัน
ผ่านเข้าสู่ประตู ห้องลือระบิลพระราชพิธี ห้องเล็กๆ แห่งนี้แต่กลับได้ชื่นชมความยิ่งใหญ่ของพระราชพิธีอันสำคัญๆ ตั้งแต่อดีตที่น้อยคนนักจะได้เห็น ไม่ว่าจะเป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกและเฉลิมราชมณเฑียร พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส พระราชพิธีทรงพระผนวช พระราชพิธีรับและสมโภชขึ้นระวางช้าง ฯลฯ แล้วค่อยตระการตาไปกับพระราชพิธีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในรูปแบบ 3 มิติ
ลัดเลาะเข้าสู่ ห้องสง่าศรีสถาปัตยกรรม ที่จำลองรูปแบบสถาปัตยกรรมของไทยไม่ว่าจะเป็น บ้าน วัด หรือวัง ห้องนี้ผู้ชมจะสนุกไปกับเกมมัลติทัชในมุมวัดวา ที่จะทำให้เราได้เรียนรู้ถึงตำแหน่งที่ตั้งต่างๆ ภายในวัด แล้วไปฟังชาววังเล่าถึงวิวัฒนาการสถาปัตยกรรมของวังในสมัยต่างๆ ก่อนจะสนุกสนานกับการพายเรือชมสวน ขี่ม้าชมเมือง หรือจะเลือกขับรถชมบ้านเรือนกรุงเก่า ก็ผ่อนคลายใช่ย่อย
อิ่มหนำกับอดีตแห่งรัตนโกสินทร์เป็นที่เรียบร้อย มุ่งหน้าสู่ ห้องดื่มด่ำย่านชุมชน เพียงแค่ก้าวเท้าไปยังจุดที่ตั้งของชุมชนต่างๆ รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ลวดลายสวยงามจะปรากฏขึ้นพร้อมให้ทุกคนได้ชื่นชมผลงานการรังสรรค์จากชุมชนต่างๆ ผ่านเทคโนโลยีอินเตอร์แอ็กทีฟอันทันสมัย แล้วไปสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ภายใน ห้องเยี่ยมยลถิ่นกรุง แต่ก่อนจะแวะเข้าไปอย่าลืมยิ้มสวยๆ ให้ช่างภาพได้ลั่นชัตเตอร์กันสักหน่อย เพื่อจะได้เป็นตัวละครหลักในแอนิเมชั่นน่ารักๆ ที่จะพาท่องเที่ยวไปทั่วกรุงนั่นเอง
ใครอยากสัมผัสเรื่องราวอันทรงคุณค่านี้ อดใจนิดวันที่ 9 มีนาคมนี้ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ แล้วสามารถเข้าชมได้ทุกวันยกเว้นวันจันทร์ โดยวันอังคาร-ศุกร์ เปิดบริการตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. อัตราค่าเข้าชมผู้ใหญ่ทั้งไทยและเทศ 200 บาท เด็ก 50 บาท นักเรียน-นักศึกษาในเครื่องแบบ ภิกษุสงฆ์และสามเณร เข้าชมฟรี



