
"เรือนิมิตซ์"กับความสัมพันธ์จีน-มะกัน
ดูเหมือนช่วงนี้อินทรีอหังการและมังกรผงาดฟ้าจะมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ่อยเสียเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโอบามาพบทะไล ลามะ การขายอาวุธให้ไต้หวัน และเรื่องแฮ็กเกอร์ในจีนล้วงข้อมูลกูเกิล
ทำให้หลายฝ่ายพากันจับตามองด้วยความลุ้นระทึกว่าจีนจะยอมให้เรือบรรทุกเครื่องบิน นิมิตซ์ มาจอดทอดสมออยู่ในอ่าวฮ่องกงตามกำหนดการเดิม คือวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาหรือไม่
ผลปรากฏว่าจีนยอมด้วยไม่อยากให้ความสัมพันธ์กับพญาอินทรีร้าวฉานไปมากกว่านี้แล้ว เพราะเวลาที่มหาอำนาจทะเลาะกันมันกระทบกระเทือนไปถึงความร่วมมือกันระดับโลกหลายๆ เรื่องด้วย
พอได้ไฟเขียว เรือนิมิตซ์ พร้อมเรือในกองอีก 4 ลำที่มีทหารและลูกเรือรวมกัน 5,000 คนก็ได้มาจอดเทียบท่าที่ฮ่องกงเป็นเวลา 4 วันให้ลูกเรือได้ปลดปล่อยกันอย่างเต็มที่หลังจากที่ต้องลอยลำอยู่ในทะเลอาหรับเหนืออยู่นานถึง 5 เดือนเพื่อเป็น ฐานทัพลอยน้ำ ให้ฝูงบินต่อสู้ที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในอัฟกานิสถาน
ฮ่องกงเป็นท่าเทียบเรือสุดโปรดของทหารอเมริกันมานมนานแล้ว เพราะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และร้านเหล้าที่เป็นมิตรกับชาวต่างชาติ เพราะชาวฮ่องกงพูดภาษาอังกฤษได้ดีด้วยความที่เคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษมาก่อน เมื่อฮ่องกงกลับมาเป็นของจีน ทางการปักกิ่งก็ยังคงธรรมเนียมนี้ไว้ต่อไป
ทว่า จีนเคยห้าม เรือคิตตี้ ฮอว์ก จอดเทียบท่าที่ฮ่องกงเอาในนาทีสุดท้ายมาแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2550 เล่นเอาครอบครัวทหารที่แห่มารอกันล้นเกาะฮ่องกงเพื่อฉลองเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าพากันผิดหวังไปตามๆ กัน
สำหรับสาเหตุของการสั่งห้ามเรือคิตตี้ ฮอว์กเทียบท่านั้นก็เพื่อเป็นการตอบโต้ที่สภาคองเกรสของสหรัฐมอบรางวัลเกียรติคุณสูงสุดให้องค์ทะไล ลามะนั่นเอง
ส่วนสถานที่ที่ทหารอเมริกันเหล่านี้จะไปเยือนยามอยู่ในฮ่องกงนั้น ทางนิมิตซ์ได้แถลงออกมาเองเลยว่ามีทั้งไปเที่ยวสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ และข้ามไปเล่นพนันที่มาเก๊า
ตลอดจนไปช็อบปิ้งที่เสิ่นเจิ้น และกวางโจว



