
"โพลกิ้ง"กร้าวพา"ทีมชาติไทย"สยบสิงคโปร์ ทิ้งทวนแบ่งกลุ่มซูซูกิคัพ
หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย มาโน่ โพลกิ้ง ประกาศเป้าหมายล่วงหน้า ในเกมพบกับทีมชาติสิงคโปร์ ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย ดวลกันวันเสาร์นี้ เป้าหมาย "ทีมชาติไทย" อยู่ที่การทำผลงาน ด้วยการชนะชาติเจ้าภาพ เพื่อตอกย้ำการเป็นแชมป์กลุ่ม ชนะรวด 4 นัด
มาโน่ โพลกิง หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาตไทย เปิดเผยว่า ฟุตบอล เอเอฟเอฟซูซูกิ คัพ2020 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ นัดสุดท้าย แข่งขันวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม เป้าหมายของ "ทีมชาติไทย" ต่อการแข่งขันนัดนี้ ซึ่งจะพบกับ ทีมชาติสิงคโปร์ คือ การเก็บชัยชนะ เพื่อตอกย้ำการเป็นแชมป์กลุ่ม เอ หรือชนะ ติดต่อกันเป็นนัดที่ 4
สถานการณ์ของฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน หรือ เอเอฟเอฟซูซูกิคัพ2020 ที่สิงคโปร์เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น คะแนน ระหว่าง "ทีมชาติไทย" และทีมชาติสิงคโปร์ ต่างมีคะแนนเท่ากันคือ 9 คะแนน จากการที่ต่างฝ่ายชนะ มาทีมละ 3 นัด โดยไทยมีประตูได้เสียที่ดีกว่า จึงนำเป็นจ่าฝูงในตาราง จากทั้งหมด กระทั่งต้องมาพบกันในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งทีมชาติไทย และทีมชาติสิงคโปร์ ต่างผ่านเข้าสู่รอบ 4 ทีม สุดท้าย แน่นอนแล้ว
"เกมนี้ถือเป็นนัดที่สำคัญ สำหรับทุกคนในทีม ผมคิดว่ามันแตกต่างจากที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าเราจะผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปแล้วก็ตาม แต่มันยังสำคัญตรงที่ว่าเราต้องการคว้าชัยชนะเพื่อให้ได้แชมป์กลุ่ม คือการชนะสิงคโปร์ "
เขา กล่าวว่า สิ่งที่ต้องชื่นชมคือผู้เล่นทุกคนพยายามปรับตัวกับแผนในระยะเวลาอันสั้น แต่แน่นอนว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องแก้ไข และทำให้ดีกว่านี้ด้วยระยะเวลาอันสั้น ทั้งแนวทางการเล่น สไตล์
" การเข้ารอบรองฯ ถือเป็นเป้าหมายขั้นต่ำ ผมรู้ดีว่าคุณภาพ และความมุ่งมั่น เราสามารถเข้ารอบชิง และคว้าแชมป์มาครองได้ นั่นคือเป้าหมายสูงสุด และเราก็มีเป้าหมายเดียวกัน เราได้วิเคราะห์สิงคโปร์มาในระดับหนึ่ง ซึ่งถือเป็นทีมที่ค่อนข้างอันตราย มีเกมรับและรุกได้ดี เล่นลูกตั้งเตะได้ดี และได้ประตูจากลูกนิ่งมาหลายครั้ง แน่นอนว่าเขาได้เล่นในบ้านด้วย เขามีข้อได้เปรียบจากการมีแฟนบอลหนุนหลัง และสนามเปิดให้แฟนบอลเข้าชมได้ถึง 10,000 คน มันช่วยนักเตะมีความกระหายในการลงสนามมากขึ้นเล็กน้อย ถือเป็นข้อได้เปรียบของสิงคโปร์"
เขา กล่าวว่า การวางเป้าหมายขั้นต่ำคือการเข้ารอบรองฯ เพราะไทยมีเป้าหมายใหญ่อยู่แล้วก็คือแชมป์ ซึ่งในการทำงานของเขา ต้องมีเป้าหมายขั้นต่ำและเป้าหมายสูงสุดเสมอ "เราได้วิเคราะห์สิงคโปร์มาในระดับหนึ่ง ถือเป็นทีมที่ค่อนข้างอันตราย มีเกมรับและรุกได้ดี เล่นลูกตั้งเตะได้ดี และได้ประตูจากลูกนิ่งมาหลายครั้ง แน่นอนว่าเขาได้เล่นในบ้านด้วย เขามีข้อได้เปรียบจากการมีแฟนบอลหนุนหลัง และสนามเปิดให้แฟนบอลเข้าชมได้ถึง 10,000 คน มันช่วยนักเตะมีความกระหายในการลงสนามมากขึ้นเล็กน้อย ถือเป็นข้อได้เปรียบของสิงคโปร์" มาโน่ ระบุ
ทีมชาติไทย จะพบกับ ทีมชาติสิงคโปร์ ที่สนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ ในวันที่ 18 ธันวาคม เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
ขอขอบคุณภาพจาก สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย



