ข่าว

"ทนายตั้ม" ถอนตัวคดีน้องชมพู่ ตัดความสัมพันธ์ เลิกว่าความให้ "ลุงพล" แล้ว

"ทนายตั้ม" ถอนตัวคดีน้องชมพู่ ตัดความสัมพันธ์ เลิกว่าความให้ "ลุงพล" แล้ว
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ทนายรัชพล ศิริสาคร โพสต์ข้อความ "ษิทรา เบี้ยบังเกิด" หรือทนายตั้ม" ถอนตัวช่วยว่าความคดี "ลุงพล" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่โลกโซเชียล แสดงความคิดเห็น พร้อมตั้งข้อสังเกตุ สร้างกระแส เพื่อกลบข่าวอะไรหรือไม่

นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความชื่อดัง ได้โพสเฟสบุ๊คส่วนตัว โดยระบุว่า "ทนายตั้ม" ถอนตัว คดีน้องชมพู่ ความเห็นไม่ตรงกัน "ทนายตั้ม 

 

"ทนายตั้ม" ถอนตัวคดีน้องชมพู่ ตัดความสัมพันธ์ เลิกว่าความให้ "ลุงพล" แล้ว

 

ทั้งนี้ ภาพหลังจากนายรัชพล โพสเฟสบุ๊ค ได้มีชาวโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็น และแชร์ข้อความดังกล่าวกันเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ตั้งข้อสังเกตุว่า จะเป็นการสร้างกระแส เพื่อกลบข่าวอื่นหรือไม่.! 
 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ภรรยาของ "ทนายตั้มหรือทนายตั้ม ได้โพสต์ข้อความตัดพ้อ ในเรื่องว่าความให้กับ นายไชย์พล วิภา หรือ "ลุงพล" โดยโพสต์บางส่วนระบุว่า เอาจริงๆ ทุกปีวันเกิดเรา สามีจะให้ความสำคัญเรา จะอยู่ด้วยกันกินข้าวด้วยกัน พร้อมหน้าพร้อมตาเสมอ เรียกว่าทุกปีตลอด 20 กว่าปีที่คบกันมาเลย ไม่เคยขาดสักปี

 

มาปีนี้ด้วยสถานะการณ์โควิด ทำให้นัดคดีได้ยาก วันนัดจึงตรงกับวันเกิดเรา เราอยู่ด้วยพอดี สามีหันมาถามว่าได้ไหม เราพยักหน้า เพราะเรารู้ว่าสำหรับทนายตั้ม งานสำคัญที่สุด เราเข้าใจได้ เราต้องเสียสละปล่อยให้สามีไปทำงาน แต่ในใจลึกๆ ก็มีนิดนึงว่า ปีนี้เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันนะ อันนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่สิ่งที่จะพูดคือ ทนายตั้มเนี่ยทำงานด้วยใจนะ ใจเป็นหลัก
 

เราเป็นคนชัดเจน งานไหนเราทำ เรารับผิดชอบเต็มที่ แม้จะได้เงินไม่ได้เงิน อันไหนเป็นงานช่วยก็คือช่วย ทนายตั้มเข้ามาในคดี "ลุงพล" เรียกว่า ลุงพลกำลังขาลงแล้วนะ ตอนช่วงดังๆ พีคๆ เราไม่เคยเข้ามาเลย และการเข้ามาตรงนี้ ลุงพล เป็นคนขอความช่วยเหลือมาเองด้วยนะ เราเข้ามาช่วงที่แกเริ่มไม่ดีกระแสไม่ดีแล้วนะ การที่เราเข้ามาช่วยก็เหมือนปกป้องลุงพลแล้วนะ ช่วยเรียกหา ช่วยพิสูจน์ความยุติธรรมให้ ต้องเดินทางไกลมากๆ ทุกครั้ง ต้องไปขึ้นเขา ต้องฝ่ากระแสลบโดนด่าไปด้วย


ซึ่งทนายตั้ม ไม่เคยท้อก็เดินหน้าทำหน้าที่ทนายตัวเองไป แต่ถ้าใจมันได้ ว่าทางลุงพลเต็มที่กะเรา ปกป้องทนายตั้มจากมลพิษทางโซเชียลบ้าง น่าจะเป็นการดีนะ ไม่ใช่ว่ามีคำถามไม่รู้จบเกี่ยวกับว่า ทนายตั้มได้เงินทำคดีนี้เยอะ เพราะน่าจะดูจากความทุ่มเทของทนายอ่ะนะ ก็ปล่อยให้เค้าพูดเค้าว่า เค้ามีคำถามคาใจทั้งที่ลุงกะป้ารู้ดีที่สุด ว่าให้หรือไม่ให้เงินเรามา ทำให้เรื่องเงินมาเป็นประเด็นสำคัญ กว่าการที่ทนายลงมาช่วยป้ากะลุงด้วยใจนี่นะ พอคนถามลุงจะตอบไม่ได้ และก็พูดอะไรจับใจความสำคัญไม่ได้เลย แต่มีบอกนะ ทุกอย่างในโลกต้องใช้เงินทั้งนั้นแหละ กำๆ กวมๆ
 

 

เอองง ใช่คะไปทำคดีทุกครั้งขับรถไปเติมน้ำมันคะ ใช้ใจไปขอเค้าเติมก็ไม่ได้ แต่เราก็ทำ ทำเพื่ออะไรก็ไม่รู้เลยคะ เนี่ยงงไปหมดแล้ว ลุงโยนให้มาถามทนายตั้มเอง บอกว่า ตามที่ทนายตั้มตอบ อย่ามาถามผม อ้าวเรื่องแบบนี้มาให้เราตอบทางเดียว ได้ยังไงหละนี่ คือคำตอบ คือก็งง เป็นเราก็คิดว่าให้เงินมาแต่ไม่กล้าบอกว่าให้อะทำนองนั้น เพราะดูมันพูดยากมากกกก ยากจริงๆ แค่บอกว่าไม่ให้เงินทนายตั้ม เป็นชั่วโมงยังพูดออกมาไม่ได้

 

คนเราจะคบหากันมันต้องชัดเจน ต้องจริงใจก่อนอันดับแรก เป็นเราถ้าคนที่ยื่นมือมาช่วยเราโดนคนทางเราหรือเอฟซีของเราเข้าใจผิดแม้แต่น้อยในทางไม่ดี เราจะรีบปกป้องและเคลียร์ความจริงให้กระจ่างโดยเร็วที่สุดไม่รีรอ เพราะนี่เป็นการแสดงความจริงใจโดยไม่ต้องใช้เงินทองใดๆ ใช้ใจใช้ความรู้สึกได้เลย คุณว่ามันคุ้มค่ากับความเหนื่อยความเสียสละของเราไหม

 

ในฐานะหลังบ้านทนายตั้ม ขอออกมาปกป้องสามีนะคะ เราไม่เคยได้เงินจากคดีลุงพล และดิฉันไม่เคยยุ่งวุ่นวายในโลกโซเชียล นี่เป็นข้อความแรกข้อความเดียวจากหลังบ้านทนายตั้ม และบอกตรงนี้เลยนะคะว่าไม่เคยมีนามแฝงเป็นใครทั้งสิ้นค่ะอย่าเลอะเทอะ ดิฉันกล้าพอที่จะพูดความจริงทั้งหมดอย่างเช่นวันนี้ ไม่มีมาพูดวกวนปล่อยให้คนคิดไปเอง ปล่อยให้พูดกันไปมั่วๆ จนเรื่องราวมันบานปลายขนาดนี้ #บางงานทำก็ได้ทั้งเงินทั้งใจ #บางงานทำไปเสียทั้งเงินเสียทั้งใจจริงๆ "ทนายตั้ม

 

 

 

logoline