ข่าว

"ทักษิณ"ลั่นไม่ยอมถูกยึดทรัพย์-ติดคุก

"ทักษิณ"ลั่นไม่ยอมถูกยึดทรัพย์-ติดคุก

23 ก.พ. 2553

"ทักษิณ"ประกาศสู้ไม่เลิกราถ้าไม่ได้รับความยุติธรรม ไม่ยืนยันหลังตัดสินคดีจะเกิดความรุนแรงหรือไม่

เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 22 กุมภาพันธ์  พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร ได้วิดีโอลิงก์เข้ามายังรายการเสวนาทิศทางประเทศไทยปี 53 โดยตอบคำถามถึงการพิพากษาคดียึดทรัพย์ว่า ยังมั่นใจว่าผู้พิพากษาส่วนใหญ่เป็นคนดี รักสถาบันยุติธรรม ซึ่งตนและครอบครัวไม่ได้ทำอะไรผิด ทุกอย่างทำในกรอบกฎหมาย สิ่งที่ชัดเจนคือทรัพย์สินของครอบครัวมีมาก่อนเป็นนายกฯ ถ้าย้อนไปสมัยเป็นรมว.ต่างประเทศ ปี ค.ศ.1994 นิตยสารฟอร์บประเมินว่าตนมีทรัพย์สิน 2 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 6 หมื่นกว่าล้านบาท ปัญหาทั้งหมดมาจากหุ้นตัวเดียว แต่ราคาขึ้นลงเป็นไปตามนั้น

"เมื่อเรามั่นใจไม่ได้ทำอะไรผิด ผู้พิพากษาก็มีชื่อเสียงมานาน รักษาความดีมาทั้งชีวิต ผมจึงยังหวังความยุติธรรม แต่ถ้าเกิดความผิดเพี้ยนขึ้น ผมก็เตรียมทางออกไว้ ผมมีการประชุมหารือกับผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศไว้เหมือนกัน ผมเป็นคนที่เรื่องความยุติธรามสำคัญ ถ้าไม่ได้รับความยุติธรรม จะเสาะแสวงหาจนเจอ ตราบใดที่ไม่ได้รับความยุติธรรม การต่อสู้ไม่เลิกรา ถ้ารังแกไม่ได้ผล ถ้ามาคุยกันผมพูดง่ายใจสปอร์ต แต่ถ้ารังแกกลั่นแกล้งกันก็รับไมได้ "

 เมื่อถามว่า หลังตัดสินคดีจะมีอะไรที่ทำให้เกิดควรมรุนแรง พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า หลังจากถูกปฏิวัติ ถูกตั้งคณะกรรมการสอบต่างๆ นานา ทำให้คนเสื้อแดงสงสารและเริ่มเจ็บใจแทนตน และเริ่มออกมา ตนมั่นใจว่าคนเสื้อแดงรักสันติ เว้นแต่ว่ารัฐบาลจะส่งคนปลอมตัวไปเหมือนตอนเกิดเหตุการณ์ที่พัทยา ที่ปลอมเป็นคนเสื้อน้ำเงิน ถ้าทำแบบนี้อีกก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้ารัฐบาลรักสันติก็ไม่มีอะไร

 อดีตนายกฯ ยังกล่าวถึงข่าวที่ว่าจะฟ้องศาลโลก ถ้าไม่ได้รับความเป้นธรรม แต่มีคนวิจารณ์ว่าไม่น่าจะทำได้ว่า คนวิจารณ์ไม่ได้เปิดตำราดู  ยืนยันว่ามีช่องทางฟ้องได้ เพราะมีกรณีของมาเลเซียที่มีผู้ฟ้องรัฐบาลในช่วงที่ดร.มหาเธร์ เป็นนายกฯ จนรัฐบาลมาเลเซีย ต้องจ่ายเงินชดเชยให้ถึง 2 ล้านดอลลาร์

เมื่อถามว่า มีข้อเสนออะไรต่อทุกฝ่ายในบ้านเมืองเพื่อให้เกิดความปรองดอง พ.ต.ท.ทักษิณ ตอบกลับว่า เหตุเกิดจากความต้องการล้มผม ใช้กลไกทุกอย่างมาช่วย มีคนกำกับสั่งการ ทำให้มั่ว จนคนที่ไม่พอใจความยุติธรรมออกมาสู้ สิ่งเหล่านี้จะพัวพันไม่จบ ถ้าเราไปต่อสู้กันแบบนี้ปัญหาไม่สิ้นสุด แต่ถ้ายกเลิกเจ๊ากันหมด นิรโทษกรรมทุกฝ่าย เริ่มต้นกันใหม่ ก็จะจบด้วยดี ต้องเริ่มต้นใหม่ ที่แล้วมาก็เจ็บกันคนละหน่อย เห็นแก่บ้านเมืองร่วมกัน

 "แต่ไม่ใช่มาบอกให้ผมยอม ให้ถูกยึดทรัพย์ ให้ติดคุกอย่างนี้ไม่เรียกปรองดอง เรียกว่าบี้กันให้ตายไปข้างหนึ่ง ผมผิดที่เป็นนายกฯ ผิดที่เป็นคนที่ชาวบ้านรักผมมากไปหรือไง" อดีตนายกฯ กล่าว