
ไต้หวันสอบ "โควิดหลุดจากห้องแลบ" นักวิจัยติดเชื้อหลังถูกหนูทดลองกัด
นักวิจัยไต้หวันติดโควิด หลังถูกหนูทดลองไวรัสกัด จากห้องแลบที่มีระบบความปลอดภัยขั้นสูง กลายเป็นผู้ติดเชื้อรายแรกในรอบกว่า 1 เดือน เร่งสอบก่อนสรุป หนูใช่ต้นตอหรือไม่
ไต้หวันเปิดสอบสวนกรณีผู้ช่วยนักวิจัยหญิง วัย 20 ปีเศษในกรุงไทเป ติดเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 เป็นรายแรกในรอบกว่า 1 เดือน โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ผู้ติดเชื้อรายใหม่ ฉีดวัคซีนโมเดอร์นาครบโดสแล้ว ไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศ แต่เธอเคยถูกหนูที่ทำให้ติดเชื้อไวรัสสำหรับการวิจัยในห้องแลบกัด 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ 15 ต.ค. เข้ารับตรวจเชื้อแบบแรปพิดเทสต์ ผลเป็นลบ ถูกกัดครั้งที่สองในวันที่ 19 พ.ย. แต่ไม่ได้เข้ารับการตรวจโดยไม่ทราบเหตุผล
26 พ.ย. เธอเริ่มไอเล็กน้อย และไอมากขึ้นในวันที่ 4 ธ.ค. แต่ไม่ได้ไปโรงพยาบาล กระทั่งมีปัญหาไม่รู้รสไม่รับกลิ่น ในวันที่ 8 ธ.ค. จึงได้เข้ารับการตรวจเชื้อแบบ PCR ทราบผลออกมาเป็นบวกในวันที่ 9 ธ.ค. เธอลาออกจากงานเมื่อ 3 ธ.ค. และเดินทางไปหลายที่ขณะมีอาการ สาธารณสุขไต้หวันติดตามผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและสัมผัสรวม 94 คน ส่วนใหญ่เป็นคนทำงานในห้องแลบ และเพื่อนสนิท จำนวนนี้ 80 คนผลตรวจเป็นลบ จึงไม่น่าจะทำให้เกิดการระบาดในวงกว้าง
ไต้หวันไม่พบผู้ติดเชื้อในชุมชนรายใหม่เลยนับจาก 5 พ.ย. ก่อนมาพบผู้ช่วยนักวิจัยติดโควิดรายแรก และเป็นลำดับที่16,816 เมื่อวานนี้ ( 9 ธ.ค.)
ผลวิเคราะห์ลำดับพันธุกรรมเบื้องต้นพบว่า เธอติดโควิดสายพันธุ์เดลตา แต่หนูที่ใช้ทดลองถูกทำให้ติดไวรัสหลายสายพันธุ์ Chen Shih-chung รัฐมนตรีสาธารณสุข ย้ำว่ายังต้องสอบสวนให้ครบถ้วน "เราเชื่อว่าความเป็นไปได้ของการติดเชื้อจากที่ทำงาน มีสูงกว่า เพราะเราไม่พบการติดเชื้อในชุมชนเลย ส่วนในที่ทำงานนั้น อาจเป็นออฟฟิศหรือห้องปฏิบัติการทดลองก็ได้ แต่เรามองว่าห้องแลบมีความเสี่ยงสูงกว่า ส่วนจะติดจากหนูกัด หรือในสภาพแวดล้อม ก็จะต้องสอบสวนกันต่อไป"
ผู้ติดเชื้อรายแรกในรอบกว่า 1 เดือน เคยทำงานสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ชีวภาพ ของ Academia Sinica สถาบันวิจัยชั้นนำและหนึ่งในห้องแลบความปลอดภัยชีวภาพระดับ 3 จำนวน 18 แห่งของไต้หวัน อย่างไรก็ดี เท่าที่มีข้อมูลจนถึงขณะนี้ ความเสี่ยงที่สัตว์แพร่โควิดสู่คนยังถือว่าต่ำ แต่ยังต้องศึกษาเพื่อทำความเข้าใจต่อไปว่า ไวรัสโคโรนามีผลต่อสัตว์แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร



