
สมช.ชี้ก่อน-หลัง'26ก.พ.'ไทยวุ่นวาย
เลขาฯสมช.ชี้ก่อน-หลัง 26 ก.พ. เป็นช่วงที่ยุ่งยากสำหรับคนไทย ย้ำทุกฝ่ายต้องตั้งสติ อดทน อดกลั้น ยัน ไม่ได้เสนอครม.ใช้กฎหมายพิเศษในวันนี้ ด้านสุเทพ มั่นใจเงินซื้อศาลไม่ได้ ชี้คนปล่อยข่าวหวังกดดัน เผย คนที่รู้วันนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงคือทักษิณ
(23ก.พ.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 09.00 น. นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีข่าวว่ามีกลุ่มเคลื่อนไหวเตรียมเข้ามาก่อเหตุในวันที่ 26 ก.พ.นี้ โดยมีรายงานว่ามีการขนปืนลูกกลดเข้ามาเตรียมก่อเหตุด้วย ว่า ไม่ว่าจะเป็นช่วงก่อนหรือหลังวันที่ 26 ก.พ.นี้ ที่เป็นช่วงเวลาที่ยุ่งยากสำหรับคนไทย ก็หวังว่าทุกฝ่ายต้องตั้งสติ ใช้ความอดทน อดกลั้น ปฏิบัติหน้าที่ ใช้สิทธิ์ของตนเองให้เป็นไปตามกฎหมาย ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเรียบร้อย เราจะผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยุ่งยากนี้ไปได้
เมื่อถามว่าแสดงว่าขณะนี้กลุ่มฮาร์ดคอร์ได้เข้ามาฝังตัวในพื้นที่กทม.แล้วใช่หรือไม่ นายถวิล กล่าวว่า อย่าไปคิดแบบนั้น คนที่ปฏิบัติไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการ โดยเจ้าหน้าที่มีความพร้อมจะปฏิบัติตามกฎหมายอยู่แล้ว เมื่อถามว่าแต่ถ้าความยุติธรรมไม่เกิดขึ้น ปัญหาก็จะไม่ยุติใช่หรือไม่ นายถวิล กล่าวว่า ก็ให้รอดูทางศาลไป แต่ตนคิดว่าศาลมีมาตรฐาน จึงขอให้ดูกันยาวๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าหลังศาลตัดสินคดียึดทรัพย์แล้ว สถานการณ์จะยิ่งวุ่นวายหรือไม่ เลขาธิการ สมช. กล่าวว่า คงต้องช่วยกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์อะไรที่ยุ่งยาก ถ้าทุกคนมีสติตั้งมั่น ยึดกรอบกฎหมาย ใช้สิทธิ์ของตัวเองตามกฎหมาย ทุกอย่างจะเรียบร้อย เมื่อถามว่าในการประชุม ครม.วันนี้ ทาง สมช.จะเสนอขออนุมัติเรื่องการใช้กฎหมายพิเศษหรือไม่ นายถวิล กล่าวว่า ไม่มี
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วีดีโอลิงค์ ระบุว่าพร้อมจะต่อสู้ต่อไปหากไม่ได้รับความเป็นธรรมในการตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ว่า ความยุติธรรมมีชัดเจน คือ ยุติปัญหาด้วยความจริงอย่างตรงไปตรงมา แต่คนที่ได้รับผลก็ทำใจต่างกัน กรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ หากถูกยึดทรัพย์ก็ต้องพูดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนถึงได้เรียนกับสื่อว่าให้ติดตามฟังคำพิพากษาของศาล เพราะเมื่อฟังเหตุผลก็จะเข้าใจว่าศาลจะสั่งยึดหรือไม่ยึด ดังนั้นอย่าเพิ่งรีบด่วนพิพากษาเสียเองขอให้รอฟังจากศาล แต่ถ้าศาลปล่อยพ.ต.ท.ทักษิณ เขาก็บอกว่าศาลยุติธรรม
เมื่อถามว่า รัฐบาลกังวลหรือไม่ ที่กลุ่มเสื้อแดงจากที่ต่าง ๆ เริ่มรวมตัวในการเคลื่อนไหว ทั้งกทม.และต่างจังหวัด นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่หวาดหวั่น และที่พูดไม่ได้อวดดีหรือท้าทาย เพียงแต่มีเวลาหารือกับผู้ที่ทำงานร่วมกันทุกฝ่าย แล้วเตรียมวางแผนการทำงานรับมืออย่างรัดกุม ซึ่งตนและคณะทำงาน ทั้งหลายไม่ได้เป็นศัตรูกับคนเสื้อแดง แต่ถ้าคนเสื้อแดงก่อเหตุวุ่นวายทำให้บ้านเมืองเสียหาย ทำให้ประชาชน ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่จะต้องเข้าไปแก้ไข เพราะมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตโดยปกติสุข แต่ถ้าเขาจะไปทำเหมือนเหตุการณ์เมื่อเดือนเม.ย.ไปปิดสามแยก หรืออะไรก็ตามต้องใช้กำลังเข้าไปจับกุม
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ศาลเปิดให้สื่อเข้าไปดูก่อนวันตัดสินเหมือนเป็นการประโคมข่าวให้ดูน่ากลัวหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ได้ประโคมข่าวให้น่ากลัว เพียงแต่ต้องการให้ประชาชนเห็นความจริง การที่ให้ไปชมศาลเพื่อให้เข้าใจการทำงานของศาล กระบวนการวินิจฉัย เพราะบางทีคนไม่รู้ว่าทำไมบางคดีถึงพิจารณาเพียงแค่ศาลเดียวจึงต้องอธิบายที่มาที่ไป ดังนั้นขอให้ประชาชนเกิดความสบายใจว่าผู้พิพากษาที่ทำหน้าที่พิจารณามีประสบการณ์ เพราะหากเกิดความเชื่อมั่นก็จะเข้าใจในระบบการทำงานของศาล และยอมรับในคำพิพากษาการที่พาไปดูก็เพื่อให้เข้าใจ แต่ไม่รู้ล่วงหน้าว่าศาลจะตัดสินอย่างไร แต่ให้รู้ว่าศาลทำงานอยู่บนพื้นฐานกฎหมาย ยืนยันว่าศาลไม่ใช่คู่ต่อสู้ของใคร หรือถือข้างใดทั้งสิ้น
ต่อข้อถามว่าจะดำเนินการอย่างไรกับคนที่ออกมาระบุว่ามีการให้สินบนกับองค์คณะผู้พิพากษาตัดสินคดี ซึ่งดูเหมือนมีเจตนาการเมืองแอบแฝง นายสุเทพ กล่าวว่า ถ้าเขาทำอย่างนั้น และเห็นชัดเจนว่าเข้าข่ายหมิ่นศาล ยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก บางทีเห็นคนพูดจาแบบนี้คิดว่าผิดกฎหมาย แต่ไปถามนักกฎหมายก็บอกว่ายังไม่เข้าองค์ประกอบ ซึ่งคนพูดเขาก็มีวิธีการ มีลีลาในการพูด ให้คนฟังเข้าใจ แต่ไม่ผูกมัดตัวเอง ถ้าเป็นเช่นนั้นก็อาจจะทำอะไรไม่ได้ เมื่อถามว่า ล่าสุดบุคคลดังกล่าวออกมาพูดซ้ำ ว่ามีการให้สินบนไปแล้ว 4 คน แสดงว่าเขาต้องมีข้อมูลใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่เชื่อ ยืนยันว่าไม่เชื่อ และเห็นว่าคนที่พูดมีเจตนาไม่ดีต่อกระบวนการยุติธรรมและระบบศาลของประเทศไทย
เมื่อถามว่า แต่ถ้าเป็นคนเสื้อแดงออกมาพูดจะโดนดำเนินการใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยัง ขณะที่นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ออกมาบอกว่าจะเผาศาลากลางจังหวัด ตนยังดำเนินคดีไม่ได้และพยายามติดตามอยู่ ต่อข้อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดการพิจารณาเรื่องนี้จึงแตกต่างจากการตัดสินคดีทุจริตกล้ายาง นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องมันต่างกัน การยึดทรัพย์เป็นเรื่องเงินจำนวนมากถึง 7.6 หมื่นล้าน ซึ่งคนที่มีส่วนได้เสียก็คงต้องเตรียมการกันใหญ่ ส่วนคดีอื่นเป็นเรื่องของคนเพียงคนเดียวหรือกลุ่มเดียวซึ่งเป็นคดีเล็ก จึงเป็นธรรมดาที่คดียึดทรัพย์จะมีผลกระทบเพราะเจ้าของเงินที่เลี้ยงดูแลอุ้มชู ผู้คนเอาไว้เป็นบริวารจำนวนมาก บริวารก็ต้องทำงานให้คุ้มค่าเลี้ยงดู
ผู้สื่อข่าวถามว่าการปล่อยข่าวลักษณะนี้เหมือนเป็นการกดดันศาลหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า แน่นอน ไม่ว่าด้านซ้าย หรือด้านขวาก็กดดันศาล แต่ตนมั่นใจว่า ผู้พิพากษาจะไม่หวั่นไหวถึงแม้จะกดดันอย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงกรณีที่ทางสันติบาลออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะชุมนุมใหญ่ในวันที่ 28 ก.พ.นี้ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็เป็นข้อมูล แต่คนที่จะรู้ว่าจะชุมนุมกันวันใด คือ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเป็นคนที่ออกคำสั่ง นอกนั้นเป็นข้อมูลแต่ตนก็ฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย มีข้อมูลอะไรมาก็ติดตามตรวจสอบเพื่อเตรียมการ เรียนว่า ถ้าเขาชุมนุมปกติ ไม่ก่อเหตุวุ่นวายกระทบการสัญจรของประชาชน ไม่ทำร้ายใครก็ไม่ว่าอะไร หากเป็นไปในกรอบของกฎหมายก็ไม่น่าจะมีอะไร แต่เพื่อความไม่ประมาทก็ต้องเตรียมการเอาไว้เช่นเดียวกัน
ต่อข้อถามถึงความคืบหน้าในการติดตามไล่ล่าตัวพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะขณะนี้มีข่าวว่าทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ต้องการผลักดันให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกนอกประเทศ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้ ต้องสอบถามจากกระทรวงต่างประเทศ



