ข่าว

ดินถล่มบนเกาะชวาตาย72ศพ

ดินถล่มบนเกาะชวาตาย72ศพ

24 ก.พ. 2553

จาการ์ตา-ฝนตกหนักทำดินถล่มบนเกาะชวา มีผู้เสียชีวิตกว่า 70 ราย

 สำนักข่าวอันตาราของอินโดนีเซียรายงานเมื่อวันพุธ (24 ก.พ.) ยอดผู้เสียชีวิตเหตุดินถล่มทับไร่ชาเดวาตา ในอำเภอบันดุง จังหวัดชวาตะวันตก เมื่อเช้าวันอังคารที่ผ่านมาหลังจากที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักติดต่อกันหลายวันได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 72 แล้วเพราะดินถล่มลงมาฝังพื้นที่เกือบทั้งหมดในไร่ชา และมีบ้านเรือนถูกฝังถึงกว่า 50 หลัง

 เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถเคลื่อนย้ายศพผู้เคราะห์ร้ายออกมาได้เพียง 15 ราย และกำลังเร่งค้นหาผู้ที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินอีกเกือบ 60 คน ซึ่งคาดว่าจะเสียชีวิตแล้วทั้งหมด ในจำนวนนี้ 47 คนเป็นคนงานในไร่ 10 คนเป็นเจ้าหน้าที่ในสำนักงาน และอีก 15 คนเป็นคนงานในโรงงาน

 เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถนำเครื่องมือหนักเข้าไปช่วยขุดได้เพราะดินถล่มลงมาปิดเส้นทางคมนาคมหมด ชาวบ้านต้องใช้มือเปล่า และอุปกรณ์เท่าที่หาได้ช่วยกันขุดโคลนน้ำหนักหลายตันเพื่อพยายามค้นหาผู้ที่สูญหาย ขณะที่การติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ

 ชาวบ้านที่อยู่ในสภาพตกตะลึงยืนดูเจ้าหน้าที่นำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากดินโคลนอย่างเงียบกริบ บรรดาผู้ที่รอดชีวิตเล่าว่าดินถล่มลงมาพร้อมกับเสียงดังสนั่นหวั่นไหว และเกิดขึ้นโดยไม่มีคำเตือนล่วงหน้า
 เหตุดินถล่มเกิดขึ้นหลังมีฝนตกหนักในจังหวัดชวาตะวันตกติดต่อกันมานานกว่า 2 เดือน ทำให้เกิดดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ และเกิดโคลนถล่มทับหมู่บ้านหลายแห่งในเมืองโบกอร์และการัตจนชาวบ้านต้องร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลท้องถิ่นให้ช่วยย้ายพวกเขาไปอยู่ในที่ปลอดภัยเป็นการด่วน

 ดาเด อาหมัด โฆษกสำนักงานตำรวจจังหวัดชวาตะวันตกกล่าวว่าดินที่มากับดินถล่มนั้นทั้งหนา และเหนียวมาก พวกเขาใช้เพียงมือเปล่าดึงศพออกมาจากโคลน และว่าโคลนถล่มนั้นลึกมาก ทำให้โอกาสที่จะพบผู้รอดชีวิตมีน้อย ด้านผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนกล่าวว่าโคลนน่าจะไหลบ่ามาจากเนินเขาลูกหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียงภายหลังจากที่ฝนตกหนักในคืนวันจันทร์

 ขณะที่นายรอสมานา คนงานในไร่วัย 35 ปีเล่าว่าแผ่นดินถล่มลงมาพร้อมกับเสียงดังคล้ายระเบิด แล้วก็เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน เขาเห็นดินกับน้ำพุ่งตรงมายังหมู่บ้านของเขาด้วยความเร็วมาก ทำให้เขาตกใจแล้วก็เป็นห่วงลูกชายสองคนมากจึงรีบวิ่งเข้าไปในบ้านแล้วก็พบว่าป้าๆ ของเขา  และหลานตัวน้อยๆ อีกคนหนึ่งถูกดินฝังไปแล้ว ส่วนลูกชายคนโตของเขานั้นรอดมาได้เพราะวิ่งหนีขึ้นที่สูงไปพร้อมกับคนอื่นๆ ในบ้าน ส่วนลูกชายคนสุดท้องปลอดภัยอยู่ที่โรงเรียน

 ทั้งนี้ ดินถล่มและน้ำท่วมเกิดขึ้นเป็นประจำในอินโดนีเซียในช่วงฤดูฝน ซึ่งจะหนักสุดในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ส่วนใหญ่โทษว่าสาเหตุมาจากการตัดไม้ทำลายป่า เมื่อเร็วๆ นี้เมืองบันดุงก็เพิ่งเจอภาวะน้ำท่วมครั้งใหญ่สุดในรอบ 8 ปี ทำให้คนต้องไร้ที่อยู่อาศัยหลายพันคน