ข่าว

หนุนเกษตรกรเข้าร่วม "โครงการนาแปลงใหญ่" สู่สร้างรายได้ยั่งยืน

หนุนเกษตรกรเข้าร่วม "โครงการนาแปลงใหญ่" สู่สร้างรายได้ยั่งยืน
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

หนุนเกษตรกรเข้าร่วม "โครงการนาแปลงใหญ่" ผลิตข้าวคุณภาพ รวมกลุ่มที่เข้มแข็งสู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วยผลผลิตและเพิ่มผลผลิตต่อไร่

นายพนม แผลงฤทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุโขทัย กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วม "โครงการนาแปลงใหญ่" กับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุโขทัย ตั้งแต่เริ่มมีโครงการตั้งแต่ปี2559 จนถึงปัจจุบัน มีทั้งหมด 32 กลุ่ม เกษตรกรเข้าร่วม 1,378 ราย พื้นที่ 24,469.75 ไร่

หนุนเกษตรกรเข้าร่วม "โครงการนาแปลงใหญ่" สู่สร้างรายได้ยั่งยืน

                          พนม แผลงฤทธิ์

 

โดยมีเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการฯ คือ เกษตรกรต้องมีการรวมกลุ่มกัน ตั้งแต่ 30 คนขึ้นไป และมีพื้นที่รวมกันไม่น้อยกว่า 300 ไร่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นแปลงติดกันเป็นผืนเดียว แต่ควรมีพื้นที่อยู่ภายในชุมชนใกล้เคียงกัน เกษตรกรต้องสมัครใจเข้าร่วมโครงการและต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อตกลงที่กลุ่มได้ร่วมกันกำหนดขึ้นมา

 

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุโขทัยจะเข้าไปส่งเสริมสนับสนุนโดยการจัดเวทีชุมชนเพื่อสร้างความเข้าใจของสมาชิกในชุมชนและร่วมกันกำหนดกฎระเบียบของกลุ่ม เลือกตั้งกรรมการ ร่วมพิจารณาแผนการผลิตและกำหนดเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวและเพิ่มคุณภาพผลผลิตข้าวมีการจัดประชุมหน่วยงานภาคีร่วมกับผู้นำ"กลุ่มแปลงใหญ่" เพื่อชี้แจงการดำเนินงาน ติดตามให้คำแนะนำในการบริหารจัดการ รับทราบผลความก้าวหน้าปัญหาอุปสรรคของหน่วยงานภาคีเครือข่าย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการดำเนินงาน

 

ตลอดจนหาพันธมิตรในการผลิตและการตลาดข้าวในแต่ละชุมชน สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ดี  20 %  ของพื้นที่รวมของกลุ่ม การถ่ายทอดความรู้ โดยการจัดเวทีเรียนรู้ตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและการผลิตข้าวตามมาตรฐาน GAPแบบกลุ่ม ด้วยระบบควบคุมภายใน Internal Control System (ICS)
 

หนุนเกษตรกรเข้าร่วม "โครงการนาแปลงใหญ่" สู่สร้างรายได้ยั่งยืน

ใน ปี 2564  ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุโขทัย มีการวางเป้าหมายให้กับ"กลุ่มนาแปลงใหญ่" โดยการลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วยผลผลิต และเพิ่มผลผลิตต่อไร่ วางแผนการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต  การบริหารจัดการด้านคุณภาพ และการจัดการด้านตลาดอย่างครบวงจร การเตรียมความพร้อมให้กลุ่มสามารถที่จะบริหารจัดการกลุ่มเองได้ โดยให้สมาชิกคัดเลือกผู้จัดการกลุ่มจากสมาชิกภายในกลุ่มของตนเอง

หนุนเกษตรกรเข้าร่วม "โครงการนาแปลงใหญ่" สู่สร้างรายได้ยั่งยืน

เกษตรกรส่วนใหญ่จะให้ความร่วมมือกับกลุ่มเป็นอย่างดี และกลุ่มสามารถรวมกันได้อย่างเข้มแข็ง เพราะเล็งเห็นประโยชน์จากการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรม  แนะนำและสนับสนุนให้กลุ่มนาแปลงใหญ่ สมัครเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ปี 2564 ซึ่งมี "กลุ่มนาแปลงใหญ่" สนใจและสมัครเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน  23 กลุ่ม เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ทันสมัยตลอดจนปัจจัยการผลิตกลุ่มละไม่เกิน 3,000,000บาทวงเงินงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนทั้งสิ้น 65,892,125 บาท

 

โดยหลังจากเกษตรกรได้เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดแล้ว เกษตรกรจะมีเครื่องจักร เครื่องมือที่ทันสมัย     มีปัจจัยการผลิตต่าง ๆ มีการวางแผนการบริหารงานอย่างเป็นระบบ มีการจัดทำบัญชีควบคุมด้านการบริหารจัดการทุกด้าน  เกษตรกรจะใช้เงินลงทุนน้อยลง  มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ผลตอบแทนจะเห็นเป็นรูปธรรม ส่งผลให้เกษตรกรให้ความร่วมมือกันในการบริหารจัดการตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมากขึ้น ความเข้มแข็งในการรวมกลุ่มกันก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

logoline