
กองปราบฯจับหนุ่มขับรถส่งปลาลวงฆ่ากิ๊กสาวกะซวก7แผลรอด
กองปราบฯ จับคนขับรถส่งปลา ลวงกิ๊กสาวหวังฆ่าทิ้งอำพรางคดี เหยื่อดวงแข็งถูกกะซวก 7 แผลรอดปาฏิหาริย์ มือมีดสารภาพมีเรื่องระหองระแหง ขอตัดสัมพันธ์ฝ่ายหญิงไม่ยอม ตามราวี เรียกเงิน สุดทนวางแผนอำพรางถูกฆ่าข่มขืน เลียนแบบหนังฝรั่ง
เหตุพยายามฆ่ากิ๊กสาวครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 11 มีนาคม พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป.สั่งการให้ ร.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุมนายบุญธรรม แสนราช อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 259 หมู่ 4 ต.บ่อไทย อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ตามหมายจับศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ จ 80/2552 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2552 ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลักทรัพย์ จับกุมได้ขณะขับรถอยู่หน้าบริษัท เทพมณี ถนนเอกชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคนร้ายพยายามฆ่า น.ส.รัตน์ตนา ศรีดาแก้ว อายุ 22 ปี โดยพลเมืองดีพบร่างผู้บาดเจ็บที่บริเวณแปลงดินใต้ต้นจัน พื้นที่หมู่ 5 ต.สระประดู่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ในสภาพถูกของมีคมแทงเข้าที่หน้าอกใกล้หัวใจ และหน้าท้อง รวม 7 แผล มีรอยฟกช้ำบริเวณลำคอ ส่วนกางเกงที่สวมใส่ และกางเกงชั้นในถูกฉีกขาด จึงนำร่างผู้บาดเจ็บส่ง รพ.เพชรบูรณ์ อย่างเร่งด่วน แต่อาการยังสาหัสและต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
ต่อมาตำรวจ สภ.วิเชียรบุรี สืบสวนสอบสวนจนเป็นที่แน่ชัดว่าผู้ลงมือก่อเหตุครั้งนี้ คือ นายบุญธรรม พนักงานขับรถส่งปลาของบริษัท ยูนิคอร์ด จำกัด จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ กระทั่งชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.สืบทราบว่า ภายหลังก่อเหตุนายบุญธรรม ได้ย้อนกลับมาที่บริษัท จึงวางแผนติดตามจับกุมตัวไว้ได้ ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวนที่ บก.ป.
จากการสอบสวน นายบุญธรรมรับสารภาพว่า รู้จักกับ น.ส.รัตน์ตนา เพราะทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน โดยช่วงเดือนตุลาคม 2551 ได้คบหากันอย่างลึกซึ้ง แม้ว่าตนจะมีภรรยาและลูกอยู่แล้วแต่ น.ส.รัตน์ตนา ก็ไม่รังเกียจ แต่ต่อมามีเรื่องทะเลาะกันบ่อยครั้ง จึงเอ่ยปากขอแยกทาง แต่ฝ่ายหญิงไม่ยอม และบอกว่าหากจะเลิกกันต้องจ่ายค่าเสียหาย 2 หมื่นบาท ตนได้ต่อรองจนตกลงกันที่ 1.5 หมื่นบาท โดยจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก จึงพากันไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร พร้อมกับพาภรรยาตนไปด้วยเพื่อเป็นพยาน
นายบุญธรรมให้การต่อว่า หลังจากที่แยกทางกันแล้ว แต่ น.ส.รัตน์ตนายังมาตามราวีอีก เวลามีปัญหากันก็มักจะต่อว่าตนด้วยถ้อยคำหยาบคาย และตบตี นอกจากนี้ยังอ้างว่าจะฟ้องเรียกค่าเสียหายและให้คนมาดักทำร้าย จึงเกิดความโกรธแค้น จากนั้นได้วางแผนทำร้าย น.ส.รัตน์ตนา โดยลวงว่าจะไปรับยาบ้าจากเอเย่นต์เพื่อไปส่งต่อ นัดให้มาขึ้นรถทัวร์ที่สถานีขนส่งหมอชิต เมื่อรถวิ่งผ่านบริเวณที่เกิดเหตุ เห็นว่าเป็นที่เปลี่ยวจึงชวน น.ส.รัตน์ตนาลงจากรถมานอนเล่น ก่อนจะสบโอกาสชักมีดจากกระเป๋าออกมาจ้วงแทงใส่ที่หน้าอก 4-5 ครั้ง แต่ น.ส.รัตน์ตนาก็พยายามต่อสู้ขัดขืนตลอดเวลา
"เขาพยายามต่อสู้ ผมจึงใช้มีดแทงซ้ำไปที่หน้าท้อง และใช้มือบีบคอกับจมูก เมื่อเขาแน่นิ่งไปจึงใช้มีดกรีดกางเกงจนถึงกางเกงชั้นในเพื่ออำพรางว่าเป็นคดีฆ่าข่มขืน พร้อมกับนำใบไม้มาคลุมร่างไว้ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเขาสิ้นใจแล้วจึงคว้าท่อนไม้มากดทับที่ลำคอและนั่งขย่ม ก่อนเอามือปิดปากปิดจมูกจนเห็นว่าแน่นิ่งไป จึงหยิบเอาทรัพย์สินทั้งหมดมาขึ้นรถสองแถวหลบหนี” นายบุญธรรมกล่าว
นายบุญธรรมให้การอีกว่า หลังก่อเหตุได้นำทรัพย์สินต่างๆ ในกระเป๋าของผู้เสียหายทิ้งไว้บนรถทัวร์ระหว่างเดินทางกลับไปทำงานตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งยืนยันว่าคิดวางแผนและลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว ไม่ได้ร่วมมือกับใคร โดยลอกเลียนแบบมาจากภาพยนตร์ต่างประเทศ ส่วนเรื่องยาเสพติดก็ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องเพียงแต่ยกมาอ้างกับฝ่ายหญิง ซึ่งก็หลงเชื่อตน พร้อมกับบอกว่ายินดีจะติดคุกด้วยกันหากถูกจับได้ ตนรู้สึกเสียใจอย่างมากกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น อยากจะไปขอโทษหากมีโอกาสและยอมรับผลกรรมที่กระทำลงไป
ทั้งนี้ ชุดจับกุม กก.1 บก.ป.ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.วิเชียรบุรี รับไว้ดำเนินคดีต่อไป



