
สตง.พบพิรุธซื้อจีที200จ่อเรียกเอกชน-กองทัพแจง
สตง.แจงกมธ.ความมั่นคงพบพิรุธจัดซื้อจีที 200 ผิดปกติหลายจุด เล็งสอบความสัมพันธ์บริษัทกับกองทัพ มั่นใจผลสอบอัลฟ่า6สรุปส่งปปช.ได้ก่อนจีที200หลังตามดมกลิ่นมานาน นายกฯสั่งก.วิทย์-กห.ลงพื้นที่ใต้ปรับแผนใช้จีที200 สาทิตย์เตรียมหาช่องกฎหมายเรียกค่าเสียหาย บ.ขา
(23ก.พ.) คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเจะอามิง โตะตาหยง เป็นประธานคณะกรรมาธิการและเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบประสิทธิภาพเครื่องจีที 200 เป็นประธานกมธ.ในวันนี้โดยเชิญผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)มาให้ข้อมูล แต่ฝ่ายสตง.ได้มอบหมายให้นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและคณะมาชี้แจงแทน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายพิศิษฐ์ ได้ชี้แจงต่อกมธ.ว่า ขณะนี้สตง.ได้เข้ามาตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องจีที 200 แล้วและได้ตั้งข้อสังเกตุเบื้องต้นว่า มีการตั้งราคาที่แตกต่างกันจริง โดยมีเพียงแค่บริษัทเดียวที่เป็นผู้เสนอราคาและชนะการประมูลโดยวิธีพิเศษตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งสตง.จะเข้าไปดูในรายละเอียดว่าการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละครั้งมีการฮั้วกันหรือไม่ แม้กระทั่งต้องตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อด้วย
ภายหลังการประชุมนายเจะอามิง กล่าวว่า กมธ.ได้ขอเอกสารการจัดซื้อจัดจ้างจากกองทัพ แต่ทางกองทัพแจ้งว่าเป็นความลับที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ ดังนั้นในสัปดาห์หน้ากมธ.จะเชิญบริษัทเอกชนที่เป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้มาให้ข้อมูล อย่างไรก็ตามแม้กองทัพจะไม่ให้เอกสารการจัดซื้อจัดจ้างต่อกมธ. แต่เราและสตง.ก็ยังสามารถหาได้จากส่วนอื่น โดยเรื่องนี้ได้พันไปถึงการจัดซื้อเครื่องอัลฟ่า 6 ด้วยที่สตง.ได้เข้าไปตรวจสอบระยะหนึ่งแล้วและพบว่ามีความผิดปกติในเรื่องราคาเช่นเดียวกัน แต่มีหลายบริษัทเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งสตง.ระบุว่าจะสามารถสรุปความผิดปกติของการจัดซื้อเครื่องอัลฟ่า 6 ส่งป.ป.ช.ได้ก่อนจีที200
นายเจะอามิง กล่าวอีกว่า สำหรับตนถือว่าได้จบภารกิจจากการเป็นคณะกรรมการตรวจสอบประสิทธิภาพของจีที 200 แล้ว ส่วนที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดเดิมมาตรวจสอบโครงการอัลฟ่า6 อีกนั้น คณะกรรมาธิการฯมีมติไม่อนุญาตให้ตนไปร่วมเป็นกรรมการตรวจสอบ เพราะไม่อยากให้ใช้คณะกรรมการชุดเดียวกับจีที 200 เนื่องจากสังคมอาจเกิดข้อคลางแคลงใจได้
นายกฯสั่งก.วิทย์-กห.ลงพื้นที่ใต้ปรับแผนใช้จีที200
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เรื่องการทดสอบเครื่องจีที 200 และเครื่องอัลฟ่า 6 ว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ทำรายงานผลการทดสอบเครื่องจีที 200 เรียบร้อยแล้วและครม.ได้มอบหมายให้ไปลงพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับกระทรวงกลาโหมและกองทัพ ซึ่งใช้เครื่องมือนี้อยู่ โดยอยู่ในระหว่างการนัดหมายกัน ซึ่งอาจจะไปในช่วงสัปดาห์นี้ก็ได้ แต่เราต้องการให้เร็วที่สุด เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจและปรับแผนการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีเครื่องมือตัวนี้
"ระหว่างนี้ก็มีแนวทางชัดเจนว่าไม่ให้ใช้เครื่องมือตัวนี้กับบุคคล ใครที่เอาไปใช้ในการตรวจพื้นที่เจ้าตัวและประชาชนจะต้องได้รับแจ้งในเรื่องของความเสี่ยง แต่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯก็พร้อมที่จะไปทำความเข้าใจและแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีที่จะช่วยในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และนำไปสู่การวางแผนที่จะไม่ใช้เครื่องมือเหล่านี้ต่อไป "นายอภิสิทธิ์ กล่า
ส่วนกรณีอัลฟ่า 6 นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็จะมีการทดสอบเช่นเดียวกับจีที 200 โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯและคณะกรรมการก็จะรับไปดำเนินการเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นก็ยังเป็นมติให้ทุกหน่วยงานที่ซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ทำรายงานขึ้นมาว่ามีการจัดซื้อจัดจ้างอย่างไร ปริมาณเท่าไร ช่วงระยะเวลาใด ราคาเท่าไร และกระบวนการเป็นอย่างไรทั้งหมดและครม.ได้มอบหมายให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปดูในเรื่องของการรับผิดของบริษัทในเชิงของข้อกฎหมายทั้งหลาย
เมื่อถามว่าเพราะอะไรจึงไม่ใช่หน่วยงานวิทยาศาสตร์ของกองทัพในการดำเนินการทดสอบการใช้เครื่องในพื้นที่ แทนการใช้หน่วยงานวิทยาศาสตร์จากส่วนกลาง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานวิทยาศาสตร์ส่วนกลางเป็นผู้ทำการทดลอง ที่มีเครื่องมือพร้อมและทุกฝ่ายยอมรับผล
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในอ.โคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เมื่อ 22 ก.พ. ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องจีที 200 นั้นขณะนี้มีคำอธิบายที่ต่างกัน โดยฝ่ายหนึ่งระบุว่ามีอุปกรณ์ตัวนี้เข้าไปแล้วก็ยังมีเหตุระเบิด แต่หน่วยงานก็รายงานว่าอุปกรณ์นี้ยังเข้าไม่ถึงพื้นที่ก็เกิดระเบิดเสียก่อน ขณะเดียวกันหากสมมติว่าเหตุที่เกิดขึ้นไม่มีเครื่องมือตัวนี้แล้วเกิดการระเบิด ตนก็จะถูกหน่วยงานที่ปฏิบัติอยู่บอกว่าไปห้ามใช้จึงไม่สามารถตรวจหาระเบิดเจอ
" ต้องเข้าใจว่าเรามีการพิสูจน์จากส่วนกลาง ซึ่งเราต้องเอาผลนี้ไปทำความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติที่ยังเชื่อในทางตรงกันข้ามอย่างเห็นได้ชัด และจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีเทคโนโลยีอื่นหรืออุปกรณ์ตัวอื่นที่ทำในสิ่งที่ผู้ปฏิบัติเห็นว่าใช้การได้ เราจึงบอกว่าอย่าเอาอุปกรณ์ตัวนี้ไปใช้ให้กระทบกับสิทธิ์ส่วนบุคคล และใครจะใช้ก็ต้องรู้ว่ามันมีผลการทดสอบอย่างนี้อยู่ "นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้าย
“เจษฎา” อ้างไม่สบายใจ ขอออกคกก.ทดสอบจีที200
ที่ทำเนียบรัฐบาล คุณหญิงกัลยา โสภณพาณิช รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อชี้แจงผลการทดสอบเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิด จีที 200 และทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการไม่ให้ใช้เครื่องมือนี้ ว่า เดิมตนจะเดินทางไปในวันที่ 24 ก.พ.นี้ แต่เนื่องจากแม่ทัพภาคที่ 4 ไม่ว่าง จึงจะยังไม่เดินทางไป แต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม รับเป็นผู้ประสานงานในเรื่องนี้ว่าถ้าจะเดินทางลงพื้นที่วันใด ก็สามารถไปได้ ซึ่งคงจะเดินทางไปภายในสัปดาห์นี้เป็นต้นไป โดยการที่ตนและกรรมการทดสอบประสิทธิภาพเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิด จีที 200 จะลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการไปชี้แจง รวมถึงทำความเข้าใจในเรื่องการทดสอบทั้งหมดและความเสี่ยงถ้าจะมีการใช้เพื่อ ให้เขาเกิดความสบายใจ อีกทั้ง เราจะไปแนะนำว่าควรใช้อุปกรณ์อื่นมาประกอบกับเครื่องจีที 200 ด้วยถ้าเขาต้องการใช้เครื่องนี้ต่อไป เช่น เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่ใช้จุดระเบิด หรือเครื่องตัดสัญญาณอื่นๆที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯได้วิจัยและพัฒนา ซึ่งเราจะนำไปทดสอบให้เจ้าหน้าที่ดูด้วย
เมื่อถามว่าทำไมจึงเน้นเรื่องความไม่สบายใจของเจ้าหน้าที่ ทั้งที่มีผลการทดสอบเครื่องนี้ออกมาชัดเจนแล้ว คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า เขาอาจไม่เข้าใจขั้นตอนตลอด ขณะที่คณะกรรมการฯอาจไม่รู้เรื่องขั้นตอนและกรอบของการทำงาน แต่มาตรวจสอบให้ เราจึงจะลงไปให้เขาได้ซักถาม และจะมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน โดยเราจะนำเสนอเรื่องอื่นๆที่เป็นการช่วยป้องกันชีวิตของทางเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ตนอยากให้กรรมการที่เป็นนักวิชาการลงพื้นที่ด้วยเพื่ออธิบายในมุมมองด้านวิทยาศาสตร์หรือสถิติ เพื่อให้เขาสบายใจ คิดเหมือนเรา และเข้าใจเรา ส่วนการโน้มน้าวทำความเข้าใจนั้นคงต้องใช้เวลา เพราะเขาคุ้ยเคยกับการใช้เครื่องนี้มา 7-8 ปีแล้ว ส่วนเครื่องมืออื่นที่จะมาใช้จีที 200 นั้น เราพยายามคิดให้เขา ซึ่งคิดอยู่ว่าจะเป็นเครื่องไฟโด้และเครื่องเซเบอร์ 4000 ที่ ได้รับการทดสอบและอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ แต่ก็มีข้อจำกัดที่ต้องใช้ตรวจสอบในระยะใกล้ จึงต้องใช้การควบคุมทางไกล โดยอาจเป็นการไปติดตั้งในรถยนต์หรือทำเป็นหุ่นยนต์ ประกอบกับการใช้เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งเป็นทางที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายในการออกตรวจการ อีกทั้งยังมีการวิจัยต่อไปในส่วนของเครื่องอีโนสหรือเครื่องเซนเซอร์อื่นๆ ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯจะทำงานร่วมกับกระทรวงกลาโหมและมหาวิทยาลัยต่างๆ
ต่อข้อถามว่าจะมีการทดสอบเครื่องจีที 200 อีกครั้งแสดงต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ด้วยหรือไม่ เพื่อยืนยันผลการทดสอบก่อนหน้านี้ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า เราไม่มีข้อเปรียบเทียบ และใครจะออกแบบระบบการทดสอบ เพราะการทดสอบในพื้นที่เปิดนั้นมีอะไรมามากมายที่จะมารบกวนการทดสอบ และเราไม่สามารถรู้ว่าใครอยู่ที่ไหน ทำอะไร
เมื่อถามถึงการที่นายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยื่นหนังสือลาออกจากคณะกรรมการทดสอบฯ คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า นายเจษฎาได้ส่งหนังสือลาออกมาทางโทรสาร ส่วนเหตุผลของการลาออกนั้น นายเจษฎาบอกเพียงไม่สบายใจ ซึ่งตนไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร คงต้องไปถามตัวนายเจษฎา
เมื่อถามต่อว่าจะยับยั้งการลาออกหรือไม่ คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า ตนพยายามจะพูดคุยกับนายเจษฎาเพื่อถามว่าอะไรที่ทำให้ไม่สบายใจและจะทำอย่างไรให้เกิดความสบายใจ แต่ก็ยังคุยไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เราอยากให้อยู่ด้วยกันต่อไป เพราะคณะรัฐมนตรี(ครม.)มอบหมายให้คณะกรรมการฯตรวจสอบเครื่องอัลฟ่า- 6 ต่อไป เมื่อถามย้ำว่าการที่นายเจษฎาซึ่งเป็นผู้ศึกษาและเปิดเผยเรื่องนี้ ลาออกจากคณะกรรมการฯ จะลดความน่าเชื่อถือของคณะกรรมการฯหรือไม่ คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า ไม่ เพราะยังมีนักวิชาการคนอื่นๆทำหน้าที่อยู่
“สาทิตย์”เตรียมหาช่องกฎหมายเรียกค่าเสียหาย บ.ขายจีที200
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้นายสาทิตย์ ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ไปพิจารณาช่องทางตามกฎหมายที่จะเรียกร้องให้บริษัทชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น จากการที่เครื่องตรวจหาวัตถุระเบิด จีที 200 ไม่มีประสิทธิภาพในการใช้งานได้จริงตามที่ได้โฆษณาไว้ ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)มอบหมายให้ตนไปศึกษาข้อกฎหมายที่จะสามารถนำมาใช้ดำเนินการกับบริษัทที่จำหน่ายเครื่องจีที 200 เพราะมีความเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งตนจะเตรียมคณะทำงานที่ทำหน้าที่ให้ความเห็นทางกฎหมาย
โดยเท่าที่มีการหารือเบื้องต้น คณะทำงานชุดนี้จะมีตัวแทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.) กระทรวงยุติธรรม กระทรวงกลาโหม กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ โดยจะให้เลขาธิการ สคบ.เป็นเลขานุการคณะทำงาน ซึ่งตนคิดว่าจะสามารถติดต่อประสานงาน ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง และจะมีการนัดหมายประชุมคณะทำงานดังกล่าวภาย ในวันที่ 24 ก.พ.นี้
นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการพิจารณาของคณะทำงานชุดนี้ คือ 1.ต้องดูว่าการจัดซื้อเครื่องดังกล่าวเกิดขึ้นกี่ครั้ง แต่ละครั้งหน่วยงานใดเป็นผู้จัดซื้อจัดจ้าง และสัญญาในการจัดซื้อจัดจ้างเป็นอย่างไร 2.ดูว่าหลังจากจัดซื้อจัดจ้างแล้ว ผลที่เกิดจากการทดลองของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯกับผลที่เกิดขึ้นในการใช้จริง มีความเสียหายใดเกิดขึ้นหรือไม่ และ 3.นำข้อกฎหมายมาพิจารณาเปรียบเทียบว่าระหว่างตามสัญญากับผลที่เกิดขึ้นจริงนั้นถึงขั้นจะสามารถดำเนินการทางกฎหมายได้หรือไม่ โดยเป็นประเด็นข้อกฎหมายเฉพาะฝ่ายภาครัฐ ซึ่งคาดว่าคณะทำงานจะใช้เวลาทำงาน 2 สัปดาห์ และภายหลังจากได้ข้อสรุปก็จะเสนอต่อครม.ต่อไป
ทั้งนี้ เป้าหมายในการพิจารณาอยู่ที่ตัวสัญญาที่บริษัทจัดจำหน่ายมานั้นเป็นสัญญาที่มีปัญหาข้อกฎหมายว่าเมื่อนำสินค้าไปใช้แล้วพบว่ามันไม่ได้คุณภาพอย่างที่มีการตกลงกันในสัญญาหรือไม่ และทำให้เกิดความเสียหายหรือไม่ ถ้าเสียหายจะสามารถดำเนินการทางกฎหมายได้หรือไม่ แต่ไม่ได้ไปดูว่าใครทำสัญญาถูกหรือผิดอย่างไร อย่างไรก็ตาม ตนคงต้องประสานขอข้อมูลรายงานจากหน่วยงานต่างๆที่ใช้เครื่องจีที 200 จากนายกรัฐมนตรีและสำนักงบประมาณ เมื่อได้ข้อมูลแล้วคงจะต้องเชิญหน่วยงานเหล่านั้นมาชี้แจง ตนได้หารือเบื้องต้นกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม แล้ว ซึ่งรมว.กลาโหมยินดีให้ความร่วมมือในเรื่องนี้เป็นอย่างดี
เมื่อถามว่านอกจากความผิดทางอาญาแล้ว จะมีการตรวจสอบประเด็นความผิดทางแพ่งด้วยหรือไม่ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ได้ระบุว่าเป็นเรื่องทางแพ่งหรืออาญา แต่เรื่องของสัญญาเป็นประเด็นที่ให้ความเห็นทางข้อกฎหมายว่าสัญญาของสินค้า ที่ซื้อมาถือว่าเป็นธรรมกับผู้บริโภคหรือผู้ซื้อหรือไม่ ซึ่งคงต้องฟังความเห็นเกี่ยวกับข้อกฎหมายอีกมาก ซึ่งตนตั้งใจว่าอาจมีนักวิชาการทางนิติศาสตร์เข้ามาช่วยงานด้วย ส่วนการดูช่องทางเรียกค่าเสียหายในการจัดซื้อนั้นต้องดูประเด็นที่ตั้งขึ้น มาจากผลการประชุมคณะทำงานดังกล่าวรอบแรก



