ข่าว

6กองเชียร์ท่าเรือมอบตัวแมทช์24ก.พ.เล่นสนามปิด

6กองเชียร์ท่าเรือมอบตัวแมทช์24ก.พ.เล่นสนามปิด

24 ก.พ. 2553

6 กองเชียร์ "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือไทย ยอมรับผิดไล่ทำร้ายกองเชียร์เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ตบเท้าเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผกก.สน.ปทุมวัน แล้ว


ส่วนที่เหลือหากไม่เข้ามอบตัวเตรียมออกหมายจับ ขณะที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้รับหนังสือยืนยันจากสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย สั่งแมทช์เอเอฟซี คัพ 24 ก.พ.นี้ เล่นในสนามปิด
 เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่ สน.ปทุมวัน "หมู ท่าเรือ" นายมงคล สันติกุล ประธานกองเชียร์สโมสรการท่าเรือไทย นำ 6 กองเชียร์ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทำร้ายร่างกายแฟนบอลเมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่สนามศุภชลาศัย ประกอบด้วย นายประสิทธิชัย แย้มขยาย, นายสนธยา ยอดบุรี, นายจีระพงษ์ พัดนวล, นายวุฒิพงษ์ เกตุสุขำ, นายฉัตรชัย ขันทอง และนาย โอกาสดี แก่นจันทร์ เข้ามอบตัวต่อ พ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผกก.สน.ปทุมวัน


 ประธานกองเชียร์สิงห์เจ้าท่า กล่าวว่า เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทั้ง 6 คน ได้แสดงความเป็นลูกผู้ชาย อีกทั้งตนเห็นว่าการทะเลาะวิวาทย่อมต้องมีคู่กรณี ทางแฟนบอลการท่าเรือไทย ไม่ได้เป็นผู้ลงมือก่อน แต่เป็นการป้องกันตัว มีการยั่วยุจากแฟนบอลฝ่ายตรงข้าม ทั้งตะโกนด่า และกวักมือเรียก ซึ่งทั้งหมดต้องดูภาพเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น อย่าดูเฉพาะความรุนแรงที่แฟนบอลการท่าเรือไทยก่อเหตุ  อีกทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขออย่าโทษการพวกตนฝ่ายเดียว เพราะการเชียร์ในวันเกิดเหตุ ไม่ได้มีการแบ่งโซน และมีรั้วกันอย่างชัดเจนทำให้เกิดการกระทบกระทั่ง รวมถึง รปภ.ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ไม่ได้เข้าห้ามเพื่อป้องกันแต่อย่างใด ขณะเดียวกันในกลุ่มแฟนบอลการท่าเรือไทยมีคนได้รับบาดเจ็บเช่นกัน แต่พวกเรายึดคติว่า เสือเจ็บจะไม่คราง ดังนั้นไม่มีการเข้าแจ้งความแน่นอน
 
 นอกจากนี้ในส่วนของการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี คัพ รอบแบ่งกลุ่ม รอบแรก ในวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ ที่สนามศุภชลาศัย ระหว่างการท่าเรือไทย กับ ดานัง ของเวียดนาม ล่าสุด นายพิเชฐ มั่นคง ประธานสโมสรการท่าเรือไทย ได้ทำหนังสือขออุทธรณ์การลงโทษ โดยมีหนังสือลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เรียนนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ภายหลังมีมติไม่ให้มีการจำหน่ายบัตรให้แฟนบอลชาวไทยเข้าชมในเกมดังกล่าว โดยมีเนื้อหาสรุปได้ว่า สโมสรไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อให้เกิดเหตุรุนแรง หากเป็นเพียงผู้เข้าร่วมการแข่งขันเท่านั้น ดังนั้นฝ่ายจัดการแข่งขันสมควรเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะจะต้องเป็นฝ่ายที่หาวิธีการป้องกันเหตุต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น หรือเมื่อมีความไม่สงบเกิดขึ้น และไม่สามารถจัดการกับเหตุการณ์ได้ สมควรจะได้พิจารณาตนเองก่อนโทษผู้อื่น, สโมสรไม่ได้มีนิติสัมพันธ์ใดกับผู้ก่อเหตุ และไม่อาจบังคับให้ใครเข้ามาชมและเชียร์ทีมฟุตบอลที่ตนนิยมชมชอบ การที่สมาคมมีมติให้สโมสรต้องรับผิดในการกระทำของผู้ใดที่ผิดต่อกฏหมายอาญาที่ควรรับผิดชอบเป็นส่วนตัวจึงเป็นการพิจารณาไม่ชอบด้วยกฏหมาย


 การที่สโมสรออกมาประกาศแสดงความเสียใจ และขอรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ โดยไม่คำนึงว่าเป็นฝ่ายผิดหรือไม่ มิได้หมายความว่าเป็นความรับผิดชอบของสโมสร หากแต่เป็นการกระทำเพื่อมนุษยธรรมและตั้งใจพัฒนาฟุตบอลให้เป็นที่ยอมรับศรัทธาในฟุตบอลไทย, ส่วนการแข่งขันเอเอฟซี คัพ ที่การท่าเรือไทย จะเป็นเจ้าภาพนั้น ได้ผ่านการตรวจสอบของผู้ควบคุมการแข่งขันของเอเอฟซีแล้ว และไม่ได้มีหนังสือจากเอเอฟซีถึงสมาคมฟุตบอลฯในการสั่งห้ามแฟนบอลเข้าชม ดังนั้นน่าจะเป็นการปฏิบัติงานก้าวล่วงต่อหน้าที่ของผู้ควบคุมการแข่งขัน และสุดท้ายคือ การท่าเรือไทย ยังไม่ได้เคยได้มีโอกาสชี้แจงแสดงหลักฐานใด ๆ ต่อสมาคม ตามหลังธรรมาภิบาลที่ดีเลย