
เตือนภัยอินเทอร์เน็ตช่วงปิดเทอมทำเด็กหายพุ่ง
ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา คณะผู้วิจัยจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดตัว คู่มือติดตามคนหายเล่มแรกในประเทศไทย กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประเทศ
นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ประธานมูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า บริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาส่งผลให้แนวโน้มคนหายมีเพิ่มมากขึ้น และไม่ใช่เป็นหน้าที่เฉพาะภาครัฐและเอ็นจีโอที่จะติดตามแก้ปัญหา แต่กุญแจสำคัญ คือ ครอบครัวเป็นตัวละครหลักในการติดตาม และทุกช่วงปิดภาคเรียนจะพบปัญหาเด็กหายค่อนข้างสูง ด้วยปัจจัยจากแรงกดดันภายในครอบครัว และปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะโลกไซเบอร์ที่กระตุกเด็กให้ออกจากบ้าน
น.ส.ธิติมา หมีปาน หน.ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า สถิติที่ศูนย์ได้รับแจ้งถึงคนหายผ่านทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต เฉลี่ยวันละ 10-15 ราย โดย 80% สามารถติดตามกลับมาได้ โดย 1% ที่ติดตามมาเสียชีวิต และคนที่หายส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงในช่วงอายุ 11-15 ปี ทั้งหายออกจากบ้านด้วยความสมัครใจและถูกล่อลวงผ่านการแชททางอินเทอร์เน็ต ไฮไฟว์ เฟซบุ๊ก รวมถึงเอสเอ็มเอส ซึ่งมีบริการจากเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรายหนึ่งที่เปิดให้สมัครสมาชิกเพื่อแชทผ่านเอสเอ็มเอส และกำลังได้รับความสนใจในหมู่เด็กเพราะสามารถแชทใต้โต๊ะในห้องเรียนได้ และวิธีการดังกล่าวเคยมีกรณีที่เด็กถูกล่อลวงหายตัวไป
อย่างไรก็ตาม คู่มือติดตามคนหายจะเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวเพื่อรับทราบข้อมูลเบื้องต้นในการติดตามและการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อตำรวจในการเรียนรู้วิธีการติดตาม ซึ่งผู้สนใจสามารถขอรับได้ฟรีที่มูลนิธิกระจกเงา
ด้าน รศ.พ.ต.อ.หญิง พัชรา สินลอยมา หน.คณะวิจัยคู่มือติดตามคนหาย จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ กล่าวว่า สาเหตุคนหายไม่ใช่เฉพาะถูกล่อลวง ลักพาตัว สมัครใจ แต่กลายเป็นฆาตกรรมด้วย รวมถึงอาจเกี่ยวโยงถึงคดีต่างๆ ดังนั้นตำรวจจึงต้องให้ความสนใจกับปัญหาคนหายให้มากขึ้น



