ข่าว

อภิสิทธิ์ชี้อย่าเพิ่งสรุปน้ำโขงแห้งยันมีแผนรับมือ

อภิสิทธิ์ชี้อย่าเพิ่งสรุปน้ำโขงแห้งยันมีแผนรับมือ

23 ก.พ. 2553

ลาวเดือดร้อนจากการที่จีนกักน้ำในเขื่อนทำให้น้ำโขงแห้งกระทบพื้นที่ปลูกข้าว ภัยแล้งทำเชียงใหม่เริ่มวิกฤตผลิตประปาไม่เพียงพอต้องดึงน้ำจากลำพูนเข้าเสริม นครสวรรค์แล้งกระทบราคามะนาวผลละ7บาท

หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ ของลาว รายงานวันนี้ว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ลดลงมากอย่างผิดปกติ ส่งผลให้น้ำในระบบชลประทาน 7 แห่ง ในแขวงเวียงจันทน์ ที่ถูกกักเก็บไว้เพื่อใช้ในพื้นที่ปลูกข้าว 22,500 ไร่ลดลงตามไปด้วย โดยนับตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา ปริมาณน้ำในระบบชลประทานทั้ง 7แห่งในแขวงเวียงจันทน์ลดลงเฉลี่ย 10 เซนติเมตรต่อวัน  และ กำลังคุกคามพื้นที่ปลูกข้าวในตำบลหาดทรายฟอง และตำบลปากกุม

ก่อนหน้านี้ กรมชลประทานของลาวได้ขอเงินสนับสนุนจากรัฐบาลจำนวน 632 ล้านกีบ หรือราว 25 ล้านบาทเพื่อขุดร่องผ่านเส้นทางที่น้ำไหลผ่าน เพื่อให้น้ำสามารถไหลไปสู่สถานีสูบน้ำ  ขณะที่กลุ่มพันธมิตรช่วยอนุรักษ์แม่น้ำโขง ในประเทศไทย ได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเจรจากับรัฐบาลปักกิ่ง ให้ปล่อยน้ำจากเขื่อนของจีนซึ่งตั้งอยู่ตอนบนของแม่น้ำโขงออกมามากกว่านี้ โดยระบุว่าถึงเวลาที่รัฐบาลไทยต้องหันมามองถึงผลกระทบจากเขื่อนของจีนที่มีต่อชุมชนปลายน้ำ

อภิสิทธิ์ชี้อย่าเพิ่งสรุปน้ำโขงแห้งขอดยันมีแผนรับมือ

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ว่า วันนี้อย่าเพิ่งไปสรุปว่าเป็นเพราะเหตุอะไรที่ทำให้น้ำในแม่น้ำโขงแห้ง แต่ปัญหาเรื่องของระดับน้ำ ปัญหาภัยแล้งและภัยพิบัติต่างๆ ขณะนี้รัฐบาลก็มีการติดตามอยู่ รมว.เกษตรฯก็ได้รายงานถึงสถานการณ์ในภาพรวมให้ทราบซึ่งก็จะมีการติดตามต่อไป ซึ่งในส่วนของรัฐบาลก็มีแผนเตรียมรับมือปัญหาที่เกิดขึ้นไว้แล้ว ซึ่งตนได้มอบหมายให้พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ ติดตามดูแลมาตั้งแต่ต้นปี อีกทั้งนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ก็ติดตามดูแลอยู่ ตอนนี้ที่เป็นห่วงคือในส่วนของภาคกลางที่มีการทำนาปรังค่อนข้างมาก ทั้งนี้รัฐบาลก็มีแผนสำรองอยู่หากเกิดปัญหา

ภัยแล้งทำเชียงใหม่เริ่มวิกฤตผลิตประปาไม่เพียงพอ

 นายจรัส แสนจิตร ผู้อำนวยการกองระบบจำหน่าย การประปาส่วนภูมิภาคเขต 9  เชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันสำนักงานประปาจังหวัดเชียงใหม่มีแหล่งน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปา จำนวน  3 แหล่ง ในพื้นที่ 130 ตารางกิโลเมตร แต่ในช่วงฤดูแล้งทำให้น้ำต้นทุนจากแหล่งผลิต ทั้ง 3 แหล่ง คือ โรงกรองน้ำที่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ มี กำลังผลิต  50,000 คิว ต่อวัน ปัจจุบันได้รับจัดสรรเพียง 20,000 คิวต่อวัน , โรงกรองน้ำที่สะพานป่าตัน ใช้น้ำดิบจากแม่น้ำปิง มีกำลังผลิต 24,000 คิวต่อวัน และ โรงกรองน้ำอุโมงค์ ต.สุเทพ อ.เมือง  จ.เชียงใหม่ ใช้น้ำดิบจากคลองชลประทานแม่แตง มีกำลังผลิต 30,000  คิวต่อวัน สามหมื่นคิว ต่อวัน โดยปริมาณน้ำต้นทุนที่น่อยลงทำให้ปัจจุบันทั้งสามแหล่งผลิตไม่สามารถผลิตนำประปา เพียงพอ

 ผลกระทบจากภัยแล้ง ทำให้การประปาเชียงใหม่ ได้ดึงน้ำประปาจาก อ.แม่ริม มา เสริมในอัตรา 500 คิวต่อชั่วโมง และ จากจังหวัดลำพูนอีกประมาณ 50 คิวต่อชั่วโมง เพื่อให้ เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนโดยเฉพาะในเขต อ.เมืองเชียงใหม่ นอกจากนี้ได้ เตรียมการดึงน้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่หยวก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีความจุประมาณ 400,000 คิว  เพื่อเก็บสำรองน้ำดิบที่โรงกรองน้ำอุโมงค์ใช้ผลิตน้ำประปาในยามขาดแคลน 

 นายจรัส กล่าวด้วยว่า หากขาดแคลนน้ำดิบเข้าขั้นวิกฤต การประปาเตรียมขอสนับ สนุนเพิ่มเติมจากโครงการชลประทานเขื่อนแม่กวงอุดมธารา โดยจะขอเพิ่มจาก 20,000 คิว เป็น  40,000 คิวต่อวัน  โดยที่เขื่อนแม่กวงอุดมธารามีความจุน้ำประมาณ 60 ล้านคิว หากจัดสรรใช้ ผลิตน้ำประปาวันละ 40,000 คิว หรือทั้งหมด 4,000,000 คิว ในช่วงเดือน มี.ค. - พ.ค. เชื่อว่า จะไม่มีผลกระบต่อน้ำต้นทุนในเขื่อนแม่กวงมากนัก

นครสวรรค์แล้งกระทบราคามะนาวผลละ7บาท

 จากการสำรวจราคามะนาวในตลาดสดเทศบาลนครนครสวรรค์ พบว่ามะนาวหน้าหน้าแล้ง ปรับราคาเพิ่มสูงขายปลีกผลละ 7 บาทแล้ว พ่อค้า-แม่ค้า อ้างว่าที่ต้องขายมะนาวแพงขนาดนี้ เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งมะนาวไม่ติดผล น้ำน้อย ชาวสวนไม่มีมะนาวส่งขายแนวมีแนวโน้มที่ราคาจะสูงขึ้นถึงลูกละ 8-9 บาท

 สำหรับราคามะนาวที่ขายทั่วไปในตลาดสดนครสวรรค์ มะนาวลูกใหญ่ขายผลละ 7 บาท มะนาวขนาดกลางขายผลละ 5-6 บาท ส่วนมะนาวผลเล็กขายผลละ 4 บาท และ 3 ลูก10 บาท ขณะที่มะนาวคั้น 100 % อยู่ที่ราคา 160-170 ต่อ 1 ลิตร ส่วน มะนาวคั้นผสมอยู่ที่ขวดละ 100 บาท/ขวดโพลาลิส ทำให้พ่อค้า แม่ค้า และผู้ประกอบการโต๊ะจีนหันมาซื้อมะนาวผสมใช้แทน เพระว่าซื้อมะนาวผลปรุงอาหารไม่คุ้มทุน

 นางสวาย ธงชัย อายุ 42 ปี แม่ค้าขายมะนาว กล่าวว่า ผลกระทบจากภัยแล้งทำให้มะนาวมีราคาแพง โดยรับจากพ่อค้าคนกลางมาในกระสอบละ 1,700 บาท(400-500ลูก) จึงต้องขายในราคาที่แพง ส่งผลให้ยอดขายตกลงไปมาก เนื่องจากลูกค้าลดจำนวนการซื้อลง แต่ในช่วงเดือน มีนาคม-พฤษภาคม ราคามะนาวอาจจะถึง ลูกละ 8-9 บาท อย่างแน่นอน

ชลประทานโคราชเผยน้ำน้อยแต่เพาะปลูกพุ่ง-หวั่นหน้าแล้งน้ำไม่พอ

 นายเนรมิต เทพนอก หัวหน้าฝ่ายบริหารและจัดสรรน้ำ สำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมา เปิดเผยว่า ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำสำคัญๆ ของ 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบด้วย นครราชสีมา , บุรีรัมย์ , สุรินทร์ และศรีสะเกษ ณ วันนี้ ( 23 กพ.2553 ) เหลืออยู่เพียง 54.24 % จากความจุกักเก็บทั้งหมดในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้ง 6 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำลำตะคอง , ลำมูลบน , ลำแชะ , ลำพระเพลิง , ลำปลายมาศ , และลำนางรอง ซึ่งมีระดับจากจุกักเก็บรวม 1,069 ล้านลบ.ม. ขณะนี้เหลือปริมาณน้ำอยู่เพียง 580 ล้านลบ.ม ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 258 ล้าน ลบ.ม.

 นอกจากนี้ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางของ 4 จังหวัดปริมาณน้ำกักเก็บก็ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 82.84 ล้าน ลบ.ม. จากความจุกักเก็บทั้งหมด 734 ล้าน ลบ.ม. เหลือเพียง 492 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งถือว่าสถานการณ์ค่อนข้างอยู่ในเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากปริมาณน้ำที่เหลืออยู่มีเพียงพอแค่ใช้ในการอุปโภค - บริโภค และปล่อยให้เกษตรกรได้ทำการเกษตรเพียงส่วนน้อย ตามแผนที่วางไว้เท่านั้น แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือเกษตรกรในเขตชลประทานยังคงฝืนทำการเกษตรโดยเฉพาะการทำนาปรังทั้งๆที่ทางชลประทานได้ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนงดการทำนาปรังในช่วงนี้เนื่องจากปริมาณที่เหลืออยู่มีจำนวนน้อยกว่าทุกๆปี

 โดยในปีนี้ทางสำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ได้เตรียมแผนการจัดสรรน้ำไว้สำหรับเพาะปลูกพืชในเขตชลประทานเพียง 183,000 ไร่ ขณะที่ยอดการเพาะปลูกพืชในเขตชลประทานปีนี้กลับเพิ่มสูงถึง 203,000 ไร่ โดยเฉพาะในส่วนของข้าวนาปรังซึ่งเป็นพืชที่จำเป็นต้องใช้น้ำสูงที่มีสูงถึง 190,000 ไร่ ดังนั้นแน่นอนว่าเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังส่วนหนึ่งจะต้องได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำอย่างแน่นอน เนื่องจากทางชลประทานแต่ละพื้นที่จะต้องปฏิบัติตามแผนการจัดสรรน้ำที่ไว้วางเอาไว้ โดยจะเน้นในการระบายน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศน์เป็นหลัก ส่วนการระบายน้ำให้ทำการเกษตรก็จะต้องระบายน้ำตามแผนการเพาะปลูกพืชที่วางเอาไว้เท่านั้น ส่วนพื้นที่เพาะปลูกที่เกินจากแผนที่วางไว้เกษตรกรจำเป็นที่จะต้องช่วยเหลือตัวเอง เนื่องจากหากทางชลประทานปล่อยน้ำเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรทั้งหมด ปริมาณน้ำก็จะไม่เพียงพอต่อการอุปโภคและบริโภคในช่วงหน้าแล้งปีนี้อย่างแน่นอน ประกอบกับแนวโน้มความแห้งแล้งของปีนี้ซึ่งคาดว่าจะรุนแรงและยาวนานกว่าทุกปี จึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามแผนการจัดสรรน้ำอย่างเคร่งครัด

 นายเนรมิต กล่าวอีกว่า พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงที่จะต้องเผชิญกับปัญหาการขากแคลนน้ำ ก็คือที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งล่าสุดมีการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากภัยแล้งแล้วกว่า 140 หมู่บ้าน รวมถึงในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะพื้นที่ใต้อ่างเก็บน้ำลำตะคองที่เหลือปริมาณน้ำกักเก็บเพียง142 ล้านลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 324 ล้าน ลบ.ม. และอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงที่มีปริมาณน้ำเหลือเพียง 56 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 109 ล้าน ลบ.ม. แต่พื้นที่การเพาะปลูกข้าวนาปรังกลับสูงกว่าแผนที่วางไว้กว่า 60,000 ไร่

 สำหรับแผนการให้ความช่วยเหลือประชาชนในช่วงฤดูแล้งปีนี้นั้น ทางสำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำเพื่อคอยสนับสนุนให้ความช่วยเหลือหากได้รับการร้องขอจำนวนทั้งสิ้น 110 เครื่อง และรถบรรทุกน้ำอีก 35 คัน ซึ่งปัจจุบันทางสำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ได้ส่งเครื่องสูบน้ำไปช่วยเหลือประชาชนแล้วจำนวน 17 เครื่อง นายเนรมิตฯ กล่าว

สุราษฎร์ธานีตั้งศูนย์ภัยแล้งคาดปีนี้หนักกว่าปีที่ผ่านมา

             นายโชตินรินทร์ เกิดสม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า  ปัจจุบันปรากฏการณ์เอลนิโญมีแนวโน้มแรงขึ้น ส่งผลกระทบทำให้อุณหภูมิในช่วงฤดูร้อนมีแนวโน้มสูงกว่าปกติ และปริมาณฝนโดยเฉลี่ยจะต่ำกว่าปกติ ทำให้สถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้มีแนวโน้มรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา               โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน ที่ยังมีระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำยังไม่ได้เท่าที่ควร ทำให้ขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร สร้างความเดือดร้อนต่อการดำรงชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยในปี 2553 นี้ คาดว่าจะมีพื้นที่ประสบภัยแล้งทั่วทั้ง 19 อำเภอ รวม 124 ตำบล 838 หมู่บ้าน

            "ขณะนี้ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาสถานการณ์ภัยแล้ง ณ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี และศูนย์ปฏิบัติการฯ ระดับอำเภอ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับช่วยเหลือผู้ประสบภัย    
        นอกจากนี้ยังประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมกำลังพล อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ รถบรรทุกน้ำให้พร้อมใช้งานและพอเพียง พร้อมกับประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนจัดหาภาชนะเก็บกักน้ำ และใช้น้ำอย่างประหยัด   "นายโชตินรินทร์   กล่าว

 นายณรงค์ รัชชะ อายุ 64 ปี เกษตรกรชาวสวนผลไม้และสวนยางพารา หมู่ที่ 13 ต.ท่าขนอน อ.คีรีรัฐนิคมจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สภาพอากาศในระยะนี้ร้อนอบอ้าวเป็นอย่างมาก ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะผลไม้ เงาะ ทุเรียน เริ่มแห้งเฉาโดยเฉพาะผลไม้ ที่ใบร่วงโรยและบ้างก็ยืนต้นตายเนื่องจากขาดแคลนน้ำ   จะเห็นว่าแม้จะมีระบบประปาหมู่บ้านช่วยบรรเทาก็ตาม แต่หากมีการใช้น้ำพร้อมกันหลายๆ หลายครัวเรือน ก็จะทำให้ปริมาณน้ำลดน้อยลงและไหลเบา ทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งหากภาวะฝนทิ้งช่วงเกิดขึ้นเป็นเวลานานและอุณภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็จะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในวงกว้างอย่างแน่นอน

 รายงานข่าว แจ้งว่าขณะนี้ในหลายพื้นที่มีการจัดหาอุปกรณ์เก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย.จำนวนมาก เพราะมั่นใจว่าจะต้องแล้งจัดกว่านี้อย่างแน่นอน อีกทั้งสำหรับสวนยางพาราซึ่งอยู่ในช่วงกำลังผลัดใบแม้ว่าราคาจะแพงก็ตามได้มีการทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่าเช่นเดียวกัน