ข่าว

'เทือก'ปัดข่าวรัฐไม่แตะกองทัพสอบทุจริตจีที200

'เทือก'ปัดข่าวรัฐไม่แตะกองทัพสอบทุจริตจีที200

23 ก.พ. 2553

“สุเทพ ”ปัดข่าวรบ.ไม่กล้าแตะกองทัพสอบทุจริตซื้อจีที 200 อ้างยังไม่ปรากฎหลักฐานชัดเจน ระบุใครมีข้อมูลขอให้ส่งมา ปฏิเสธ.กองทัพไม่ได้ดื้อแข็งข้อใช้จีที 200 ขัดคำสั่งรัฐบาล วอนขอความเห็นใจ จนท. เสี่ยงตาย

(23ก.พ.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงเหตุระเบิดที่จุดรักษาความปลอดภัยในตลาด อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เนื่องจากเครื่องจีที 200 ทำงานไม่ได้ผล ควรจะมีใครออกมารับผิดชอบต่อความสูญเสียบาดเจ็บของทหาร 2 นายหรือไม่ เพราะนโยบายรัฐบาลชัดเจนว่าไม่ให้ใช้แล้ว ว่า กรณีระเบิดกับเครื่องมือคงต้องแยกกัน เมื่อก่อนที่เกิดเหตุมีระเบิดก็ไม่มีเครื่องมือ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เขาต้องใช้การสังเกตุและการข่าวก็เสี่ยง ต่อมามีคนมาเสนอว่า มีเครื่องมือซึ่งเอาไปทดลองใช้แล้วว่าใช้ได้ หน่วยข้างล่างก็ขอมาเอาไปใช้กัน ตนลงไปตรวจพื้นที่ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ระบุว่าใช้ได้แต่อาจมีข้อผิดพลาดไม่สมบูรณ์ แต่เมื่อมีผลการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ก็ได้ลงไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ได้รับทราบว่าผลการตรวจสอบเป็นอย่างไร ส่วนกรณีที่เกิดเหตุระเบิดที่ อ.โคกโพธิ์ขึ้นนั้นเจ้าหน้าที่ก็ทำงานลำบากมากขึ้น และหลังจากลงพื้นที่เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้นำเครื่องฟิโดและเซเบอร์มาสาธิตให้ดู แต่เครื่องมือที่ว่านี้ต้องเข้าไปตรวจสอบในจุดใกล้ระเบิดจริง ๆ ถึงจะบอกได้ว่าเป็นระเบิดหรือไม่

 นายสุเทพ กล่าวว่า ดังนั้นการตรวจสอบจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เมื่อเจ้าหน้าที่ต้องเดินไตปามหมู่บ้านหรือตามถนนเพื่อคุ้มครองครู เครื่องมือดังกล่าวก็ไม่สามารถบอกได้ในระยะไกล แต่จะต้องดำเนินการเมื่อจีที 200 ใช้ไม่ได้ก็จำเป็นต้องหาเครื่องมืออื่นมาช่วยเจ้าหน้าที่ ตนอยากให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเพื่อกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ทำให้ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเจ้าหน้าที่จะน้อยอกน้อยใจได้ในฐานะผู้เสี่ยงชีวิต เมื่อถามว่า รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่ใช้ แต่กองทัพกลับให้ใช้ด้วยความระมัดระวัง แล้วไปเกิดผลกระทบต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่แล้วใครจะรับผิดชอบ นายสุเทพ กล่าวว่า อยากเรียนว่าคนที่ขอซื้อเครื่องจีที 200 คือ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ระดับเจ้าหน้าที่ส่งข้อมูลถึงสื่อมวลชนและนักวิชาการว่าผู้บังคับบัญชาบอกให้ใช้ จึงไม่รู้จะทำอย่างไร รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ไม่อยากให้เราตั้งตัวเป็นศัตรูกัน และยืนคนละข้าง แล้วมาซัดกัน ไม่เป็นประโยชน์แต่อย่างใด เมื่อไม่ใช้ก็ไม่ใช้ และเมื่อไม่ใช้ก็ตรวจสอบยากจนเกิดเหตุระเบิดขึ้น และเมื่อไม่ใช้ก็ไม่มีเครื่องมือตนก็หนักใจ พอลงพื้นที่เจ้าหน้าที่ก็พูดถึงเรื่องนี้กันมาก จากการตรวจสอบพบว่าคนที่ร้องขอมาเป็นคนทำงานในพื้นที่ และก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือนระดับเจ้าหน้าที่ก็ขอเพิ่ม เนื่องจากชุดลาดตระเวณมีจำนวนเพิ่มขึ้น เมื่อช่วยไม่ได้ก็ต้องหยุดใช้

 เมื่อถามว่า ไม่ใช่เรื่องของการประกาศเป็นศัตรูกันแต่กองทัพบกออกมาแถลงประกาศความชอบธรรม ทั้งที่ผู้บังคับบัญชาเองจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหาสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่มาทำท่าแข็งขืนกับรัฐบาล นายสุเทพ ปฏิเสธ ว่าไม่ใช่ พูดอย่างนี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ตนได้ติดตามการแถลงข่าวของกองทัพ เป็นเพียงการชี้แจงที่มาว่าเป็นอย่างไร และวีธิการใช้ ไมได้ขัดใจกับรัฐบาล แต่สื่อมวลชนไปตีความเอาเองว่าเป็นการแข็งข้อกับรัฐบาล ซึ่งไม่เป็นความจริง กองทัพต้องฟังรัฐบาล

 ต่อข้อถามว่า สาเหตุที่กองทัพไม่หยุดใช้จีที 200 เป็นเพราะเกรงว่ากระบวนการตรวจสอบการทุจริตจัดซื้อจะเริ่มต้น นายสุเทพ กล่าวว่า การตรวจสอบกระบวนการทุจริตถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่าเอามาโยงกัน เพราะมีแต่ของที่ใช้ได้มีคุณภาพ หากมีการทุจริตก็ต้องตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ เครื่องบินหรืออาวุธอื่น ๆ กรณีนี้หากเห็นว่ามีการทุจริตเมื่อมีคนร้องเรียนมาก็ต้องตรวจสอบ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์มีจุดแข็งเรื่องการตรวจสอบการทุจริต แต่กับกองทัพกลับกล้า ๆ กลัวที่จะตรวจสอบเพราะมีจุดเกรงใจอะไรกันหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่จริง เพราะทั้งหมดยังไม่ปรากฎหลักฐานอะไรที่บ่งชี้ให้เห็นว่ามีการทุจริตในการจัดซื้อ ใครมีหลักฐานก็ยื่นมาได้

 เมื่อถามว่า รัฐบาลไม่มีข้อสงสัยเลยหรือ เพราะตัวเลขการจัดซื้อของแต่หน่วยราชการไม่เท่ากันเลย โดยเฉพาะของกองทัพซื้อแพงกว่าที่อื่น นายสุเทพ กล่าวว่า มีคำอธิบายเยอะแยะ หากตนชี้แจงไปก็จะหาว่าเป็นการแก้ตัวแทน ดังนั้นใครมีหลักฐานมีข้อสงสัย มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตก็ส่งมาที่ตนได้ ตนจะสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนให้ เมื่อถามว่า ในการรายงานผลการทดสอบของกระทรวงวิทยาศาสตร์จะถือเป็นเด็ดขาดหรือไม นายสุเทพ กล่าวว่า ผลสรุปก็ชัดเจนอยู่แล้วทางวิทยาศาสตร์ แต่ไม่ใช่เรื่องของนักวิทยาศาสตร์ที่จะมาสั่งว่าห้ามใช้ การใช้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่ต้องพิจารณาเอง นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้รมว.วิทยาศาสตร์ลงไปชี้แจงในพื้นที่ เพราะคนใช้กับคนพิสูจน์ก็ยังถกเถียงกันอยู่ สังคมต้องใจเย็นหน่อย ยืนยันว่าผู้ใช้เป็นคนขอซื้อ ไม่ใช่เรื่องข้างบนสั่งลงไป