
จำเลยเกียรติยศ
ในบรรดาจำเลยของศาลในประเทศนี้ คงไม่มีใครจะได้รับเกียรติให้วิพากษ์ วิจารณ์ศาล กล่าวถ้อยคำที่เป็นการละเมิดอำนาจศาลอย่างโจ่งแจ้งทุกเมื่อเชื่อวัน เช่น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อีกแล้ว เมื่อวันจันทร์ (22 ก.พ.) พ.ต.ท.ทักษิณ วิดีโอลิงก์มายังวงเสวนาทิศทางประเทศไทย 5
“...มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ให้องคมนตรีเดินสายสื่อ สั่งให้เสริมกำลังให้พันธมิตร นำคณะปฏิวัติเข้าเฝ้า” ซึ่งความเชื่อเช่นนี้ ย่อมมีนัยสำคัญที่ท้ายสุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะร้องประจานตัวเองไปทั้งโลกว่า ศาลไม่มีความเป็นธรรม และปลุกเร้าพลเมืองของเขาที่เข้าไม่ถึงความจริงให้สร้างความปั่นป่วนให้บ้านเมืองมากขึ้น
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นส่วนหนึ่งของศาลยุติธรรม ผู้พิพากษาที่ทำการพิจารณาพิพากษาคดีในศาลนี้เป็นข้าราชการตุลาการ ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือผู้พิพากษาอาวุโส และเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาทั้งหมด นอกจากนี้ลักษณะพิเศษของการพิจารณาคดี จะใช้ระบบไต่สวน มิใช่ระบบกล่าวหาเหมือนศาลทั่วไป หลักสำคัญอีกประการหนึ่ง ก็คือ เป็นศาลที่พิจารณาคดีเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบของนักการเมืองและข้าราชการระดับสูง ฉะนั้น หลักเรื่องศีลธรรมและจริยธรรม ของบุคคลในฐานะเช่นนี้ จึงเป็นมาตรฐานที่ต้องพิจารณาควบคู่ไปกับหลักกฎหมายด้วย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ เนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 33 ว่า “...กฎหมายนั้นไม่ใช่ตัวความยุติธรรม เป็นแต่เพียงเครื่องมืออย่างหนึ่งสำหรับใช้ในการรักษา และอำนวยความยุติธรรมเท่านั้น การใช้กฎหมายจึงต้องมุ่งหมายใช้เพื่อรักษาความยุติธรรม ไม่ใช่เพื่อรักษาตัวบทของกฎหมายเอง และการรักษาความยุติธรรมในแผ่นดินก็มิได้มีวงแคบอยู่เพียงแต่ขอบเขตของกฎหมาย หากต้องขยายออกไปให้ถึงศีลธรรมจรรยา ตลอดจนเหตุและผลตามความเป็นจริงกัน...” นี่อาจจะเป็นประเด็นหนึ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สำคัญผิดว่า เขากำลังถูกตัดสินในฐานะเสมอเพียงชาวบ้านธรรมดาๆ หาได้มีความสำนึกในระดับของอดีตผู้นำประเทศไม่
ไม่ว่าจะอย่างไร นายรักเกียรติ สุขธนะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร นายสมบัติ อุทัยสาง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ได้รับโทษไปแล้ว และอดีตนักการเมืองบางคน ที่คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองเวลานี้ ต่างก็ยอมรับและให้ความเคารพต่อคำพิพากษา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หากไม่เชื่อในศาลนี้ แล้วเหตุใดเล่าจึงยอมรับกระบวนการพิจารณา นำพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคลและเอกสารมาต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ เมื่อสู้แล้วก็ต้องยอมรับกติกา มิใช่เล่นตามกติกาแล้วแพ้ แล้วมาโวยวายว่ากติกาไม่เป็นธรรม



