ข่าว

"ผบ.ตร." กำชับ ตร.ทั่วประเทศ พร้อมรับมือนักเรียน "ยกพวกตีกัน" เลียนแบบหนัง

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" กำชับตำรวจทั่วประเทศเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหา นักเรียน นักเลง ก่อเหตุ ทะเลาะวิวาท "ยกพวกตีกัน" ชี้มีปัจจัยลอกเลียนแบบจากภาพยนต์เรื่องหนึ่ง

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวผ่านสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ กรณีที่มีกลุ่มนักเรียน นักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาท ยกพวกตีกัน จนสร้างความวุ่นวายและเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน โดยมีปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมลอกเลียนแบบตามภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง นั้น

 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ปป.) ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา อีกทั้งมีความห่วงใย ต่อเด็กและเยาวชน ที่อาจเกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบในการก่อเหตุทะเลาะวิวาท จึงมอบหมายให้ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองจเรตำรวจแห่งชาติ (ช่วยงาน (ปป.)) เป็นหัวหน้ารับผิดชอบควบคุมกำกับดูแล การป้องกันและแก้ไขปัญหานักเรียน นักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาท ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

โดยในวันนี้ มีการประชุมการป้องกันและแก้ไขปัญหานักเรียน นักศึกษา ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ผ่านระบบวิดีโอทางไกล (VDO Conference) โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมประชุมฯซึ่งการประชุมฯ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

 

 

"ผบ.ตร." กำชับ ตร.ทั่วประเทศ พร้อมรับมือนักเรียน "ยกพวกตีกัน" เลียนแบบหนัง

 

1.ให้ทุก บก./ภ.จว. ที่มีสถานการณ์ปัญหา นักเรียน นักศึกษา ก่อเหตุทะเลาะวิวาท วิเคราะห์พื้นที่ปฏิบัติการ (IPB) โดยให้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับพื้นที่ที่มักจะเป็นจุดเสี่ยง จุดล่อแหลม รวมถึงการสำรวจกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบและการแสวงหาความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ

2. สำหรับ บก./ภ.จว. ที่มีการรับแจ้งเหตุเกิดขึ้นแล้วและมีผู้บาดเจ็บ หรือมีผู้เสียชีวิต รวมทั้งการรับแจ้งเหตุว่าจะมีการรวมตัวกันก่อเหตุและสามารถเข้าไประงับหรือป้องกันเหตุได้ก่อน ให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานระดับพื้นที่ขึ้น เพื่อทบทวนบทเรียนหลังจากที่มีการปฏิบัติ (AAR) เพื่อหาจุดแข็ง จุดอ่อน หรือปัญหาอุปสรรค เพื่อทำการแก้ไข ทั้งนี้มุ่งหวังให้มีรูปแบบการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐาน (SOP) และมีการออกแผนปฏิบัติการและทำการซักซ้อมแผนเป็นประจำ สำหรับกรณีนักเรียน นักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาทแล้วมีผู้บาดเจ็บถูกส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาล ให้มีแผนเผชิญเหตุและทำการซักซ้อม เพื่อป้องกันการทะเลาะวิวาทต่อเนื่องที่โรงพยาบาลด้วย

3. นำข้อมูลที่ได้จากการรับแจ้งเหตุทางศูนย์วิทยุ 191 มาเป็นข้อมูลในการประชุมงานสายตรวจ เพื่อประกอบการวิเคราะห์และจัดทำแผนการตรวจ ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาในพื้นที่ หากห้วงเวลาหรือ สถานที่ที่ได้จากการวิเคราะห์ว่ามีแนวโน้มการรวมตัวก่อเหตุ ให้มีมาตรการที่ชัดเจนและสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างแท้จริง

 

 

4. การบูรณาการความร่วมกัน ระหว่าง งานป้องกันปราบปราม งานสืบสวน และพนักงานสอบสวน ในระดับ สน./สภ. เมื่อรับแจ้งเหตุว่าจะมีเหตุดังกล่าว จะต้องประสานงานทั้งสายตรวจประเภทต่างๆ และ ทีมสืบสวน เพื่อเข้าไปป้องกันเหตุ หรือคลี่คลายสถานการณ์ หากเป็นเหตุที่จะต้องดำเนินคดีในชั้นพนักงานสอบสวน ฝ่ายสืบสวนจะต้องเร่งพิสูจน์ทราบกลุ่มบุคคล ที่ก่อเหตุ เพื่อดำเนินการด้วยความรวดเร็ว

5. มาตรการประสานงานกับสถาบันการศึกษา นั้น กำชับให้ระดับ ผกก.หัวหน้าสถานี เป็นผู้ประสานงานกับ ผอ.สถาบันการศึกษาที่มีความเสี่ยง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ซึ่งกันและกันโดยตรง

6. พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ในฐานะผู้รับผิดชอบกำกับดูแลการป้องกันและแก้ปัญหานักเรียน นักศึกษาก่อเหตุทะเลลาะวิวาท ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานกับเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อสร้างความร่วมมือ และหาแนวทางในการป้องกันเหตุนักเรียน นักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาทต่อไป

 

สรุปสถิติการเกิดเหตุ นักเรียน นักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาท (ระหว่างวันที่ 9-13 ธ.ค.64)

- บช.น. รับแจ้ง 1 ครั้ง กลุ่มวัยรุ่นประมาณ 10 คน มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 1 คน
- ภ.4 รับแจ้ง 1 ครั้ง กลุ่มวัยรุ่นประมาณ 30 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.64 เวลาประมาณ 17.00 น.พื้นที่ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ มีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกันหน้าลานจอดรถจักรยานยนต์ หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ ปรากฏว่าไม่พบกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว จึงได้สอบถาม รปภ.ของห้างสรรพสินค้า ทราบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 30 คน ทะเลาะวิวาท วิ่งไล่ทำร้ายกัน และจากกรณีเหตุดังกล่าว ยังไม่มีผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์แต่อย่างใด
- ภ.3 รับแจ้ง 1 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 1 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 64 เวลาประมาณ 13.19 น.กลุ่มนักเรียนนักศึกษา 2 สถาบันชื่อดังใน จ.ชัยภูมิ เดินมาพบกันริมถนนก่อนเกิดเขม่นกัน ยกพวกตะลุมบอลกันข้างทางและวิ่งไล่ทำร้ายร่างกายกัน ก่อนจะวิ่งแยกย้ายกันหลบหนีไป ชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะยืนขายของอยู่ได้มีกลุ่มนักเรียนต่างสถาบันขับรถจักรยานยนต์มาจอด ก่อนที่จะใช้อาวุธเป็นมีดสปาร์ต้า วิ่งลงมาหวังที่จะทำร้ายร่างกายกลุ่มนักเรียนต่างสถาบัน ก่อนที่จะมีครูวิ่งออกมาห้ามปราม ทำให้กลุ่มนักเรียนนักเลงดังกล่าว วิ่งขึ้นรถหลบหนีไป

 


 

logoline