ข่าว

บัญญัติวิเคราะห์เครือข่ายทักษิณนิยมรุนแรง

บัญญัติวิเคราะห์เครือข่ายทักษิณนิยมรุนแรง

23 ก.พ. 2553

“บัญญัติ” วิเคราะห์ เครือข่าย “แม้ว” นิยมความรุนแรง เผย “แดงแทงกันเอง” หรือ “ยุทธการหมาเน่าลอยน้ำ” สร้างภาพ แตกกัน แต่ “โกรธง่ายหายเร็ว- มีผลปย.” ปูด แผนขน ปชช. เข้า กรุง รวมพล สระบุรี ยอมรับ ห่วงพื้นที่ “อีสาน”

 (23ก.พ.)  รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์แจ้งว่า ในที่ประชุมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้วิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองและความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา ที่จะล้มรัฐบาลเพื่อจะกลับมาใช้รัฐธรรมนูญปี 40 เป็นเส้นทางนิรโทษกรรม เพื่อให้ตัวเองพ้นข้อกล่าวหาต่างๆ โดยยกข้ออ้างว่าเป็นการต่อสู้กับความไม่ชอบธรรมแบบ 2 มาตรฐาน ว่าต้องยึดตามที่แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง เคยประกาศไว้ว่าครั้งนี้เป็นสงครามครั้งสุดท้าย

 “เพราะนปช.มีทั้งพลังมวลชน และกำลังทรัพย์ในการเคลื่อนไหว เข้าภาษิตจีนที่ว่า “มีเงินจ้างผีโม่แป้งได้” จึงเกิดยุทธการแดงเป็นล้านไม่ชนะไม่เลิก ซึ่งเดิมจะระดมคนเข้ากรุงเทพฯ กดดันการพิพากษาของศาลฎีกา เมื่อประมวลกับกรณีที่มีอดีตนายทหาร จปร.ตบเท้าเข้าพรรคเพื่อไทยเป็นจำนวนมาก ทั้งกรณีพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ออกมาเปิดเผยว่า ได้ตั้งกองกำลังเสือดำ หรือกรณีพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่ระบุว่ามีการจัดตั้งกองทัพแดง เป็นกองกำลังประชาชนที่ขึ้นตรงต่อพ.ต.ท.ทักษิณ แสดงให้เห็นว่าเขามีความมั่นใจมีการเตรียมการที่จะใช้กำลัง ส่อให้เห็นชนว่าเป็นการนิยมความรุนแรง” นายบัญญัติ กล่าว

 กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต่อมาได้เกิดภาวะแดงแทงกันเอง หรือยุทธการหมาเน่าลอยน้ำ ที่แม้ภาพจะทำให้เห็นว่าแตกกัน แต่คนกลุ่มนี้ก็เป็นประเภทโกรธง่ายหายเร็ว มีผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง จึงเกิดเหตุการณ์ยิงเอ็ม 79 และวางระเบิดซีโฟร์เพื่อแสดงผลงาน สำหรับการชุมนุมเคลื่อนไหวที่หลายฝ่ายคาดว่าจะเกิดในวันที่ 26 ก.พ.ก็ประสบปัญหาเรื่องยานพาหนะในการขนส่งมวลชน และแกนนำมีความเห็นต่างกันในยุทธการกดดัน แต่ยังน่าเป็นห่วงที่ในต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคอีสานจะมีการชุมนุมที่มีผู้คนจำนวนมาก อาทิ จ.ขอนแก่นและหนองบัวลำภู มีการกล่าวจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงและโจมตีประธานองคมนตรีอย่างหนัก ถือเป็นการปลุกระดมมวลชนเพื่อเผาหัวก่อนวันจริง

 นายบัญญัติ กล่าวว่า จะเห็นว่าเมื่อประมวลกับการประกาศของแกนนำเสื้อแดงที่ขู่ไว้ว่า 3 เดือนอันตราย และร่นมาเป็น 1 เดือนอันตราย จนถึง 10 วันอันตราย และล่าสุด 3 วันอันตราย แต่ก็ยังไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้น เพราะประสบปัญหาเรื่องการขนมวลชนและการแตกคอ แต่มีการนัดหมายกันแล้วในการใช้รถกระบะขนคนเข้ากรุง โดยภาคเหนือให้รวมพลนปช.ที่ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ ภาคอีสานให้รวมที่จ.นครราชสีมา และมารวมกันที่จ.สระบุรี ซึ่งมีการวางฐานและยุทธศาสตร์ และการเคลื่อนไหวกันไว้แล้ว ยอมรับ ดีใจมี นปช.บางส่วนยอมกลับใจ แนะ “รบ.” ตั้ง “ศูนย์อำนวยการด้านความมั่นคง” คาดหลัง 26 ก.พ.รัฐบาลตกเป็นเป้าสารพัดปัญหา แนะ รบ. จัดรายการวิเคราะห์ ทำความเข้าใจกับ ปชช. ต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “คำพิพากษาของศาล”

 “ยังมีส่วนที่น่าดีใจว่ายังมีคนเสื้อแดงกลุ่มหนึ่งกลับใจ เมื่อรับทราบข้อเท็จจริง และไม่เห็นด้วยกับวิธีการเตรียมการใช้ความรุนแรง เมื่อรวมกับบทเรียนในเหตุสงกรานต์เลือดที่ประชาชนในชุมชนต่างๆ ของกรุงเทพฯ ได้รวมตัวกันปกป้องชุมชนของตัวเอง เช่น ชุมชนนางเลิ้ง ชุมชนสาทร ดินแดง เพชรบุรี จึงทำให้แกนนำคนเสื้อแดงต้องตระหนักว่า สังคมไม่เห็นด้วย และสถานการณ์ยังไม่สุกงอมพร้อมที่จะปฏิบัติการตามแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะประชาชนรู้ทันแผนของคนเสื้อแดงทั้งหมด ทั้งนี้ขอให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการติดตามด้านความมั่นคง ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงก็ให้ยกระดับเป็นศูนย์อำนวยการด้านความมั่นคงใน กทม. โดยให้ชุมชน ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย” นายบัญญัติ กล่าว

 กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ช่วง 2-3 วันนี้ก่อนการพิจารณาคดียึดทรัพย์ เชื่อว่าคนเสื้อแดงยังไม่พร้อมที่จะเคลื่อน เพราะต้องฟังคำตัดสินของศาล และรอฟังคำสั่งจากพ.ต.ท.ทักษิณก่อน นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอีก 3 เรื่องที่คนเสื้อแดงจะไม่เคลื่อนคือ 1.ความขัดแย้งของกลุ่มการเมืองภายในพรรคเพื่อไทย 2.ความขัดแย้งของแกนนำนปช. และ 3.ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจมากขึ้นว่าคดี 7.6 หมื่นล้านบาทเป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม จึงไม่สามารถจะชักชวนคนมาร่วมชุมนุมได้เป็นล้านอย่างที่แกนนำเสื้อแดงประเมิน ในส่วนของพ.ต.ท.ทักษิณก็พยายามเคลื่อนไหวล้มล้างสถาบัน และพรรคการเมืองคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าในช่วงหลังวันที่ 26 ก.พ. อาจจะมีการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบขึ้นบ้างแต่ก็ไม่รุนแรง ก็เพื่อต่อรองกับรัฐบาล โดยพ.ต.ท.ทักษิณยังมีการปลุกระดมมวลชนว่า นปช.ต้องยอมเจ็บเพื่อชาติ

 “ในวันที่ศาลพิพากษาขอเสนอให้รัฐบาลจัดรายการวิเคราะห์ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเชิญนักวิเคราะห์มาสะท้อนว่าคำพิพากษาของศาลมีความหมายอย่างไร และหลังการตัดสินคดีไปแล้ว เชื่อว่าจะมีปฏิกิริยาโต้กลับมาที่รัฐบาล เช่นปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นและการเตรียมความพร้อมเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะการเมืองนอกสภาจะต้องมีการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง ดังนั้น ในสภาก็ต้องจะเป็นที่พึ่งหรือเป็นหลักให้ได้ เพราะสงครามยังคงยืดเยื้อต่อไป ยังไม่สามารถสิ้นสุดได้ในเร็ววันนี้ ซึ่งรัฐบาลต้องตั้งหลักให้ดี” นายบัญญัติ กล่าว