ข่าว

อภิสิทธิ์สั่งสุเทพติดตามสถานการณ์แดงใกล้ชิด

อภิสิทธิ์สั่งสุเทพติดตามสถานการณ์แดงใกล้ชิด

24 ก.พ. 2553

"อภิสิทธิ์" สั่ง "สุเทพ" ติดตามสถานการณ์ "เสื้อแดง" ใกล้ชิด ระบุมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ชี้เตรียมแผนรองรับเหตุไม่คาดฝัน ย้ำต้องดูแลให้ผ่านวันที่ 26 กพ.ไปได้ กษิต ไม่เชื่อ "เสื้อแดง" ชุมนุมโค่นล้มรัฐบาลได้

 (24ก.พ.) เมื่อเวลา 18.00 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์การประเมินสถานการณ์กรณีที่แกนนำคนเสื้อแดงสั่งระดมพลเข้า กทม.ในวันที่ 14 มี.ค.หลังการตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 ก.พ.ว่า สถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยได้ติดตามสถานการณ์ช่วงนี้อย่างใกล้ชิดและมอบให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ทำงานอย่างต่อเนื่อง

 เมื่อถามว่านายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดงระบุว่าจะมีประชาชนมาร่วมชุมนุมนับล้านคน นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เมื่อถามว่านายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำกลุ่มคนรักอุดรระบุว่าจะนำรถกระบะนับแสนคันเข้า กทม.ด้วย และอาจส่งผลถึงการจราจรติดขัด นายกฯ กล่าวว่า คงจะมีการประเมินอีกครั้งว่าจริงๆแล้วจะเป็นอย่างไร ตอนนี้เป็นเรื่องของแกนนำบางส่วนที่ประกาศไว้ ก็ว่ากันไป

 เมื่อถามว่ารัฐบาลต้องปรับแผนรับมือหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวจะดูจากการข่าวและสถานการณ์จริง

 เมื่อถามว่าคล้ายว่าตอนนี้รัฐบาลนิ่งนอนใจเกินไป นายกฯ กล่าวว่าไ ม่ได้นิ่งนอนใจใดๆทั้งสิ้นและมีหน้าที่ดูแลทุกอย่างให้เรียบร้อย ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ต้องการให้บ้านเมืองอยู่ในภาวะตื่นตระหนกหวาดระแวงตลอดเวลา ทุกคนมีหน้าที่อะไรก็ทำหน้าที่ของตัวเอง และ จะดูเหตุการณ์ที่น่าสนใจในวันที่ 26 ก.พ.ที่ต้องดูแลสถานการณ์ให้เรียบร้อยและผ่านพ้นไป

 เมื่อถามว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันในวันที่ 26 ก.พ.จะมีการเตรียมแผนรองรับอะไรไว้บ้าง นายกฯ กล่าวว่า ต้องเตรียมไว้อยู่แล้วและพยายามไม่ให้เกิดอะไร

 เมื่อถามว่าจะมีการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่มี เพราะตนเรียนไปแล้วว่าจะใช้กฎหมายพิเศษก็ต่อเมื่อมีความจำเป็น แต่ในชั้นนี้ยังไม่มีความจำเป็น

 เมื่อถามว่าสถานะของคณะกรรมการติดตามสถานการณ์(คตม.)จะต้องลากยาวไปหลังวันที่ 14 มี.ค.หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คงต้องให้นายสุเทพทบทวนว่ามีความจำเป็นหรือไม่

 เมื่อถามว่าคนเสื้อแดงชุมนุมในวันดังกล่าวซึ่งตรงกับกำหนดการเยือนออสเตรเลียของนายกฯนั้นจำเป็นต้องเลื่อนการเดินทางออกไปหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องดูตามความจำเป็นและในอดีตนั้นเมื่อมีการชุมนุมใหญ่ตนก็เคยปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ หากไม่มีประเด็นใดพิเศษ

 เมื่อถามว่าแต่การชุมนุมครั้งนี้แตกต่างกับการชุมนุมในหลายครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเลย

 เมื่อถามว่า นายปณิธาณ วัฒนายากร เสนอว่าคนไทยควรมีสติในช่วงนี้ คำพูดนี้คล้ายว่าจะมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น นายกฯ กล่าวว่า ทุกคนไปให้ความสนใจผลกระทบที่เกิดขึ้นจากคดีนี้ มันเป็นธรรมดา เพราะหลายฝ่ายให้ความสนใจตรงนั้นและต้องดูแลไม่ให้เกิดเหตุที่ไม่ควรจะเกิด

 เมื่อถามว่าแกนนำพรรคประชาธิปัตย์เสนอว่าควรจะมีรายการให้ความรู้กับประชาชนในคดีนื้ นายกฯ กล่าวว่า ปัจจุบันก็มีรายการและบุคคลที่ให้ความเห็นอยู่แล้วและค่อนข้างจะมีมาก ตนเห็นว่าข่าวสารในเรื่องนี้ก็มีมาก

 เมื่อถามว่าหลังวันที่ 26 ก.พ.ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ผ่านพ้นไปอีกหนึ่งคดี และตนเรียนไปแล้วว่ายังไม่ทราบผลการตัดสินว่าเป็นเช่นใดและปฏิกริยาของฝ่ายต่างๆจะเป็นอย่างไร แต่เราต้องจับตาในแง่ความเคลื่อนไหวและมีหน้าที่ในการรักษาความเรียบร้อย ตนคิดว่ามันคงผ่านไปได้ด้วยความเรียบร้อย

 เมื่อถามว่าในวันที่ 26 ก.พ.นายกฯต้องหลบไปในเซฟเฮ้าส์หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนปฏิบัติภารกิจตามปกติไม่มีอะไรและไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับตน มันเป็นเรื่องคำพิพากษาของศาลในคดีที่ไม่เกี่ยวกับตนเลย และตนไม่หยุดงานเพื่อฟังคำพิพากษาเพราะตนจะทำงานตามปกติ

 เมื่อถามว่าประชาชนเป็นห่วงว่าประเทศไทยจะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว นายกฯ กล่าวว่า ”ไม่ครับผมคิดว่ามันอยู่ที่คนไทย ประเทศเป็นของทุกคนหากทุกคนตั้งอยู่บนความสงบยอมรับกระบวนการต่างๆประเทศไทยก็จะผ่านเหตุการณ์นี้ไปและผมคิดว่ามันจะดีขึ้นในสายตาของทุกฝ่ายเพราะเท่ากับว่าเราสามารถรักษาระบบของเราและสามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ที่บางคนมองว่ายาก”

 เมื่อถามว่าเป็นห่วงการสร้างสถานการณ์จะนำไปสู่ความรุนแรงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นห่วงว่าอาจมีบางฝ่ายที่คิดทำอะไรที่ไม่ดีและเป็นหน้าที่รัฐบาลที่ต้องดูแลไม่ให้เกิดขึ้น

 เมื่อถามว่าอาจจะมีการจุดชนวนที่อาจนำไปสู่การปะทะกันระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ นายกฯ กล่าวว่า อย่าไปคาดการณ์อะไรล่วงหน้า ต้องดูตามความเป็นจริงของสถานการณ์และยังคาดเดาไม่ได้ว่าปฏิกริยาจะเป็นอย่างไรและยังไม่รู้เลยว่าผลการตัดสินคดีจะเป็นอย่างไร ฉะนั้นทุกอย่างต้องรอดูว่ามันจะมีปฏิกริยาอะไรหรือไม่ แต่ตนเรียนไปแล้วว่าอยากให้ทุกฝ่ายเผยแพร่คำพิพากษาเพื่อให้ประชาชนรับทราบเหตุผล เชื่อว่าเมื่อได้รับทราบเหตุผลแล้วจะมีการยอมรับทุกอย่างก็จะเดินต่อไป

 เมื่อถามว่ารายละเอียดของคดีนี้ที่เป็นเรื่องของหุ้นนั้นมันเป็นเรื่องยากที่ประชาชนเข้าใจได้ นายกฯ กล่าวว่า ระยะหลังตนสังเกตว่าคดีสำคัญๆศาลค่อนข้างจะแจกแจงละเอียดมากในคำพิพากษาเกือบทุกประเด็น

กษิตไม่เชื่อ "เสื้อแดง"ชุมนุมโค่นล้มรัฐบาลได้

 นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดง ในวันที่ 14 มีนาคมนี้ว่า กระทรวงการต่างประเทศได้หมั่นชี้แจงทำความเข้าใจกับคณะทูตานุทูตต่างชาติ ผู้แทนหอการค้าต่างชาติ และผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ถึงสถานการณ์การเมือง เศรษฐกิจ และการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ขณะเดียวกันได้ประสานส่งข้อมูลไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย และกงสุลใหญ่ไทย ในต่างประเทศ เพื่อทำความเข้าใจต่อรัฐบาลประเทศนั้นๆ อีกทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ยังตั้งศูนย์ประสานงานติดตามสถานการณ์ เพื่อรวบรวมข้อมูลปัจจุบันส่งไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย และกงสุลใหญ่ไทย อีกทั้งเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานด้านความมั่นคงอีกด้วย

 ทั้งนี้ นายกษิต มองว่า การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงสามารถทำได้ แต่ต้องเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย และปราศจากความรุนแรง โดยเห็นว่า ผลเสียที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และมีผลต่อความมั่นใจของนักลงทุน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงระบุว่า การชุมนุมใหญ่ครั้งนี้จะสามารถโค้นล้มรัฐบาลได้ นายกษิต กล่าวว่า ไม่เชื่อ และไม่มีทางเป็นเช่นนั้น หากทำก็เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ประเทศไทยมีระบบการเลือกตั้ง มีกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยทุกคนต้องเคารพกฎระเบียบของประเทศ และพวกเราต้องช่วยกันสร้างชาติ จะชุมนุมเพื่อต่อยอดช่วยคนใดคนหนึ่งไม่ได้

 “สุเทพ”ฝาก“ผู้ว่าฯ”ทั่วปท.คุมเข้มม็อบแดง

 แหล่งข่าวจากนายทหารระดับสูงในกอ.รมน.เปิดเผยว่า ในการประชุมรับทราบนโยบายการปฏิบัติงานของ กอ.รมน.นั้น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้อำนวยรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดทำหน้าที่ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารในการดูแลรักษาความปลอดภัยในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะถือเป็นหน้าที่ส่วนหนึ่งของผู้ว่าฯ ในการทำหน้าที่รักษาความมั่นคงภายใน และหากเป็นไปได้อยากให้มีการดูแลให้มีการชุมนุมในพื้นที่ของตนเอง เพื่อไม่ให้เดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ เพราะเกรงว่า เมื่อมีคนหมู่มากอาจจะเกิดความวุ่นวายได้

 “ท่านทราบดีว่า หน้าที่ของท่านคืออะไร ท่านเป็นคนที่รู้สภาพปัญหาในพื้นที่มากที่สุด ดังนั้น การแก้ไขปัญหา หรือ การวางแผนดูแลการชุมนุม จนถึงการรักษาความปลอดภัยของบุคคลสำคัญ และการใช้เจ้าหน้าที่อย่างไร เป็นเรื่องที่ผู้ว่าฯต้องรู้ดีที่สุด ตอนนี้สิ่งต้องทำ คือ การทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ว่าประเทศชาติของเราต้องการความสงบเรียบร้อย อยากให้ผู้ว่าฯ ช่วยทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ของท่านในการดำรงไว้ซึ่ง 3 สถาบันหลัก คือ ตุลาการ สถาบันพระมหากษัตริย์ และชาติ ตอนนี้มีการให้ข่าวสารในทางบิดเบือนเพื่อให้ความเชื่อถือของศาลลดลง สิ่งที่ยืนยันได้คือสถาบันศาลไม่มีองค์กรใดเข้าไปแทรกแซงได้ หรือไปสั่งการได้” แหล่งข่าวอ้างคำพูดของนายสุเทพ

 แหล่งข่าว เปิดเผยอีกว่า นายสุเทพ ยังได้กล่าวในที่ประชุมอีกว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ กลุ่มที่เคลื่อนไหวบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งไม่มียุคใด สมัยใดที่ตัวบุคคลจะกระทำการเปิดเผยเท่ายุคนี้ ซึ่งปีนี้เป็นปีแห่งการครองราชย์ครบรอบ 60 ปี อยากให้ทางจังหวัดรณรงค์ และจัดให้มีการทำกิจกรรม เพื่อตระหนักถึงการทำงานของพระองค์ท่านมาตลอดหลายสิบปี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เยาวชนอาจไม่รับรู้ อยากให้คนในครอบครัวช่วยสร้างจิตสำนึกเหล่านี้ให้เกิดขึ้น ซึ่งอยากให้ผู้ว่าฯเป็นหลักในการคิดแผนการดำเนินการต่างๆ

 “ตอนนี้มีคนไปปลุกระดมว่า รัฐบาลเข้ามาแล้วไม่ได้ทำอะไร นโยบายหลายอย่างไม่เดินไปข้างหน้า อยากให้ผู้ว่าฯไปชี้แจงทำความเข้าใจถึงสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการมาตลอด 1 ปี 2 เดือนว่า ทุกอย่างกำลังเดินไปข้างหน้า นโยบายหลายอย่างกำลังเกิดผลในทางปฏิบัติ ทั้งเรื่องนโยบายประกันรายได้ นโยบายช่วยเหลือคนจน” แหล่งข่าวอ้างคำพูดของนายสุเทพ