
สาวใหญ่ช็อกถูกฟ้องเป็นหนี้2ล้านไม่รู้ตัว
สาวใหญ่วัย 46 ปี เป็นงง !! จู่ๆ มีหมายฟ้องส่งถึงบ้าน เรียกค่าเสียหาย 2 ล้านบาท ฐานฉ้อโกง ตั้งบริษัทชักชวนคนมาร่วมลงทุนทำธุรกิจซื้อขายทางอินเทอร์เน็ต เจ้าตัวเผย มีอาชีพเป็นแม่บ้าน บัตรเอทีเอ็มยังใช้ไม่เป็นจะเอาปัญญาที่ไหนไปเปิดบริษัท หลอกคนอื่น
วันที่ 11 มีนาคม นางแจ่มศรี ประเสริฐศรี อายุ 46 ปี อาชีพแม่บ้าน อยู่บ้านเลขที่ 2428/1 ถ.เดชอุดม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน พร้อมนำหลักฐานหมายศาลแพ่งกรุงเทพใต้ คดีหมายเลขดำ ที่ 103/2552 ที่ถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 2 ล้านบาท
หมายศาลแพ่งระบุว่า นายอมรเทพ กลิ่นสุคนธ์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/1 หมู่ 4 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางแจ่มศรี ประเสริฐศรี พร้อมพวก 14 คน ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน เรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 2 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 3.5 ต่อปี ซึ่งจำเลยถูกฟ้องในฐานะกรรมการบริหารบริษัท ริชพาวเวอร์ อีคอมเมอรซ์ จำกัด เป็นบริษัทรับสมัครลูกค้าซื้อขายทางอินเทอร์เน็ต หรืออีเมล ได้ชักชวนให้นายอมรเทพ ซึ่งเป็นโจทก์ ให้ร่วมลงทุนประกอบธุรกรรมการซื้อขายทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งโฆษณาว่าจะได้ค่าตอบแทนมูลค่าสูง และธุรกิจดังกล่าวขยายวงกว้างไปสู่ประเทศอเมริกาและแคนาดา แต่เมื่อนายอมรเทพได้ร่วมลงทุนไปแล้วกลับไม่ได้รับค่าตอบแทนตามที่แอบอ้าง นายอมรเทพจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนางแจ่มศรี พร้อมพวก 13 คน ในฐานฉ้อโกงประชาชน ก่อนจะมีหมายศาลส่งมาถึงบ้านของนางแจ่มศรี
นางแจ่มศรีกล่าวว่า เมื่อวันที่14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มีบุรุษไปรษณีย์นำหมายเรียกมาส่งที่บ้านแล้วครั้งหนึ่ง ก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าเป็นเอกสารจากศาลจังหวัดนครราชสีมา เกี่ยวกับการอบรมให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ผู้นำชุมชน ซึ่นตนเป็นผู้ช่วยผู้นำชุมชนตำบลหนองไผ่ล้อม ที่ทุกครั้งจะไปอบรมความรู้ด้านกฎหมายบ่อยครั้ง แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา ก็มีหมายศาลส่งมาที่บ้านอีก เมื่อเปิดอ่านก็ต้องตกใจ เพราะได้ตกเป็นผู้ต้องหาถูกฟ้องในข้อหาฉ้อโกงประชาชน พร้อมเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 2 ล้านบาท โดยในหมายศาลระบุว่า ไปหลอกลวงประชาชนให้ลงทุนประกอบธุรกรรมการซื้อขายทางอิเล็กทรอนิกส์ จนถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย โดยหมายศาลมีคำสั่งนัดให้มีการไกล่เกลี่ยในวันที่ 1 เมษายนนี้ ที่ศาลแพ่ง กรุงเทพใต้
นางแจ่มศรีกล่าวว่า ขอยืนยันว่าไม่เคยทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แต่อย่างใด ส่วนตัวไม่มีความรู้ด้านการใช้คอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ต กดเงินจากตู้เอทีเอ็มยังทำไม่เป็น แล้วจะไปหลอกลวงคนอื่นในเรื่องธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างใด การประกอบธุรกิจการซื้อขายที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ไม่รู้ว่าทำอย่างไร และไม่เคยรู้เรื่องเลยว่าธุรกิจดังกล่าวมีจริงหรือไม่
"มีอาชีพเป็นแม่บ้านรายได้น้อย จะเอาเงินที่ไหนไปเปิดบริษัทหลอกคนอื่น จึงมาร้องขอความเป็นธรรม แต่หากจะต้องจ่ายเงิน 2 ล้านจริงก็คงไม่มีให้ และไม่รู้จะไปหามาจากไหน ส่วนเรื่องที่ศาลนัดไกล่เกลี่ยในวันที่ 1 เมษายนนี้ ก็จะเดินทางไปตามนัด เพื่อไปยืนยันความบริสุทธิ์และชี้แจงว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้" นางแจ่มศรีกล่าว



