
ส่งออกสินค้าไปจีนเจอปัญหาน้ำโขงแห้งหันส่งทางบก
ผู้ประกอบการส่งออกสินค้าสดไปจีนผ่านด่านเชียงแสนเริ่มลดลง หลังประสบปัญหาการขนส่งสินค้าทางเรือได้รับผลกระทบจากระดับน้ำโขงแห้ง ต้องเบนเข็นไปใช้บริการขนส่งสินค้าผ่านทางถนนอาร์3เอ ผ่านลาวเข้าจีน
นายวินัย ฉิมทองประเสริฐ นายด่านศุลกากรอำเภอเชียงแสน เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูแล้งน้ำในแม่น้ำโขงลดลง ส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะสินค้าประเภทของสด เช่น พืชผัก ผลไม้และดอกไม้ ที่ต้องอาศัยเวลาในการรักษาสภาพของสินค้า หากสามารถส่งสินค้าได้เร็วก็จะช่วยให้สินค้าเกิดความเสียหายน้อยที่สุด โดยสินค้าที่ไม่ใช่ของสดก็ยังใช้บริการทางเรืออยู่ เนื่องจากมีต้นทุนในการขนส่งถูกกว่าทางรถ
แต่ขณะนี้การใช้บริการทางถนนอาร์3เอผ่านสปป.ลาว เชื่อมไปยังจีนเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทไหนก็ตาม เนื่องจากปัญหาน้ำลดในช่วงหน้าแล้ง ทำให้การเดินทางของเรือมีอุปสรรค และเดินทางล่าช้า ซึ่งหากผ่านพ้นช่วงฤดูแล้งไปได้ก็คาดว่าผู้ประกอบการจะหันกลับมาใช้บริการขนส่งทางน้ำอีกครั้ง
“หลังการเปิดใช้ถนนอาร์3เอพบว่า การเดินเรือในช่วงปีงบประมาณ 2550 มีเรือบรรทุกรวม 1,169 เที่ยว ต่อปี ต่อมาในปีงบประมาณ 2551 มีเรือบรรทุกรวม 1,012 เที่ยว ต่อปี และตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 - กุมภาพันธ์ 2552 มีเรือบรรทุกรวม 470 เที่ยว จากตัวเลข จะเห็นได้ว่า ในปี 2550 กับ 2551 ตัวเลขเที่ยวเรือที่เดินทางเข้ามาบริเวณท่าเรือของปี 2551 เริ่มลดลง เพราะเริ่มมีการเปิดใช้ถนนอาร์ 3 เอ ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้ตัวเลขเดินเรือลดน้อยลง" นายวินัย กล่าว
นายสมเกียรติ พิสุทธิเจริญพงษ์ นายด่านศุลกากรเชียงของ จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จำนวนเรือสินค้าที่เดินทางบริเวณด่านเชียงของ ยังมีให้เห็นอยู่ตามปกติ โดยที่ไม่ได้ลดลงหรือเพิ่มขึ้น แต่ในส่วนที่เพิ่มขึ้นคงจะผ่านเส้นทางอาร์ 3 เอที่มีจำนวนรถบรรทุกแลกเปลี่ยนสินค้าจำนวนมาก โดยช่วงก่อนหน้าที่มีการทดลองใช้เส้นทางดังกล่าวมีรถบรรทุก รถคอนเทนเนอร์ เพียง 50 คัน ต่อเดือน แต่หลังจากที่มีการเปิดใช้อย่างเป็นทางการ พบว่าจำนวนรถบรรทุกขนาดใหญ่เพิ่มเป็น 50 คัน ต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรถบรรทุกสินค้าที่เคยใช้บริการทางเรือ แต่ภายหลังเริ่มเข้าสู่ฤดูน้ำลด ทำให้ต้องเปลี่ยนเส้นทางมาใช้ถนนแทนการขนส่งทางเรือ เพื่อความสะดวก รวดเร็วและให้ทันต่อการขนส่ง
นางสาววาสนา มงคลคลี กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทบุญรักษา อิมพอร์ต เอ็กซ์พอร์ต ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าบริเวณอำเภอเชียงแสน กล่าวว่า หลังจากที่น้ำในแม่น้ำโขงแห้งเป็นเวลานานกว่า 1 เดือน ขณะนี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่หันไปใช้เส้นทางถนนกันมากขึ้น เนื่องจากทางน้ำไม่สามารถใช้เดินเรือได้ จึงส่งผลต่อต้นทุนค่าขนส่งสูงขึ้น แม้ว่าจะช่วยให้สามารถขนส่งได้รวดเร็ว และสินค้าก็เสียหายน้อยกว่าการบรรทุกทางเรือ แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็ยังอยากที่จะขนส่งทางลำน้ำโขงมากกว่า เพราะราคาถูกกว่าขนส่งทางถนนหลายเท่าตัว



