ข่าว

ก้าวไกลชี้ครอบครัว “นิพนธ์” หาประโยชน์จากนิคมฯจะนะ เป็นความวิบัติรัฐบาล

ก้าวไกลชี้ครอบครัว “นิพนธ์” หาประโยชน์จากนิคมฯจะนะ เป็นความวิบัติรัฐบาล
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

“ประเสริฐพงษ์”ส.ส.ก้าวไกล ชี้ “นิพนธ์” ยอมรับครอบครัวมีเอี่ยวขบวนการกว้านซื้อที่ดินหาประโยชน์จาก “นิคมฯจะนะ” เป็นความวิบัติร่วมกันของคณะรัฐมนตรี ด้าน “อมรัตน์” งัดลายเซ็นนายกฯ โชว์สภา จี้รับผิดชอบคำสัญญากับประชาชน

วันนี้ (8 ธ.ค.) ที่อาคารรัฐสภา ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ สัดส่วนภาคใต้ พรรคก้าวไกล แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ถึงกรณีที่ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงกรณีที่เขาและครอบครัวมีส่วนในการกว้านซื้อที่ดินเพื่อเอื้อต่อนายทุนในการก่อสร้างโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ อ.จะนะ จ.สงขลา ในฐานะที่เป็นผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจ นายนิพนธ์ ในเรื่องนี้ และจากกรณีที่นายนิพนธ์ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนและปรากฎไปยังพี่น้องประชาชน ตนเองถือว่าเป็นคำสารภาพที่นายนิพนธ์ ยอมรับว่ามีการรวบรวมที่ดินและกว้านซื้อที่ดินไปขายนายทุนจริง และขอตั้งคำถามต่อไปยัง นายนิพนธ์ ว่าจริงหรือไม่ ที่นายนิพนธ์ได้เเถลงต่อ สภา อบจ.สงขลา ถึงนโยบายสนับสนุนนิคมจะนะในปี 2556 ในสมัยที่ดำรงตำเเหน่งนายก อบจ.สงขลา ซึ่งขัดเเย้งกับคำให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ที่ระบุว่ารัฐบาลมีโครงการตั้งแต่ปี 2559 

 

ก้าวไกลชี้ครอบครัว “นิพนธ์” หาประโยชน์จากนิคมฯจะนะ เป็นความวิบัติรัฐบาล

ประเด็นต่อมา การรวบรวมที่ดินเพื่อหาประโยชน์จากส่วนต่างและทำกำไรหลักร้อยล้านบาท ผ่านเป็นเครือข่ายญาติพี่น้องจากโครงการที่ นายนิพนธ์ เป็นผู้ผลักดัน ถือว่าผิดกฎหมายว่าด้วยการขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่ เพราะนายนิพนธ์ดำรงตำเเหน่งในคณะรัฐมนตรี ย่อมรู้ล่วงหน้า ตามข้อเท็จจริงที่ตนเองอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบหรือไม่ และมีคำถามต่อไปว่า ตกลงแล้วนิคมฯจะนะ มีเพื่อรองรับผลประโยชน์ของใครกันแน่ มีนักเก็งกำไรในพื้นที่จริงหรือไม่ มีการเปลี่ยนแปลงผังเมืองโดยมิชอบหรือไม่ เเละการสั่งให้สำนักงานที่ดินสงขลาและเครือข่ายรีบออกเอกสารสิทธิ์อย่างรวดเร็วจริงหรือไม่

 

มีการจัดลำดับการออกเอกสารสิทธิ์อย่างไม่เป็นธรรมโดยประชาชนที่รอมานานยังคงไม่ได้รับการออกเอกสารสิทธิ์แต่ไปจัดอยู่อันดับท้ายๆ แต่กลุ่มที่ได้เอกสารสิทธิ์คือกลุ่มที่จะสามารถรีบขายต่อได้จริงหรือไม่ และมีการส่งตำรวจทหาร นักปกครอง ไปข่มขู่คุกคามให้ร้ายประชาชน ครูสอนศาสนาอิสลาม และพี่น้องประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการที่ทำลายวิถีชุมชนและทำลายทรัพยากรธรรมชาติที่จะนะจริงหรือไม่

 

“ผมขอตั้งคำถามฝากไปยัง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เเละ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ด้วยว่า ท่านกระอักกระอ่วนใจหรือไม่ในการที่นั่งประชุมคณะรัฐมนตรี ครม.กับคนที่ท่านเซ็นคำสั่งให้พ้นจากราชการ ซึ่งหากเปรียบเทียบกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ หากกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้พ้นจากราชการ จะไม่มีโอกาสมานั่งในคณะรัฐมนตรีแน่นอน นี่คือบรรทัดฐานคุณธรรมจริยธรรมของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์หรือไม่ โครงการนี้คือการกระทำเเบบนายทุนคิด ทหารดัน นักการเมืองหาผลประโยชน์ สิ่งที่รัฐบาลกำลังกระทำมันชอบธรรมต่อประชาชนหรือไม่ ประเด็นเหล่านี้พวกท่านต้องตอบคำถามให้ได้” ประเสริฐพงษ์ กล่าว



นอกจากนี้ ในช่วงปรึกษาหารือของสภาผู้แทนราษฎร นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ต่อกรณีที่รัฐใช้กำลังสลายการชุมนุมอย่างสงบของพี่น้องชาวจะนะอย่างป่าเถื่อนที่หน้าทำเนียบรัฐบาล พวกเขาเดินทางเกือบหนึ่งพันกิโล จากสงขลามาทวงสัญญาที่หน้าทำเนียบฯ เพราะรัฐบาลสัญญากับพวกเขาเมื่อเดือน ธ.ค.ปีกลายว่า จะยุติการดำเนินการโครงการสร้างนิคมฯ จนกว่าจะมีการตรวจสอบความไม่ปกติตามที่ถูกตั้งข้อสังเกตเสร็จสิ้น แต่สุดท้ายก็ทำผิดสัญญาโดยมีการขยับขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่ต่อ 

 

ก้าวไกลชี้ครอบครัว “นิพนธ์” หาประโยชน์จากนิคมฯจะนะ เป็นความวิบัติรัฐบาล

 

พวกเขามารอที่หน้าประตูทำเนียบรัฐบาล เพียงต้องการเจรจาพูดคุยกับนายก ด้วยเหตุผล 2 ข้อ คือ หนึ่งโครงการนี้ดำเนินงานโดย ศอ.บต. ที่มี นายกฯเป็นประธาน และสอง นายกฯเป็นผู้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาปัญหาการสร้างนิคมฯ จะนะขึ้นมาโดยเฉพาะ ดังนั้น ท่านจะปัดความรับผิดชอบไปให้คนอื่นไม่ได้ พวกท่าน ธรรมนัส-ประยุทธ์ (ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) จะขบเหลี่ยมทางการเมืองกันอย่างไรเป็นเรื่องหนึ่ง แต่สำหรับพวกเขา ท่านคือ ครม.เดียวกัน คือรัฐบาลที่มีหน้าที่รับผิดชอบคำสัญญาและแก้ไขปัญหาให้

 

“นอกจากจะไม่ดูดำดูดี ไม่ออกมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมที่มารอถึงหน้าประตูทำเนียบฯ อย่างคนมีวุฒิภาวะแล้ว ยังใช้กำลัง คฝ.สลายการชุมนุมโดยสงบสันติของพวกเขาอย่างป่าเถื่อน และรุนแรงเกินกว่าเหตุ ที่เลวร้ายที่สุดอีกอย่างหนึ่งคือการลิดรอนจำกัดเสรีภาพสื่อสารมวลชน ‘เสียชีพอย่าเสียสัตย์’ สำหรับเรียก ‘ลูกเสือ’ แต่พวกไม่เคยรักษาสัจจะวาจาที่ให้ไว้กับประชาชน เขาเรียกว่า ‘ลูกหมา’ ” นางอมรัตน์ ระบุ

 

ก้าวไกลชี้ครอบครัว “นิพนธ์” หาประโยชน์จากนิคมฯจะนะ เป็นความวิบัติรัฐบาล

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด