ข่าว

บัวแก้วเชิญสื่อเทศติวรับมือวันตัดสินยึดทรัพย์

บัวแก้วเชิญสื่อเทศติวรับมือวันตัดสินยึดทรัพย์

23 ก.พ. 2553

เขมรเตือนพลเมืองเลี่ยงเดินทางมาไทยระยะนี้ นักวิเคราะห์อยากให้ศาลตัดสินยึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรเพียงบางส่วน เพื่อเป็นการรอมชอมที่จะช่วยลดระดับความรุนแรงได้

 สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานวันนี้ว่า รัฐบาลกัมพูชาได้ออกประกาศเตือนประชาชนมิให้เดินทางมายังประเทศไทยในระยะนี้ เนื่องจากมีความวิตกต่อการชุมนุมประท้วง ทั้งนี้นายกอย กวง โฆษกกระทรวงต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงได้ออกแถลงการณ์เตือนประชาชนชาวกัมพูชามิให้เดินทางไปยังประเทศไทยในช่วงหลายวันนี้ถ้าไม่มีความจำเป็น

        เขากล่าวอีกว่า สำหรับชาวกัมพูชาที่อยู่ในประเทศไทยแล้ว ควรหลีกเลี่ยงสถานที่ซึ่งมีการชุมนุมเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ไม่คาดคิด

        ก่อนหน้านี้ สหรัฐ, ออสเตรเลียและสหราชอาณาจักรก็ได้ออกคำเตือนประชาชนที่ต้องการเดินทางมายังประเทศไทยในช่วงนี้เช่นกัน

นักวิเคราะห์อยากให้ยึดทรัพย์แค่บางส่วนเพื่อลดระดับความรุนแรง

สื่อต่างชาติมองว่า การที่ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาในวันศุกร์นี้ว่าจะยึดทรัพย์สินของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณมูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านหรือไม่ จะทำให้ประเทศไทยตกอยู่ในความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเกิดเหตุการณ์วุ่นวายครั้งใหม่ที่อาจสร้างความเสียหายมากขึ้นให้กับตลาดหุ้น

นักวิเคราะห์บอกว่าไม่ว่าผลการตัดสินออกมาในรูปใด วิกฤติการเมืองที่ยืดเยื้อของไทยก็จะยังคงอยู่และฉุดรั้งความเชื่อมั่นและส่งผลกระทบกับการลงทุน และตลาดหุ้นอาจต้องเจอกับแรงเทขายในวันเปิดทำการวันอังคารหน้า หากเกิดความรุนแรงขึ้นหลังการตัดสินคดี

แดนนี  ริชาร์ดส นักเศรษฐศาสตร์ จากหน่วยข่าวกรองนักเศรษฐศาสตร์  บอกว่านักลงทุนไม่อยากเห็นภาพความรุนแรงใด ๆ เกิดขึ้นที่จะทำให้กองทัพออกมา แต่ก็เชื่อว่าการแห่เทขายหุ้นในสัปดาห์หน้าจะเป็นไปในปริมาณจำกัด  เพราะนักลงทุนต่างชาติมีปริมาณการซื้อพันธบัตร เงินบาท และหุ้นของไทยค่อนข้างน้อย

และจากความวิตกว่าการยึดทรัพย์ทั้งหมดของทักษิณอาจกลายเป็นระเบิดทางการเมืองได้ ทำให้นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าศาลอาจเลือกแนวทางประนีประนอม โดยอาจมีการคืนทรัพย์สินบางส่วนที่ทนายอ้างว่าได้มาก่อนทักษิณเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและเป็นทรัพย์สินของครอบครัว

นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิจัยของสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาในสิงคโปร์บอกว่า การยึดทรัพย์สินทั้งหมดเป็นทางเลือกที่อันตรายมาก และเขาคิดว่าผู้พิพากษาอาจพิจารณาถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา จึงอาจเลือกแนวทางที่มีการรอมชอม ซึ่งการตัดสินใจเลือกแนวทางนี้ก็จะช่วยจำกัดความรุนแรงของหุ้นร่วงได้

ขณะที่นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อยุธยา จำกัด กล่าวว่า การยึดทรัพย์เพียงบางส่วนเป็นสิ่งที่ตลาดหุ้นอยากเห็นเพราะสองฝ่ายสามารถประกาศว่าเป็นชัยชนะของตัวเองได้ ซึ่งจะช่วยลดระดับของเหตุการณ์รุนแรงที่จะเกิดขึ้น

กต.เชิญสื่อเทศติวรับเหตุวุ่นวายวันตัดสินยึดทรัพย์

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.15 น. กระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญสื่อมวลชนจากสำนักข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย เข้าร่วมรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์และทำความเข้าใจมาตรการของรัฐบาลในการรับมือต่อการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในช่วงนี้ พร้อมกับเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนต่างประเทศได้ซักถาม โดยมีน.ส.วิมล คิดชอบ อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกบช.น. พ.อ.ดิฎฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เข้าร่วมชี้แจงประมาณกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยมีสื่อมวลชนจากสำนักข่าวต่างประเทศเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

 ทั้งนี้ภายหลังการบรรยายสรุปเสร็จสิ้น น.ส.วิมล กล่าวว่า ได้มีการบรรยายสรุปถึงแผนและมาตรการของรัฐบาลรองรับสถานการณ์กลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลมีความพร้อม โดยมีแผนการทำงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอนทั้งนี้เพื่อให้ต่างชาติตลอดจนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเกิดความมั่นใจ

 เมื่อถามว่าส่วนใหญ่ได้มีความกังวลในเรื่องอะไรบ้าง น.ส.วิมล ตอบว่า ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องแผนการเตรียมความพร้อม และข่าวลือต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ตามสื่อ ซึ่งนอกจากจะมีมาตรการที่รัดกุมแล้ว รัฐบาลยังได้มีการเปิดศูนย์ฮอทไลน์ 1555 ให้ประชาชนแจ้งเบาะแสหากพบเหตุการณ์ผิดปกติในกทม. ส่วนกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศเป็นหนึ่งใน 5 สถานที่สำคัญที่ต้องให้การดูแลอย่างเข้มข้นนั้น ทราบว่าได้ดำเนินตามแผนและมาตรการที่หน่วยงานด้านความมั่นคงกำหนด อาทิ มีการจุดตรวจบริเวณ ถ.ศรีอยุธยา

 มีรายงานว่า ในการบรรยายสรุป ผู้สื่อข่าวต่างประเทศได้สอบถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยหากเกิดเหตุความรุนแรงหลังจากที่ศาลฎีกาฯพิพากษาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวยืนยันว่า หากไม่มีการพกพาอาวุธและชุมนุมโดยไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ผู้ชุมนุมสามารถชุมนุมได้อย่างสงบ และจะไม่มีการสกัดกั้นประชาชนจากต่างจังหวัดที่เดินทางมาชุมนุม เมื่อถามว่า จะมีเหตุการณ์ยึดสนามบินอย่างที่ผ่านมาหรือไม่ รองโฆษกสตช. กล่าวยืนยันว่า จะไม่ให้เกิดเหตุยึดสนามบินขึ้นอีก

 รองโฆษกสตช. ได้ชี้แจงถึงการใช้แก๊สน้ำตาเพื่อควบคุมผู้ชุมนุมว่า จะเป็นขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งหน่วยงวานความมั่นคงจะปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส สื่อสามารถตรวจสอบได้ โดยวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมาได้มีการซักซ้อมควบคุมสถานการณ์ความรุนแรง ขั้นแรกจะใช้วิธีเจรจากับผู้ชุมนุม ทั้งนี้ได้มีการประเมินว่าจะมีกลุ่มเสื้อแดงเข้าร่วมชุมนุมประมาณ 2 พันคน โดยเป็นลักษณะกลุ่มย่อยที่บริเวณสนามหลวงเท่านั้น ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงได้เตรียมกำลังรักษาความปลอดภัยไว้ประมาณ  2 หมื่นนาย โดยมีเพียงโล่และกระบองเท่านั้น
 
 ด้าน โฆษก กอ.รมน.ได้ประเมินสถานการณ์ว่า ในวันที่ 26 ก.พ.ไม่น่าจะมีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น เนื่องจากเห็นว่าผู้ชุมนุมแสดงเจตรมย์ว่าจะชุมนุมโดยสงบและสันติอย่างที่เคยทำกันมา และขณะนี้ก็ยังไม่มีเงื่อนไขที่นำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรง แต่มีความกังวลว่าจะมีมือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการถ่ายทอดเสียงคำตัดสินของศาลไม่น่าจะเป็นเหตุจูงใจหลักที่จะทำให้ประชาชนเดินทางเข้ามาชุมนุมในกรุงเทพฯ